xs
xsm
sm
md
lg

ต่างด้าวทำงานแบบเช้าเย็นกลับเลี่ยงพิสูจน์สัญชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

รมว.แรงงาน คาดพิสูจน์สัญชาติต่างด้าวจริงไม่ถึง 1.6 ล้าน ชี้ต่างด้าวแห่ทำงานเศรษฐกิจพิเศษแบบมาเช้าเย็นกลับเลี่ยงพิสูจน์สัญชาติ พร้อมสั่งการบ้าน อธิบดี กกจ. ออกข้อปฏิบัติ จนท. จัดหางานทั่วประเทศ ป้องกันรวมหัว บ.จัดหางานเอาเปรียบแรงงาน

วันนี้ (20 มี.ค.) ที่ รร.สวิสโซเทล เลอคองคอร์ด พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสประสานความร่วมมือติดตามผลการจดทะเบียนพิสูจน์สัญชาติ ร่วมกับนายอูทินอ่อง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงแรงงาน การจ้างงานและสวัสดิการ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พร้อมกล่าวว่า ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 1.6 ล้านคน ซึ่งมีแรงงานสัญชาติพม่าจำนวนกว่า 6 แสนคน และยื่นขอพิสูจน์สัญชาติแล้วเพียง 1 แสนคน โดยผู้ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจะได้รับอนุญาตให้ทำงาน 2 ปี ส่วนผู้ที่ยังไม่ยื่นพิสูจน์สัญชาติภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ให้มารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยจะได้รับอนุญาตให้ทำงานถึงเดือนมีนาคม 2559 ซึ่งนายอูทินอ่อง แจ้งว่าจะส่งทีมงานเข้ามาสำรวจและออกหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ให้แรงงานพม่าสำหรับคนที่มีเอกสารประจำตัวชัดเจน ส่วนคนที่หลักฐานไม่ครบก็จะออกเอกสารแทนหนังสือเดินทางชั่วคราว (Certificate of Identity-C.I.) ให้ ในเดือนพฤษภาคมนี้ นอกจากนี้มองว่า แรงงานไม่น่าจะเข้ามาพิสูจน์สัญชาติครบจำนวนที่ขึ้นทะเบียนไว้เนื่องจากบางส่วน จะกลับไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนไทย - พม่า เพราะเป็นพื้นที่ใกล้บ้าน โดยทางการพม่ายินดีจะสนับสนุนไทยในการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ไทยพ้นจากบัญชีประเทศมีสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่ร้ายแรง

“ต้องยอมรับว่า แรงงานเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ จึงต้องมีการรับต่างด้าวเข้ามา แต่การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ผ่านมาอาจเกิดการขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อน เพราะแรงงานต่างด้าวบางรายเปลี่ยนนายจ้าง ทำให้ยอดลงทะเบียนสูงจากความเป็นจริง และคาดว่า การพิสูจน์สัญชาติ คงไม่ครบตามจำนวนที่ขึ้นทะเบียนเนื่องจาก เมื่อเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจแล้ว ต่างด้าวบางส่วนจะหันไปทำงานตรงจุดนั้นมากกว่า เนื่องจากเป็นการเดินทางแบบมาเช้าเย็นกลับ” รมว.แรงงาน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.สุรศักดิ์ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกล่าวภายหลังการประชุม ว่า หลังจากทำงานมาแล้ว 6 เดือน ก็จะมีการขยายการดูแลให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ แรงงานพิการ และคนไทยในพื้นที่สูงมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการเพิ่มงานให้เจ้าหน้าที่มากขึ้นตามไปด้วย พร้อมเน้นย้ำในเรื่องการทำงานอย่างมีจริยธรรม โดยได้ให้อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) และในระดับบริหาร ไปประชุมหารือกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามที่ชัดเจนสำหรับจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้มีแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ไม่สนิทสนมกับบริษัทจัดหางานจนเกิดเป็นความเกรงใจในการปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานเป็น ลดการถูกจับตอเมื่อเรื่องค่ามนุษย์
ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น