xs
xsm
sm
md
lg

วิจัยพบเผา “กระดาษเงินทอง” ขี้เถ้ามีสารก่อมะเร็งสูงกว่าอากาศ 60 เท่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เผย เผา “กระดาษเงินกระดาษทอง” ทำสารก่อมะเร็งพุ่ง พบอยู่ในขี้เถ้ามากกว่าฝุ่นละอองในอากาศ 3 - 60 เท่า ส่งผลพัฒนาการเด็ก คนแก่เสี่ยงพาร์กินสัน แนะเอาอย่างไต้หวันใช้เตากำจัดขยะเมืองทำลาย ด้านกรมอนามัย เตือนใช้หน้ากากอนามัยป้องกัน ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส เตรียมรับมือไฟไหม้

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ คณะทำงานผู้วิจัยห้องปฏิบัติการณ์พิษวิทยาและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ควันธูปและกระดาษเงินกระดาษทอง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า จากการวิจัยพบว่า การเผาไหม้ของกระดาษเงิน กระดาษทอง ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง โดยเตรียมเผยแพร่ข้อมูลนี้ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ต่างประเทศแล้ว ทั้งนี้ วัฒนธรรมการเผากระดาษเงินกระดาษทองมีสืบทอดมากว่า 1,400 ปี ซึ่งปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลง โดยนิยมเผาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตามความเชื่อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ทั้งรถยนต์ ไอโฟน ไอแพด เครื่องบิน ที่ทำจากระดาษเคลือบเงินสีสันสวยงาม มันวาว ซึ่งเมื่อเผาไหม้ล้วนแต่ก่อสารโลหะหนักไม่ต่างจากควันธูป โดยพบสาร 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส โดยโครเมียม และนิกเกิล จะทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด สารตะกั่ว มีผงต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ทำให้เลือดจาง ไตวาย และแมงกานีส มีผลทำให้เกิดโรคพาร์กินสันได้ในผู้สูงอายุ

สารโลหะหนักเหล่าจะอยู่ในขี้เถ้ามากกว่าฝุ่นละอองในอากาศประมาณ 3-60 เท่า ดังนั้น การกำจัดเศษขี้เถ้าจึงไม่ใช่แค่การนำไปทิ้งขยะ โรยตามดินหรือท่อน้ำ เพราะจะย้อนกลับเข้ามาสู่ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอีกครั้งจนเกิดอันตราย การกำจัดขี้เถ้าดังกล่าวต้องทำคล้ายกับการกำจัดขยะในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไต้หวันทางเมืองจะเป็นผู้รวบรวมและนำไปเผายังเตากำจัดขยะของเมือง ไม่ปล่อยให้ประชาชนเผากันเองตามบ้านเรือน ซึ่ง กทม.หรือเมืองใหญ่ๆ น่าจะมีการปรับเปลี่ยน หรือกระทรวงอุตสาหกรรมควรเข้ามาควบคุมการผลิต ไม่ให้นำสารเคลือบเงามาใช้ แม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่นับว่าคุ้มค่าและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสารก่อมะเร็งในระดับเมือง และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม” นพ.มนูญ กล่าว

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเผากระดาษเงิน กระดาษทองจำนวนมาก จะทำให้เกิดไอระเหยของสารตะกั่วในสีเคลือบกระดาษฟุ้งกระจาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้เผาและผู้ที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อสูดหายใจเข้าไปจะทำให้ระดับตะกั่วในเลือดสูงขึ้น หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานจะเกิดโรคโลหิตจาง เวียนศีรษะ ชักกระตุก หมดสติ ไตทำงานผิดปกติถึงขั้นไตวายได้ โดยเฉพาะเด็กจะส่งผลกระทบต่อสมอง พัฒนาการด้านต่างๆ ล่าช้า ไอคิวต่ำกว่าเด็กปกติ นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันเหล่านี้

นพ.พรเทพ กล่าวว่า กระดาษเงิน กระดาษทอง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ชนิดฉาบด้วยตะกั่ว ชนิดทาสีคล้ายตะกั่ว และชนิดพิมพ์ระบบออฟเซ็ต โดยชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการพบว่า ชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วมีปริมาณตะกั่วประมาณ 20.8-85.6 มิลลิกรัมต่อแผ่น ชนิดทาสีมีปริมาณตะกั่ว 0.55 มิลลิกรัมต่อแผ่น ดังนั้น ผู้ที่เผาหรือพับกระดาษเงินกระดาษทอง ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส เผาในภาชนะที่มิดชิด ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกขณะเผา โดยเผาในที่โล่งแจ้งและยืนอยู่เหนือลม นอกจากนี้ ควรระวังอุบัติเหตุไฟไหม้ โดยเตรียมถังน้ำหรือถังดับเพลิงไว้ในบริเวณใกล้เคียง

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น...