รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ฟุ้งผ่านมาตรฐานสากล JCI แห่งแรกของโรงพยาบาลรัฐในไทย ระบุผ่าน 99% จาก 1,033 ตัวชี้วัด ด้านคณะแพทยศาสตร์ศิริราช เตรียมพุ่งเป้าอีก 4 โครงการเพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วย ทั้งโครงการศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และสถาบันพันธุกรรมเฉพาะบุคคล
วันนี้ (18 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงข่าว “โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล JCI เป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลรัฐในประเทศไทย” ว่า คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มีนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจน เรื่องการยกระดับศิริราชให้เทียบเท่านานาชาติในทุกๆ ด้าน ทั้งการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในแผนกลยุทธ์ของคณะ คือ ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณค่าและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพสูงและการบริการที่มีความน่าไว้วางใจ เน้นความปลอดภัยและคุณภาพที่เป็นเลิศ ด้วยมาตรฐานสากล รวมถึงสร้างเครือข่ายการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคซับซ้อนอย่างครบวงจรกับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการรักษาพยาบาลของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาคณะได้รับการรับรองจากองค์การมาตรฐานสากลในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพ อาทิ มาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 22870 สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ HA การรับรองคุณภาพโรงพยาบาลจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) ซึ่งผ่านการรับรองจากมาตรฐานสากล ISQua และการใช้เกณฑ์ Thailand Quality Award เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริหารจัดการในด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริการสุขภาพ จะเห็นได้ว่า เราได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในทุกภาคส่วน รวมไปถึงโรงพยาบาลที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ดังเช่น รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ที่ผ่านการรับรองคุณภาพ JCI เมื่อ ธ.ค.2556
"จริงๆ แล้ว ยังมีอีกหลายโครงการ ที่เรามุ่งเป้าเพื่อประโยชน์แก่ผู้มารับบริการเพิ่มขึ้น คือ 1.โครงการก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยสามัญ ผู้ป่วยวิกฤต เพื่อรองรับการขยายตัว เพิ่มคุณภาพการบริการและความสะดวกของประชาชน 2.โครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ จะเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรอยู่ที่สมุทรสาคร 3.โครงการศิริราชสัปปายสถาน ที่บางใหญ่ นนทบุรี จะเป็นต้นแบบในดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่ครอบคลุมทุกมิติคือ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของสหสาขาวิชาชีพด้านสาธารณสุข และ 4.โครงการสถาบันพันธุกรรมเฉพาะบุคคลและเวชพันธุรักษ์ระดับนานาชาติ จะเป็นสถาบันที่เป็นต้นแบบการให้บริการด้านพันธุกรรมเฉพาะบุคคลที่ครบวงจรทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการรักษาพยาบาล ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ผมคิดว่างานทุกอย่างจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจจากบุคลากรทุกฝ่ายและทุกระดับ มองเป้าหมายแล้วลงมือทำ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ก็ร่วมกันแก้ไข ผมคิดว่าเป้าหมายใหญ่แค่ไหนก็จะสำเร็จลงได้ ถ้าเราช่วยกันครับ” ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าว
ด้าน ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ดำเนินการตามนโยบายของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ที่ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพขององค์กร โดยแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลในมิติการพัฒนาคุณภาพนั้น ได้เลือกมาตรฐาน JCI มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสู่การขับเคลื่อนองค์กร ให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจทางด้านการพัฒนาคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย ซึ่งในที่สุดได้ผ่านการรับรอง JCI อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2556 ถือว่าเป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการบริการที่โรงพยาบาลจะได้รับการดูแล ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามารับบริการจนกระทั่งกลับออกจากโรงพยาบาล ทุกกระบวนการจะได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ตัวผู้ป่วยและครอบครัวจึงมั่นใจได้ว่า รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มข้น สามารถเข้าถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลตามแบบฉบับของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่สั่งสมประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน
นพ.สมเกียรติ วสุวัฏฏกุล รอง ผอ.ฝ่ายพัฒนาคุณภาพ รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า การได้รับรองมาตรฐานระดับสากล เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์หลักของโรงพยาบาล ซึ่งคณะผู้บริหารได้มอบหมายให้หน่วยงานพัฒนาคุณภาพเป็นหน่วยงานหลัก ในการเตรียมการและขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งฝึกอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการขอรับรองมาตรฐานสากล JCI ซึ่งนับว่า JCI นี้ เป็นหนึ่งในมาตรฐานคุณภาพที่ทางโรงพยาบาลพิจารณานำมาเป็นเครื่องมือทางคุณภาพในการชี้วัดและรับรององค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยรวมทั้งบุคลากรที่ให้บริการแก่ผู้ป่วย ซึ่ง JCI มีหลักเกณฑ์การวัดผลในหลายหมวด ได้แก่ เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยสากล (IPSG) การพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย (QPS) การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย (FMS) การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (PCI) การเข้าถึงและความต่อเนื่องของการดูแลผู้ป่วย (ACC) สิทธิผู้ป่วยและครอบครัว (PFR) การประเมินผู้ป่วย (AOP) การดูแลผู้ป่วย (COP) การดูแลด้านวิสัญญีและด้านศัลยกรรม (ASC) การให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยและครอบครัว (PFE) การจัดการด้านยาและการใช้ยา (MMU) การจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร (MCI) รวมทั้งประเด็นด้านคุณวุฒิและการฝึกฝนของบุคลากร (SQE) ซึ่งทั้งหมดนี้มีรายละเอียดแยกย่อยลงไปในกระบวนการประเมินชี้วัด
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน JCI ฉบับล่าสุด จะมีตัวชี้วัดทั้งสิ้น 1,033 ตัวชี้วัด สามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์มาตรฐานทั้งสิ้นกว่า 99% ของตัวชี้วัด ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นผลจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทุกหน่วยงานในองค์กร เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงาน ให้เกิดวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย รวมทั้งการสร้างเสริมจิตสำนึกในการดูแลผู้ป่วย โดยเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก สำหรับโรงพยาบาลมีการเตรียมการตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2555 และได้รับมาตรฐานดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ธันวาคม 2556 ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเตรียมการทั้งสิ้นประมาณ 1 ปี 8 เดือน อนึ่ง ทิศทางขององค์กรหลังจากได้การรับรองมาตรฐาน JCI แล้ว ขั้นตอนการดำเนินการในลำดับถัดไป ดังนี้ 1.เตรียมการ Re-Accredit ในปี 2559 ตาม JCIA ฉบับ 5th Edition ด้วยแนวทางการพัฒนาคุณภาพให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน อาทิ KPI, CQI เป็นต้น 2.ดำเนินการรับรองคุณภาพด้าน Clinical Care Program Certification: CCPC เป็นรายศูนย์ จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลมิได้หยุดแต่เพียงเท่านี้ เรายังคงต้องรักษาและพัฒนาคุณภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น
วันนี้ (18 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงข่าว “โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล JCI เป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลรัฐในประเทศไทย” ว่า คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มีนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจน เรื่องการยกระดับศิริราชให้เทียบเท่านานาชาติในทุกๆ ด้าน ทั้งการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในแผนกลยุทธ์ของคณะ คือ ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณค่าและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพสูงและการบริการที่มีความน่าไว้วางใจ เน้นความปลอดภัยและคุณภาพที่เป็นเลิศ ด้วยมาตรฐานสากล รวมถึงสร้างเครือข่ายการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคซับซ้อนอย่างครบวงจรกับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการรักษาพยาบาลของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาคณะได้รับการรับรองจากองค์การมาตรฐานสากลในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพ อาทิ มาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 22870 สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ HA การรับรองคุณภาพโรงพยาบาลจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) ซึ่งผ่านการรับรองจากมาตรฐานสากล ISQua และการใช้เกณฑ์ Thailand Quality Award เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริหารจัดการในด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริการสุขภาพ จะเห็นได้ว่า เราได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในทุกภาคส่วน รวมไปถึงโรงพยาบาลที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ดังเช่น รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ที่ผ่านการรับรองคุณภาพ JCI เมื่อ ธ.ค.2556
"จริงๆ แล้ว ยังมีอีกหลายโครงการ ที่เรามุ่งเป้าเพื่อประโยชน์แก่ผู้มารับบริการเพิ่มขึ้น คือ 1.โครงการก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยสามัญ ผู้ป่วยวิกฤต เพื่อรองรับการขยายตัว เพิ่มคุณภาพการบริการและความสะดวกของประชาชน 2.โครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ จะเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรอยู่ที่สมุทรสาคร 3.โครงการศิริราชสัปปายสถาน ที่บางใหญ่ นนทบุรี จะเป็นต้นแบบในดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่ครอบคลุมทุกมิติคือ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของสหสาขาวิชาชีพด้านสาธารณสุข และ 4.โครงการสถาบันพันธุกรรมเฉพาะบุคคลและเวชพันธุรักษ์ระดับนานาชาติ จะเป็นสถาบันที่เป็นต้นแบบการให้บริการด้านพันธุกรรมเฉพาะบุคคลที่ครบวงจรทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการรักษาพยาบาล ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ผมคิดว่างานทุกอย่างจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจจากบุคลากรทุกฝ่ายและทุกระดับ มองเป้าหมายแล้วลงมือทำ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ก็ร่วมกันแก้ไข ผมคิดว่าเป้าหมายใหญ่แค่ไหนก็จะสำเร็จลงได้ ถ้าเราช่วยกันครับ” ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าว
ด้าน ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ดำเนินการตามนโยบายของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ที่ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพขององค์กร โดยแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลในมิติการพัฒนาคุณภาพนั้น ได้เลือกมาตรฐาน JCI มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสู่การขับเคลื่อนองค์กร ให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจทางด้านการพัฒนาคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย ซึ่งในที่สุดได้ผ่านการรับรอง JCI อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2556 ถือว่าเป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการบริการที่โรงพยาบาลจะได้รับการดูแล ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามารับบริการจนกระทั่งกลับออกจากโรงพยาบาล ทุกกระบวนการจะได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ตัวผู้ป่วยและครอบครัวจึงมั่นใจได้ว่า รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มข้น สามารถเข้าถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลตามแบบฉบับของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่สั่งสมประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน
นพ.สมเกียรติ วสุวัฏฏกุล รอง ผอ.ฝ่ายพัฒนาคุณภาพ รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า การได้รับรองมาตรฐานระดับสากล เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์หลักของโรงพยาบาล ซึ่งคณะผู้บริหารได้มอบหมายให้หน่วยงานพัฒนาคุณภาพเป็นหน่วยงานหลัก ในการเตรียมการและขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งฝึกอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการขอรับรองมาตรฐานสากล JCI ซึ่งนับว่า JCI นี้ เป็นหนึ่งในมาตรฐานคุณภาพที่ทางโรงพยาบาลพิจารณานำมาเป็นเครื่องมือทางคุณภาพในการชี้วัดและรับรององค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยรวมทั้งบุคลากรที่ให้บริการแก่ผู้ป่วย ซึ่ง JCI มีหลักเกณฑ์การวัดผลในหลายหมวด ได้แก่ เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยสากล (IPSG) การพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย (QPS) การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย (FMS) การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (PCI) การเข้าถึงและความต่อเนื่องของการดูแลผู้ป่วย (ACC) สิทธิผู้ป่วยและครอบครัว (PFR) การประเมินผู้ป่วย (AOP) การดูแลผู้ป่วย (COP) การดูแลด้านวิสัญญีและด้านศัลยกรรม (ASC) การให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยและครอบครัว (PFE) การจัดการด้านยาและการใช้ยา (MMU) การจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร (MCI) รวมทั้งประเด็นด้านคุณวุฒิและการฝึกฝนของบุคลากร (SQE) ซึ่งทั้งหมดนี้มีรายละเอียดแยกย่อยลงไปในกระบวนการประเมินชี้วัด
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน JCI ฉบับล่าสุด จะมีตัวชี้วัดทั้งสิ้น 1,033 ตัวชี้วัด สามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์มาตรฐานทั้งสิ้นกว่า 99% ของตัวชี้วัด ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นผลจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทุกหน่วยงานในองค์กร เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงาน ให้เกิดวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย รวมทั้งการสร้างเสริมจิตสำนึกในการดูแลผู้ป่วย โดยเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก สำหรับโรงพยาบาลมีการเตรียมการตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2555 และได้รับมาตรฐานดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ธันวาคม 2556 ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเตรียมการทั้งสิ้นประมาณ 1 ปี 8 เดือน อนึ่ง ทิศทางขององค์กรหลังจากได้การรับรองมาตรฐาน JCI แล้ว ขั้นตอนการดำเนินการในลำดับถัดไป ดังนี้ 1.เตรียมการ Re-Accredit ในปี 2559 ตาม JCIA ฉบับ 5th Edition ด้วยแนวทางการพัฒนาคุณภาพให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน อาทิ KPI, CQI เป็นต้น 2.ดำเนินการรับรองคุณภาพด้าน Clinical Care Program Certification: CCPC เป็นรายศูนย์ จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลมิได้หยุดแต่เพียงเท่านี้ เรายังคงต้องรักษาและพัฒนาคุณภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น




