xs
xsm
sm
md
lg

7 ทักษะที่เด็กนักเรียนยุคไอทีขาดหายไป !/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน คอลัมน์ พ่อแม่ลูกปลูกรัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
เด็กยุคนี้เติบโตขึ้นมาค่อนข้างมีความสะดวกสบายมากกว่ายุคก่อนมาก
หลายสิ่งอย่างในชีวิตได้มาง่ายเพราะพ่อแม่จัดหาให้ทุกอย่าง ยามหิวเมื่อไรก็ได้กินเมื่อนั้น หนำซ้ำสามารถสั่งมากินที่บ้านก็ได้ อยากได้อะไรก็ได้ ยิ่งมีเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ ก็ยิ่งเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นไปอีก
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
พอเข้าสังคมโรงเรียนก็เลยมีนิสัยรักสบายติดตัว และกลายเป็นปัญหาของเด็กนักเรียนจำนวนมากที่คนเป็นคุณครูถึงกับต้องกุมขมับ เพราะการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนยุคนี้ทำให้เกิดปัญหามากมาย ยกตัวอย่างเรื่องการบ้าน ที่คุณครูพบว่า เดี๋ยวนี้การบ้านของเด็กไม่ใช่ของเด็กอีกต่อไป เพราะมีตัวช่วยมากมาย ตั้งแต่ผู้เป็นพ่อแม่ และเครื่องมืออิเลคทรอนิคส์ที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน
ถ้าเป็นเพียงการอ่านประกอบ หรือช่วยค้นหาบางเรื่องก็ยังพอทำเนา แต่ปัจจุบัน เด็กส่วนใหญ่ใช้วิธีลอกการบ้านผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการทำรายงาน ก็ใช้วิธีเดียวกัน ซึ่งบางวิชาคุณครูก็รู้เท่าทัน บางวิชาก็รู้ไม่เท่าทัน
ในขณะที่เด็กนักเรียนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการทำการบ้าน ทำรายงาน ต้องมีการค้นคว้าหาข้อมูลในห้องสมุด ต้องขวนขวาย ดิ้นรนที่จะต้องไปเสาะแสวงหาข้อมูล ถ้าทำงานเป็นกลุ่มก็ต้องมีการแบ่งงาน มีการคิดก่อนลงมือทำ ในขณะที่ปัจจุบันใช้อินเทอร์เน็ต แค่ปลายนิ้วก็สามารถได้ข้อมูลเพียบ บางคนใช้วิธีคัดลอก ตัด แปะ อีกต่างหาก
และเจ้าสิ่งต่างๆ ที่สะดวกสบายมากขึ้น จึงเป็นต้นเหตุทำให้เด็กนักเรียนรุ่นใหม่ขาดทักษะชีวิตในหลายด้านทีเดียว
อะไรบ้าง ?
หนึ่งทักษะการคิด
ส่วนใหญ่พ่อแม่จะคิดให้หรือคิดแทน และบางคนถึงขั้นทำให้ลูกหมดทุกอย่าง ไม่ค่อยได้ปล่อยโอกาสให้ลูกได้ฝึกคิด หรือพอปล่อยให้ลูกคิดเอง พ่อแม่มักจบลงที่ความคิดของลูกไม่ได้เรื่อง สุดท้ายก็จะทำให้ลูกไม่อยากคิด เพราะคิดทีไร พ่อแม่ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว หรือคิดว่าความคิดของตัวเองไม่เข้าท่า ฉะนั้นก็เลยไม่ชอบคิด และเมื่อเข้าสู่รั้วโรงเรียนก็มักจะเชื่อฟังคุณครู และมักจะไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง
สองทักษะค้นคว้า หาข้อมูล
ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือทางอิเลคทรอนิคส์ จึงทำให้เด็กรุ่นนี้ มักค้นหาข้อมูลผ่านทางโลกออนไลน์มากกว่าจะไปค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือ และมักจะทำการลอกข้อความต่อกันมาเป็นทอดๆ คุณครูบางคนถึงกับต้องปวดหัว เพราะการบ้านของเด็กบางครั้งคัดลอกมาเหมือนกันหมด แม้แต่คำผิดก็ยังผิดเหมือนกัน เด็กจึงขาดการเรียนรู้ถึงการค้นคว้า การจะหาข้อมูลว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ต้องค้นคว้าในหมวดหมู่อะไร และเคยชินกับการลอกข้อมูลมากกว่าจะไปเสาะแสวงหาความจริงจากข้อมูล
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
สามทักษะการทำงานเป็นทีม
เวลาทำงานร่วมกัน จำเป็นที่จะต้องทำงานกันเป็นทีม แต่การเรียนการสอนในบ้านเรา ไม่ค่อยเน้นเรื่องนี้ เด็กๆที่ได้รับการบ้านเป็นกลุ่ม ก็จะมีคนทำไม่กี่คน คนที่ไม่ทำก็ไม่ทำเหมือนเดิม ยิ่งเดี๋ยวนี้สามารถค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จึงทำให้เกิดการคัดลอกข้อมูล แทบจะไม่ได้เรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีม ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งหน้าที่กันอย่างไร แต่จะเป็นการแบ่งกันไปคัดลอกข้อมูลของใครของมัน แล้วนำมารวมกันซะมากกว่า
สี่ทักษะความมุ่งมั่นพยายาม
ข้อนี้สำคัญมากแต่เด็กก็ขาดกันมากจริงๆ แนวโน้มจะขาดกันทั่วโลก เพราะเด็กจะสนใจจุดหมายปลายทางมากกว่าจะสนใจความมุ่งมั่นพยายามระหว่างทาง
เด็กส่วนใหญ่ขาดความมุ่งมั่นพยายามในการทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ เวลาเจองานที่ยากก็จะท้อ ไม่อยากทำ ทำให้มีผลกระทบมากโดยเฉพาะเวลาเรียน ซึ่งเมื่อชั้นเรียนสูงขึ้นวิชาการก็ยากขึ้นเรื่อยๆ หรือเวลาที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเจอปัญหา ถ้าไม่มีความพยายามมุ่งมั่น แม้ว่าจะเก่งขนาดไหนก็ไม่มีทางจัดการกับปัญหาหรืออุปสรรคไปได้
ห้าทักษะเรื่องความอดทน
ผู้ใหญ่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำอะไรด้วยตัวเอง ให้เด็กได้เรียนรู้ช่วยเหลือตัวเอง อย่าทำให้ทุกอย่างด้วยความรักที่เกินพอดี เพราะหากทำให้ทุกอย่าง เด็กจะไม่มีทางรู้ว่าเขาทำอะไรเองได้บ้าง หากมีคนคอยช่วยอยู่ตลอด แต่ควรจะค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ อาจลำบากบ้าง ยากบ้าง นั่นคือการฝึกความอดทน
หกทักษะแก้ไขปัญหา
สืบเนื่องจากการฝึกความอดทน จะตามมาด้วยการฝึกแก้ไขปัญหา ต้องเริ่มจากให้เขาช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน จากนั้นให้เด็กได้ลองแก้ไขปัญหาบ่อยๆ ง่ายบ้าง ยากบ้าง โดยดูตามวัยของเด็กเป็นหลัก รวมไปถึงการฝึกให้เขารู้จักที่จะขอความช่วยเหลือในยามจำเป็นก็เป็นเรื่องที่เขาควรจะต้องเรียนรู้ด้วย
เจ็ดทักษะความใฝ่เรียนรู้
เด็กจำนวนไม่น้อยที่ขาดความใฝ่เรียนรู้ และขาดแรงจูงใจ มักเกิดจากการเลี้ยงดูที่ขาดการฝึกเรื่องวินัยและการควบคุมตนเอง ทำให้เด็กมักใช้วิธีหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างแก้ตัวอยู่เสมอ ฉะนั้น ผู้ใหญ่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกทำ เลือกเรียนหรือเลือกกิจกรรมที่ชอบ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียนรู้
การฝึกให้เด็กมีประสบการณ์ตรงโดยให้โอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะช่วยให้เด็กได้เข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสศึกษาใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง
ท้ายที่สุด พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกด้วย
เพราะ..เมื่อลูกเข้าไปอยู่ในรั้วโรงเรียน เขาจะมีภูมิต้านทานชีวิตที่จะได้ฝึกทักษะชีวิตในด้านอื่นๆ ด้วย และทักษะเหล่านี้จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิตค่ะ


กำลังโหลดความคิดเห็น