สธ.ระดมแพทย์ พยาบาล กว่า 500 คน รถพยาบาล 80 คัน ดูแล ปชช.ร่วมงานพระราชพิธีเสด็จฯออกมหาสมาคม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ลานพระราชวังดุสิต เริ่มปฏิบัติการ 18.00 น. วันนี้ (4 ธ.ค.) แนะ ปชช.เตรียมพร้อม ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ร่ม และบัตรประชาชน เพื่อสะดวกในการตรวจสิทธิรักษา ย้ำ ผู้มีโรคประจำตัวควรพกยามาด้วย

วันนี้ (4 ธ.ค.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และพยาบาลดูแลประชาชนที่เข้าร่วมพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2555 บริเวณลานพระราชวังดุสิต ในวันที่ 5 ธ.ค.เวลา 10.30 น.ว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ สธ.ร่วมกับสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย และหน่วยงานอื่นๆ ในการเตรียมระบบการแพทย์และพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ที่คาดว่าจะมาร่วมพิธีกว่า 200,000 คน โดยได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ซักซ้อมความพร้อม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กล่าวว่า ในการจัดเตรียมทีมแพทย์ได้ระดมหน่วยจากโรงพยาบาลสังกัดภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งหมด 28 แห่ง เป็นแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่กว่า 500 คน รถพยาบาลกว่า 80 คัน โดยมีเต้นท์พยาบาลทั้งหมด 11 จุด บริเวณหน้าสนามเสือป่า สวนอัมพร กองทัพภาคที่ 1 วังปารุสกวัน ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กองบัญชาการกองทัพบก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ละจุดจะมีสัญลักษณ์คือ ป้ายผ้าสธ. และโรงพยาบาลที่ออกปฏิบัติงานหน่วยปฏิบัติงานจะมีทั้งหน่วยประจำการที่เต้นท์หน่วยพยาบาลเดินเท้าสวมชุดสีฟ้า เพื่อให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
นพ.ณรงค์ กล่าวเสริมว่า ประชาชนที่จะเข้าร่วมงานในพรุ่งนี้ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาร่วมพิธี สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ขอให้พกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วยเพื่อสะดวกในการตรวจสิทธิรักษาพร้อมกับพกยาประจำตัวที่กินประจำมาด้วย และไม่ควรงดการน้ำดื่ม เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำสำหรับผู้ที่กลัวว่าจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยทำให้เสียสิทธิในการนั่งจองพื้นที่ สำหรับผู้สูงอายุไม่ควรเดินทางมาเพียงลำพังควรมีญาติมาดูแลด้วย ส่วนประชาชนที่เดินทางมาด้วยตนเอง ควรแจ้งญาติให้ทราบด้วย
ทั้งนี้ จะเริ่มปฏิบัติงานในวันนี้ (4 ธ.ค.) จำนวน 1 ทีม จากสถาบันโรคทรวงอก ตั้งแต่เวลา 18.00 น.จนถึงเวลา 23.00 น.บริเวณหน้าสนามเสือป่า เพื่อดูแลประชาชน ที่เดินทางมาเตรียมจองพื้นที่เพื่อร่วมพิธี ส่วนในวันพรุ่งนี้ (5 ธ.ค.) จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 05.00 น.จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี ซึ่งหากเกิดอาการเจ็บป่วยกะทันหันสามารถขอความช่วยเหลือได้จากเจ้าหน้าที่พยาบาลที่เดินเท้าให้บริการหรือที่จุดบริการให้สังเกตป้ายของ สธ.และโรงพยาบาลที่มาให้บริการ หรือสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร สายด่วน 1646 ฟรี
วันนี้ (4 ธ.ค.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และพยาบาลดูแลประชาชนที่เข้าร่วมพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2555 บริเวณลานพระราชวังดุสิต ในวันที่ 5 ธ.ค.เวลา 10.30 น.ว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ สธ.ร่วมกับสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย และหน่วยงานอื่นๆ ในการเตรียมระบบการแพทย์และพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ที่คาดว่าจะมาร่วมพิธีกว่า 200,000 คน โดยได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ซักซ้อมความพร้อม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กล่าวว่า ในการจัดเตรียมทีมแพทย์ได้ระดมหน่วยจากโรงพยาบาลสังกัดภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งหมด 28 แห่ง เป็นแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่กว่า 500 คน รถพยาบาลกว่า 80 คัน โดยมีเต้นท์พยาบาลทั้งหมด 11 จุด บริเวณหน้าสนามเสือป่า สวนอัมพร กองทัพภาคที่ 1 วังปารุสกวัน ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กองบัญชาการกองทัพบก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ละจุดจะมีสัญลักษณ์คือ ป้ายผ้าสธ. และโรงพยาบาลที่ออกปฏิบัติงานหน่วยปฏิบัติงานจะมีทั้งหน่วยประจำการที่เต้นท์หน่วยพยาบาลเดินเท้าสวมชุดสีฟ้า เพื่อให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
นพ.ณรงค์ กล่าวเสริมว่า ประชาชนที่จะเข้าร่วมงานในพรุ่งนี้ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาร่วมพิธี สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ขอให้พกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วยเพื่อสะดวกในการตรวจสิทธิรักษาพร้อมกับพกยาประจำตัวที่กินประจำมาด้วย และไม่ควรงดการน้ำดื่ม เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำสำหรับผู้ที่กลัวว่าจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยทำให้เสียสิทธิในการนั่งจองพื้นที่ สำหรับผู้สูงอายุไม่ควรเดินทางมาเพียงลำพังควรมีญาติมาดูแลด้วย ส่วนประชาชนที่เดินทางมาด้วยตนเอง ควรแจ้งญาติให้ทราบด้วย
ทั้งนี้ จะเริ่มปฏิบัติงานในวันนี้ (4 ธ.ค.) จำนวน 1 ทีม จากสถาบันโรคทรวงอก ตั้งแต่เวลา 18.00 น.จนถึงเวลา 23.00 น.บริเวณหน้าสนามเสือป่า เพื่อดูแลประชาชน ที่เดินทางมาเตรียมจองพื้นที่เพื่อร่วมพิธี ส่วนในวันพรุ่งนี้ (5 ธ.ค.) จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 05.00 น.จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี ซึ่งหากเกิดอาการเจ็บป่วยกะทันหันสามารถขอความช่วยเหลือได้จากเจ้าหน้าที่พยาบาลที่เดินเท้าให้บริการหรือที่จุดบริการให้สังเกตป้ายของ สธ.และโรงพยาบาลที่มาให้บริการ หรือสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร สายด่วน 1646 ฟรี



