xs
xsm
sm
md
lg

ดีเบตโค้งสุดท้ายผู้ว่าฯ ดุเดือด “สุขุมพันธุ์” ชูระดมทุนภาคสังคม “ปลื้ม” พร้อมทำงานกับมาร์ค “แก้วสรร” ประกาศดึง ขสมก.-รฟม.มาคุม “แซม” ยันนำซาก ทรท.ช่วยงาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดีเบตผู้ว่าฯ กทม.โค้งสุดท้าย 4 ตัวเต็งแข่งกันดุ “สุขุมพันธุ์” ชูระดมทุนภาคสังคม “ปลื้ม” พร้อมทำงานกับ “โอบามาร์ค” ส่วน “แซม” ชี้ออกพันธบัตรเท่ากับเอาคน กทม.เป็นตัวประกัน ขณะที่ “แก้วสรร” ระบุ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ จะดึง ขสมก.-รฟม.มาสังกัด กทม.
วันนี้ (9 ม.ค.) ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของ 4 ตัวเต็งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมี ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หมายเลข 8 สังกัดอิสระ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หมายเลข 10 พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายแก้วสรร อติโพธิ หมายเลข 12 กลุ่มกรุงเทพฯใหม่ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถามจากการจับสลากคำถามขึ้นมาของผู้สมัครทั้ง 4 ราย อาทิ การจ้าง Outsource เข้ามาทำงาน, การสร้างนวัตกรรมใหม่ในเกี่ยวกับการเงิน, แนวทางการพัฒนาเมืองและปริมณฑล

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เราจะต้องเดินหน้าในเรื่องเอาท์ซอส (Outsource) เพราะเอกชนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ กระบวนการทำสัญญาต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เสนอตัวเข้ามาทำงานและต้องให้ประโยชน์แก่ กทม.มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ที่ กทม.ควรนำระบบ Outsource มาใช้ คือ 1.ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ การอบรมข้าราชการ-ลูกจ้าง ทั่วไป 2.การจัดทำฐานข้อมูลพื้นฐานของ กทม.ให้ทันสมัยตลอดเวลาโดยเฉพาะด้านการจราจร 3.การทำเว็บไซต์ เฉพาะกลุ่มเฉพาะเรื่อง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ทางการเงินว่า ตนไม่อยากก้าวสู่ศาลาว่าการ กทม.ด้วยการสร้างหนี้จากการออกพันธบัตร แต่ตนจะใช้งบประจำของ กทม.อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและเป็นประโยชน์ ทั้งนี้ การระดมทุน ไม่ได้หมายถึงเงินอย่างเดียว แต่จะทำอย่างไรให้การระดมทุนสังคม เช่น ชุมชน ภาคเอกชน องค์กรเอกชน ดำเนินการในวิถีทางที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนา กทม.

ส่วนข้อถามแนวทางพัฒนาเมืองและปริมณฑล ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ควรจะเริ่มตั้งแต่การวางแผน เพราะ กทม.และปริมณฑล ถือเป็นพื้นที่อันหนึ่งอันเดียวกันโดยรัฐบาล.จะต้องเป็นผู้ริเริ่ม และ กทม.ร่วมดำเนินการ ซึ่งมี 5 เรื่องที่ต้องทำร่วมกันโดยยึดสมมติฐานเป็นพื้นที่เดียวกัน 1.ระบบขนส่งมวล 2.สร้างถนน 3.จัดโซนนิง 4.สร้างเมืองดาวเทียมเพื่อกระจายคนไปตามปริมณฑลเพื่อไม่ให้กระจุกเขตเมืองอย่างเดียว และ 5.ลดปัญหามลภาวะ

ต่อข้อถามที่ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะบอกทิศทางการเมืองระดับชาติ ได้ สมมติ หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แพ้ก็สรุปได้ว่า คน กทม.ไม่วางใจรัฐบาล หรือต้องการมีตัวคานการทำงานรัฐบาล ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คิดว่า ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน อย่าหยั่งใจคน กทม.นำเสนอความเห็นพรรคเดียวกันคุมสองส่วน ถือเป็นโอกาสทองของประชาชน ดังนั้น ตนไม่ขอตอบคำถาม ตนน้อมรับการตัดสินใจของคน กทม.ไม่อยากตีความ หัวหน้าทำงานดี ปชช.ไม่เลือกตน เพราะอยากให้คานอำนาจ ตนก็ยินดี ที่เห็นหัวหน้าตนประสบความสำเร็จ แต่หากตนได้รับเลือกตั้งเพราะคน กทม.ต้องการคนพร้อมทำงาน ทำงานได้ มุ่งทำงานรับใช้คน กทม. โดยไม่เล่นการเมือง งาน กทม.เป็นการบ้านการดูแลทุกข์ สุขของประชาชนไม่ใช่เล่นเกมการเมือง

ด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวถึงการจ้างเอกชนมาร่วมงานกับภาครัฐว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้เอกชนร่วมงานกับ กทม.มากขึ้นในทุกโครงการ โครงการไหนใหญ่ก็จะร่วมทุนกันระหว่าง กทม.กับเอกชนผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุน เช่น การบริหารจัดการขยะ ที่จำเป็นต้องร่วมมือกับเอกชนเพื่อดำเนินการให้สำเร็จ

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ทางการเงิน ว่า ตนเห็นว่า ควรจะต้องระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรโดยเฉพาะการสร้างระบบขนส่งมวลชนที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากซึ่งไม่จำเป็นต้องง้อรัฐบาลและการเก็บภาษีให้ครบถ้วนด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เหมาะที่จะเพิ่มงบรายได้ งบลุงทุนหมื่นล้านเพียงพอ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่คาราคาซัง ไม่มีประสิทธิภาพในการสั่งการ

ส่วนการพัฒนาเมืองและปริมณฑล ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า ต้องมีการจัดวางผังเมืองพื้นที่สีเขียวรอบนอก กทม.โดยเฉพาะ

“หากชนะการเลือกตั้ง ผมพร้อมจะทำงานร่วมกับรัฐบาลแม้จะเคยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมาหลายรอบ ซึ่งในอดีตผมก็เคยก็วิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหมือนกัน ก่อนที่จะมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เกิดขึ้นอีก เพราะผมมีอคติกับนักการเมืองที่โกงกิน และไม่จงรักภักดีต่อระบบกษัตริย์ หาก นายอภิสิทธิ์ มีจุดยืนทางการเมืองพร้อมที่จะพัฒนาประเทศ หรือแม้แต่หาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็พร้อมที่จะทำงานร่วมได้หมด รวมทั้ง ส.ก. ส.ข. การทำงานราบรื่นแน่” ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าว

ส่วน นายยุรนันท์ กล่าวว่า การจ้างเอกชนเข้ามา Outsource สามารถตอบโจทย์ได้ดี และได้ผล แต่ต้องระวังไม่ให้เอกชนมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ส่วนแนวทางการพัฒนาเมืองและปริมณฑล นายยุรนันท์ กล่าวว่า ต้องดูกันในภาพรวมไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นปริมณฑลหรือกรุงเทพฯจากนั้น นำปัญหามาวิเคราะห์แล้วทำร่วมกันโดยให้ กทม.เป็นเจ้าภาพ เนื่องจาก กทม.ติดกับปริมณฑลหลายจังหวัด

นายยุรนันท์ กล่าวต่อว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการออกพันธบัตร เพราะเป็นกลไกที่ทำได้ยาก และเป็นการเอาคน กทม.ไปเป็นตัวประกัน เพื่อนำเงินมาลงทุนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งตนมองว่าโครงการใดที่รัฐบาลดำเนินการก็ควรที่จะให้รัฐบาลดำเนินการต่อ

ต่อข้อถามที่ว่า การนำคนในบ้านเลขที่ 111 และ 37 มาโฆษณาในป้ายหาเสียงนั้นจะนำมาสู่ความยุ่งยากทางการเมืองหรือไม่ นายยุรนันท์ กล่าวว่า ที่เราทำออกมาเช่นนั้น เพราะเราต้องการคะแนน และส่วนหนึ่งคือจากพรรค นโยบายของพรรคไทยรักไทย ที่อยู่ในใจของประชาชน และวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนแม้จะได้สอบถามทาง กกต.ไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ อย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องมองสองมุม มุมหนึ่งก็ยุ่งยาก อีกมุมหนึ่ง คือ คนที่ทำงานได้ มาทำงาน

ขณะที่ นายแก้วสรร กล่าวว่า ตนเห็นว่า ควรออกพันธบัตร กทม.เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกู้เงินจากประชาชน ซึ่งไม่ได้เอาประชาชนไปเป็นตัวประกัน ซึ่งการทำส่วนต่อขยายรถไฟฟ้ายังไง กทม.ก็ต้องกู้ ทั้งนี้ หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม.ตนจะขอโอนระบบขนส่งมวลชนทั้ง ขสมก. รฟม.มา กทม.

ส่วนการจ้าง Outsource นั้น ตนเห็นว่า การบริหาร กทม.ที่ให้เอกชนมาร่วมทำได้ เพราะเอกชนมีมาตรฐานในการดูแลงานบางอย่าง อาทิ การดูแลคนป่วย ดูแลเด็ก งานกีฬา แต่ต้องมีการต่อยอดเพื่อให้ กทม.สามารถดำเนินการได้เอง เช่น การจัดตั้งมูลนิธิกีฬา อย่าคิดเพียงการจ้างบริษัท อย่างไรก็ตาม การจะจ้างเอกชนต้องเปิดให้มีการแข่งขันด้านราคา เพื่อให้ กทม.ได้ประโยชน์ที่ดีที่สุดและมีการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับแนวทางการพัฒนา กทม.และปริมณฑล นายแก้วสรร กล่าวว่า ควรมีการจัดทำแผนหลักของภาคโดยรัฐบาลเป็นแกนหลักในการวางแผน ทั้ง การใช้น้ำ การป้องกันน้ำท่วม การกำจัดขยะ แต่หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ กทม.ก็จะเป็นแกนนำในการเชิญชวนท้องถิ่นทั้ง อบจ.อบต.เทศบาล เข้ามาหารือเพื่อร่วมกันพัฒนาแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งมีการดึงมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านสถาปัตย์ ระบบโลจิสติกส์ มาให้คำปรึกษาลจากนั้นก็นำเสนอรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บ้านเมืองวิกฤตอย่าหวังพึ่งแต่รัฐบาล

นายแก้วสรร กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า ผู้ว่าฯ กทม.จะสังกัดพรรคหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะงานคนละส่วน อย่าอ้างว่าคนของพรรคจะทำงาน เป็นโอกาสทองของคน กทม.หากคิดตรรกะเช่นนี้ ถ้า 3 เดือน พรรคประชาธิปัตย์ล้ม คุณสุขุมพันธุ์ ก็ต้องออกจากการบริหารงานด้วยใช่หรือไม่ และคนที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองไม่รักประเทศชาติหรืออย่างไร

กำลังโหลดความคิดเห็น