xs
xsm
sm
md
lg

พรรคส้มไม่เป็นรัฐบาล รอ“เจ้าของ”คัมแบ็ก!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เมืองไทย 360 องศา

สำหรับ “พรรคส้ม” หรือพรรคประชาชน เวลานี้ถือว่ากำลังตกเป็นเป้า ทั้งถูกจับตามอง ถูกแฉ และถูกถล่มแทบจะรายวัน แต่ก็ช่วยไม่ได้ การเมืองมันก็เป็นแบบนี้แหละ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งมันก็ต้องเจอ เหมือนกับพรรคประชาชน ที่กำลังถูกมองว่า “เป็นขั้วหลัก” มีเส้นทางเดินแบบใหม่ จากเดิมที่เคยเติบโตมาจาก “กระแส” มีความคิดความอ่านแบบถูกใจวัยรุ่น “คนรุ่นใหม่” ที่ร้อนแรง เหมือนกับความคิดแบบ “นักศึกษา นักกิจกรรม” ในรั้วมหาวิทยาลัย ยังไม่เคยมีประสบการณ์จริง มีความคิดความเชื่อในแบบอุดมคติ ซึ่งเป็นเรื่องดี แทบทุกคนก็เคยผ่านความร้อนแรงแบบในตำตาอุดมคติแบบนี้มาก่อนทั้งนั้น

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อผ่านโลกมากขึ้น ได้รับบทเรียนมากขึ้น ได้เห็นความจริงมากขึ้น ขณะเดียวกันด้วยระยะเวลาที่ผ่านมา หลายสิ่งหลายอย่างที่เคย “แอบ” หรือสร้างภาพลวงตามานานหลายปี ก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น และด้วยยุคดิจิทัลหลักฐานหลายอย่างที่เคยพูด เคยเคลื่อนไหวก็ถูกนำกลับมาเปิดโปงให้เห็น อารัมภบทแบบนี้แน่นอนว่า ย่อมต้องหมายถึงพรรคประชาชน ที่ย้อนยุคมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะหากสื่อถึง “เจ้าของพรรคตัวจริง” ที่ใครๆ ก็ย่อมเข้าใจแล้วว่าหมายถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่นแหละ

ขณะเดียวกัน เมื่อได้เห็นการเปิดโปงของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังโดนนายธนาธรตำหนิ ว่าเลอะเทอะ โดยครั้งนี้นายชูวิทย์ ได้รวบรวมพฤติกรรมและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผู้เขียนมองว่าเป็นความผิดพลาด และความไม่เป็นมืออาชีพของนายธนาธร โดยนายชูวิทย์ ได้ระบุข้อความว่า

"ความ “เลอะเทอะ” ของธนาธร เมื่อวานผมบอกว่า “ธนาธร เป็นคนไปคุยดีลต่างๆ ด้วยตัวเองคนเดียว” วันนี้ธนาธรบอกว่าผม "เลอะเทอะ" แต่ลองดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่ "เลอะเทอะ" มาตลอด เริ่มจาก เลอะเทอะ "จะยกเลิก ม.112 จนพาคนไปติดคุก เด็กชู 3 นิ้ว ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ" เลอะเทอะ "พิธา บอกทหารมีไว้ทำไม จนคนด่า แล้วธนาธรมาแก้ตัวเอาดื้อๆ ว่ามีทหารเอาไว้ไปรบไงล่ะ" เลอะเทอะ "เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ไปด้อยค่าทหารของประเทศตัวเอง" เลอะเทอะ "ไปดีลกับทักษิณถึงฮ่องกง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลมือเปล่า" เลอะเทอะ “ไปถูกอนุทินหลอกเซ็น MOA” เลอะเทอะ "เอาความซื่อตรงไปดีลกับนักการเมืองไทย"

เลอะเทอะ “ทุกคนในพรรคส้มเท่าเทียม แต่ต้องตามใจเจ้าของพรรคอย่างธนาธร” เลอะเทอะ "ให้เงินกู้พรรค 191 ล้าน จนถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรค" เลอะเทอะ "บริจาคเงินแฝงให้พรรค แต่บอกว่าไม่ใช่เจ้าของ ไม่ใช่นายทุนพรรค" เลอะเทอะ "หากพิธาเป็นนายกฯ ในวันนั้น สถานการณ์ชายแดนจะไม่มาถึงจุดนี้" เลอะเทอะ "จะได้ ส.ส.เกิน 250 เสียง เป็นพรรคเดียวโดยไม่มีพันธมิตรทางการเมืองร่วม" เลอะเทอะ "บอกฮั้ว ส.ว.เป็นเรื่องของ กกต. ส่วนเขากระโดงเป็นเรื่องของการรถไฟฯ หากผิดจริงชาวบ้านแถบนั้นก็ผิดหมด"

เลอะเทอะ "มีเราไม่มีเทา แต่ในพรรคมี 2 คน เป็นเทาเสียเอง" เลอะเทอะ "จะให้อนุทิน พรรคภูมิใจไทยแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ แต่ได้ยุบสภามาแทน "เลอะเทอะ "ไปบังคับให้อนุทินยุบสภา แล้วพอยุบจริง ยังถูกอนุทินเยาะเย้ยว่าเป็นฝ่ายค้ำอีก "เลอะเทอะ “ตั้งทีม The Professional แต่ ส.ส.ในพรรคไม่รู้เรื่อง” เลอะเทอะ "เอามือสมัครเล่นไปประชันวิสัยทัศน์กับมืออาชีพอย่าง ศุภจี"

เลอะเทอะ "ที่หาใครในพรรคเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เลยไปหาเทคโนแครตนอกพรรค" เลอะเทอะ "จัดปาร์ตี้ลิสต์คนนอกแซงคนในที่ทำงานให้กับพรรคจนวงแตก แต่บอกไม่มีปัญหา"

ธนาธร ยังมีเรื่อง “เลอะเทอะ” อีกมาก ที่ยังเจียระไนไม่หมด ตราบใดที่ธนาธร ยังเลอะเทอะอยู่อย่างนี้ พรรคส้มยากที่จะได้ไปเป็นรัฐบาล เพราะต้องตามใจความเลอะเทอะของ “เจ้าของพรรค” อยู่ร่ำไป นี่หากธนาธรหยุดเลอะเทอะ และอยู่กับความเป็นจริงบ้าง ไม่ตบโต๊ะแบบเสี่ยใหญ่ร้องเอาแต่ใจตัวเอง จนอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ ป่านนี้พรรคส้มได้เป็นรัฐบาลไปนานแล้ว เพราะยิ่งธนาธร เลอะเทอะ ก็ยิ่งทำให้พรรคส้มห่างไกลความฝัน นี่วันนี้ผมไม่ได้ด่านะครับ หวังดีถึงน้องๆ พรรคส้มทั้งนั้น
ยกเว้นเจ้าของพรรคคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว"

เรียกว่า ความ“แสบสันต์” ยังคงเส้นคงวาจริงๆสำหรับ นายชูวิทย์ ที่ยอมรับมานานแล้วว่า “เป็นคนเทา” แต่จะว่าไปแล้วถูกคำพูดของเขา “ล้วนเข้าทุกดอก” รู้ทันไปหมด ถึงได้บอกว่าไม่จำเป็นก็ “อย่าไปมีเรื่องกับชูวิทย์” เป็นอันขาด ยิ่งถ้าเป็นเรื่องในวงการสีเทาด้วยแล้ว อย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า

อย่างไรก็ดี แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวของ นายชูวิทย์ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก แต่ด้วยความเขี้ยวที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ผ่านประสบการณ์มาทุกรูปแบบ หลายคนอาจไม่ชอบเขา แต่หากพิจารณาจากทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ “พรรคส้ม” และตัวระดับแกนนำ และโดยเฉพาะ “เจ้าของพรรค” อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ด้วยแล้ว ย่อมปฏิเสธไม่ได้เลย และเชื่อว่าคนอย่าง นายธนาธร ก็คงไม่อยากให้พูดถึงตัวเขาแบบนี้แน่นอน

เมื่อวกกลับมาเรื่องการเลือกตั้งคราวนี้ พรรคประชาชนถือว่า เป็น “ตัวเต็ง” ที่จะชนะการเลือกตั้ง แต่จะเป็นลักษณะที่ลุ้นได้จำนวน ส.ส.มากที่สุดเท่านั้น ไม่ใช่ลักษณะของการได้ส.ส.เกินครึ่งหรือ เกิน 250 เสียงขึ้นไป ขณะที่ตัวหัวหน้าพรรค คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่คนภายนอกและบรรดา “ด้อมส้ม” มองว่า มีลุ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีนั้น หากเป็นลักษณะโครงสร้างพรรคการเมืองพรรคอื่น อาจจะใช่ ที่หัวหน้าพรรค หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะได้เป็น แต่คงไม่ใช่กับพรรคประชาชน

เพราะพรรคนี้ ทุกอย่าง เหมือนกับที่ นายชูวิทย์ ได้ระบุเอาไว้แล้วว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าของพรรค” คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เท่านั้น และที่ผ่านมา หากเขาต้องการให้พรรคของเขาได้เป็นรัฐบาลก็คงได้เป็นไปนานแล้ว เหมือนกับคราวที่แล้ว ที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ไม่ได้เป็น ซึ่งหลายคนอาจมองว่า เป็นเพราะการ “ตระบัดสัตย์” ของพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงหลายเหตุผลที่มองว่าพวกเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล และ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ความจริงแล้ว อาจเป็นเพราะเจ้าของพรรค ไม่ต้องการให้เป็นต่างหาก

ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และจะครบกำหนดในอีกราวสองปีข้างหน้า หรือหากนับเวลาแล้วก็น่าจะเป็นการเลือกตั้งคราวหน้าและที่ผ่านมาในการให้สัมภาษณ์ เขาก็ยืนยันว่า “จะกลับมา” เมื่อถึงเวลา

อย่างไรก็ดี คำถาม หรือความเชื่อแบบนี้อาจจะไร้เหตุผลว่า ทำไมถึงไม่อยากให้พรรคประชาชน เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งคราวนี้ หรือไม่อยากให้ นายณัฐพงษ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนอกจากการเป็นรัฐบาลผสมแล้ว อาจทำให้พรรคเกิดอาการบอบช้ำ ตัวบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรี อ่อนประสบการณ์ ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย สู้เป็นพรรคฝ่ายค้านสะสม “ความคาดหวัง” ของผู้สนับสนุนแบบนี้ต่อไปดีกว่า อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากองคาพยพทั้งหมดในพรรค ทุกคนย่อมเข้าใจว่า เขา “ลงทุน” มามากแล้ว แล้วจะปล่อยให้คนอื่น เข้ามาแบบภาษาบ้านเรียกว่า “ชุบมือเปิบ” หรือเสวยสุขแบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยหรือ

ดังนั้น หากพิจารณาจากองค์ประกอบ ทั้งทางการเมือง และการเป็นทุกอย่างในพรรคประชาชน ทั้งในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และต่อเนื่องไปอีกสองปีข้างหน้า ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ทำไมหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนจะไม่เป็นรัฐบาล แม้ว่าในความอีกด้านหนึ่งพวกเขาจะเป็นไปไม่ได้ด้วยเงื่อนไขจากจำนวน ส.ส.ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรที่สำคัญก็คือ “ต้องรอเจ้าของ” กลับมาเท่านั้น ไม่เชื่อก็รอดู !!


กำลังโหลดความคิดเห็น