ผู้อาวุโส ปชป. สวน “พิพัฒน์” คิดแบบธุรกิจการเมือง ชี้ พาดพิงเลือกปฏิบัติ ใช้ทำเนียบโจมตีไม่เหมาะ ไม่ให้เกียรติชาวตรัง ย้ำ บทเรียนยุคทักษิณ ปลุกคนใต้สั่งสอนภูมิใจไทย
วันนี้ (7 ม.ค.) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย จากกรณีให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 พาดพิงการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเห็นว่า เป็นการพูดในลักษณะโจมตีทางการเมืองในสถานที่ราชการ ซึ่งไม่เหมาะสม และควรใช้เพื่อแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่าหาก 14 จังหวัดภาคใต้เลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำงบประมาณเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหากตีความตามหลักการแล้ว หมายความว่า หากไม่เลือกก็อาจไม่ได้รับการพัฒนา ถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางการเมือง
นายชวน กล่าวว่า แนวคิดลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ที่ประกาศพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้คัดค้านอย่างชัดเจน และเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว เพราะประชาชนมองว่าเป็นความไม่ยุติธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ที่ห้ามเลือกปฏิบัติเพราะความเห็นทางการเมือง
“หากนักการเมืองใช้แนวคิดไม่เลือกไม่พัฒนา จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และบิดเบือนหลักประชาธิปไตย เพราะประชาชนทุกจังหวัดเสียภาษีเท่ากัน รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องพัฒนาทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนฝ่ายตน”
ส่วนที่มีการพาดพิงถึงจังหวัดตรัง นายชวน กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย รวมเวลากว่า 6 ปี แต่การบริหารงานไม่ได้เจาะจงพัฒนาเฉพาะจังหวัดตรัง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญถูกกระจายทั่วประเทศ พร้อมยกตัวอย่างโครงการถนน 4 เลน ที่ทำครบทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือสิ้นสุดที่เชียงราย ภาคอีสานถึงหนองคาย และภาคใต้ถึงจังหวัดชายแดนเชื่อมประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ นายชวน ยังย้ำถึงผลงานด้านนโยบายสาธารณะ อาทิ การริเริ่มเบี้ยผู้สูงอายุ การผลักดันให้จังหวัดตรังมีมหาวิทยาลัย การส่งเสริมโครงการดื่มนมในเด็ก รวมถึงการพัฒนาสนามบินตรังและโครงสร้างพื้นฐานเมือง โดยยืนยันว่า ไม่ได้เอาเปรียบจังหวัดอื่น และไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจผิดว่าจังหวัดตรังได้รับงบประมาณพิเศษ
นายชวน ยังระบุว่า การพาดพิงในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติชาวตรัง และส่งผลต่อบรรยากาศการหาเสียง นายกรัฐมนตรีต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ การดำเนินนโยบายใดๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทุกจังหวัด ไม่ใช่คิดแบบนักธุรกิจการเมืองที่มองเรื่องกำไร ขาดทุนทางการเมือง จึงฝากถึงประชาชนภาคใต้ให้ตระหนักถึงบทเรียนในอดีต และควรเลือกพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเลือกปฏิบัติหรือไม่ โดยย้ำว่า ประชาธิปไตยจะเดินหน้าได้ ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรมและความเสมอภาคของประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ


