xs
xsm
sm
md
lg

"แสวง" แจง "บก.ลายจุด-ไอลอว์" พรรคสามารถรณรงค์ประชามติ รธน.-ใช้งบหาเสียงเป็นค่าใช้จ่ายได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บก.ลายจุด – ไอลอว์ บุกถาม “แสวง ” ซักปมพรรคการเมือง-นักการเมืองสามารถชี้นำเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ได้คำตอบยืนยันทำได้ ส่วนค่าใช้จ่ายพรรคการเมืองสามารถใช้งบฯ หาเสียงได้ รอทำหนังสือยืนยัน แต่ปัดให้ความเห็นปฏิรูป กกต. บอกคิดว่าดีก็ทำไป



วันนี้( 6 ม.ค. ) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เดินทางมาพบนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อสอบถามความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรณรงค์หาเสียง และค่าใช้จ่ายในการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง ตลอดจนความชัดเจนเรื่องที่พรรคการเมือง นักการเมืองสามารถรณรงค์เกี่ยวกับการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ และนายยิ่งชีพได้ยืนรับฟังการสัมภาษณ์ของนายแสวงต่อสื่อมวลชนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. การทำประชามติ ซึ่งปรากฏว่า พอถึงคำถามที่สื่อถามถึงกรณีที่นายสมบัติ และนายยิ่งชีพ เรียกร้องให้มีการปฎิรูป กกต. นายสมบัติก็ได้ปรากฏตัวและทำการซักถามนายแสวงต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ เลขาฯ กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคการเมือง ไม่สามารถชี้นำประชาชนว่าควรเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมาก็มีการแถลงว่าสามารถทำได้ดังนั้นจึงอยากได้ความชัดเจนว่าตกลงแล้ว ทำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ นายแสวงยอมรับว่า ตอนแรกให้สัมภาษณ์ว่าทำไม่ได้ แต่ต่อมาเมื่อมาพิจารณามาตรา 11 กฎหมายประชามติ ให้ กกต.กำหนดเพื่อความเรียบร้อย ซึ่งเมื่อ กกต.มาพิจารณาดูก็เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต.จึงไม่ได้ออกกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่พรรคการเมืองอาจจะมีภาระมากกว่าประชาชน เพราะพรรคการเมืองเวลาทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายประชามติ กฎหมาย สส. เหมือนกับว่ากกต.ก็ต้องดูแลพรรคการเมืองด้วย

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ สังคมสับสนกับคำพูดนายแสวง และทำให้พรรคการเมืองไม่กล้ารณรงค์ จึงขอให้เลขาฯ กกต.กล่าวขอโทษ หรือทำให้เกิดความมั่นใจว่า พรรคการเมืองหรือ นักการเมืองสามารถแสดงจุดยืนว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งนายแสวง ยืนยันว่า "ทำได้” อย่างไรก็ตามนายสมบัติ พยายามให้นายแสวงเขียนข้อความยืนยัน แต่นายแสวงยืนยันว่า “ไม่ต้องเขียน เพราะตนได้พูดกับสื่อแล้ว”


จากนั้นนายสมบัติ ถามต่อว่า พรรคเมื่อรณรงค์ เรื่องประชามติแล้ว ไม่รู้ว่าจะลงค่าใช้จ่ายในหมวดไหน เป็นไปได้หรือไม่ ที่กกต.จะจัดทำหมวดพิเศษให้ลงรายละเอียด นายแสวง กล่าวว่า ยืนยันว่า พรรคการเมืองมีเจ้าหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่าย รู้ข้อมูลนี้อย่างดี ตนเคยชี้แจงกับพรรคแล้วว่า ครั้งนี้พรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย 3 ฉบับ พรรคใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ต้องอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งการเลือกตั้ง สส.มีค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ แต่ประชามติไม่มีค่าใช้จ่าย
“เส้นแบ่งคือเนื้อหาที่ไปพูดต้องระวังให้ดี กกต.ไม่ได้ไปหาเรื่อง แต่คู่ต่อสู้ของพรรคการเมือง และผู้สมัครจะเป็นคนหาเรื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการณรงค์ประชามติ ก็ลงในกฎหมายพรรค”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้แจ้งต่อนายสมบัติว่ายังค้างประเด็นที่จะสอบถามเลขากกต.จึงขอให้สื่อได้ทำหน้าที่ก่อน นายแสวงจึงได้เชิญนายสมบัติและนายยิ่งชีพไปและหารือที่ห้องทำงาน

โดยสื่อก็ได้สัมภาษณ์นายแสวงต่อ และได้มีการสอบถามประเด็นที่นายสมบัติและนายยิ่งชีพเสนอว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ควรมีการปฏิรูปกกต.ด้วย โดยนายแสวงกล่าวว่า“ผมไม่มีความเห็น ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป” ซึ่งหลังจบการให้สัมภาษณ์แล้วนายแสวงก็ได้พานายสมบัติ และนายยิ่งชีพไปพูดคุยกันต่อในห้องทำงาน


นายยิ่งชีพ ให้สัมภาษณ์หลังพูดคุยกับนายแสวง เรื่องการลงทะเบียนทำประชามติซึ่งตอนเปิดระบบแรกๆ มีประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกเขต แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกันกว่า 4 พันคน ซึ่งต่อมามีการปรับระบบแล้วไม่สามารถใช้สิทธิ์นอกเขต แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาระบบการลงทะเบียนของ กกต.ที่ให้ลงไปแล้วประมาณ 4 พันคน แล้วมาเปลี่ยนระบบ ดังนั้นยืนยันว่าคนเหล่านี้ต้องได้สิทธิ์

ขณะที่นายสมบัติ กล่าวถึงหมวดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองเกี่ยวกับการทำประชามติ เรื่องนี้นายแสวง ยืนยันว่า สามารถใส่รายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประชามติได้ แต่เนื่องจากว่าพรรคการเมืองยังมีความกังวลเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้ ทางนายแสวงยืนยันว่าจะมีการทำหนังสือออกมาอีกครั้งในภายหลัง ว่าสามารถรณรงค์ “รับหรือไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญได้ และมีหมวดให้ใส่ค่าใช้จ่ายเพื่อจะได้ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นตอนนี้จึงรอกกต.ทำหนังสือออกมา ซึ่งเราจะติดตามเรื่องนี้ต่อ
นายยิ่งชีพย้ำว่า พรรคการเมืองจัดเวทีรณรงค์ประชามติค่าใช้จ่ายไม่ได้จำกัดแค่เรื่องการหาเสียง แต่เมื่อขึ้นเวทีแล้วจะพูดเรื่องการหาเสียงไม่ได้ ถ้าเผลอพูดว่า เลือกตนเองนั่นจะเท่ากับเป็นการหาเสียง จะนับเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง แต่หากจัดเวทีพูดเรื่องประชามติอย่างเดียวว่าทำไม่ต้อง รับ หรือไม่รับ อันนี้ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายในหมวดเดียวกับการเลือกตั้ง นี่คือสิ่งที่นายแสวงพูดในห้องประชุม และต้องรอหนังสือออกมา แต่จริงๆ ก็ไม่ยากแค่นายแสวงตอบคำเดียวต่อหน้ากล้องก็จบแล้ว แต่ตอนนี้เมื่อยังไม่มีคำนั้น ก็ต้องรอหนังสือ




กำลังโหลดความคิดเห็น