xs
xsm
sm
md
lg

“ยศชนัน” นำทีมเพื่อไทยลุยพบชาวนาอยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี ชูนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ยศชนัน” ยกทีม เพื่อไทยพบเกษตร 3 จว.อยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี ย้ำนโยบายสร้างความเท่าเทียม ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% บอก 8 ม.ค. รอฟังนโยบายล็อตใหม่

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ร้านเจริญทรัพย์เพิ่มพูน จ.พรนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.ชัยนาท เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยรับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวนาประมาณ 400 คน จากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา ณ ร้านเจริญทรัพย์เพิ่มพูน อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา


ทันทีที่นายยศชนัน และคณะเดินทางมาถึงได้เดินไปดูทุ่งนา และเดินดูเมล็ดพันธุ์ บริเวณด้านข้างโรงสี ก่อนเดินเข้ามาทักทายประชาชน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดี มีประชาชนมอบดอกกุหลาบแดง คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง และขอถ่ายภาพร่วมกับนายยศชนันอย่างเป็นกันเอง

จากนั้นนายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เรามารับฟังปัญหาให้เห็นกับตาแล้วกลับไปทำนโยบายให้ประชาชนได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเมล็ดพันธุ์ น้ำท่วม ราคาพืชผลการเกษตร เราประกันกำไร 30% และสิ่งที่ยังไม่เท่าเทียมกันอยู่ เช่น การรักษาพยาบาลเราจะเดินหน้าโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ต่อ และหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน
สำหรับผู้สูงอายุขอให้ติดตามการปราศรัยใหญ่วันที่ 8 ม.ค. รับรองทุกคนชอบแน่นอน เราต้องการความสามัคคีจากทุกคน วันที่ 8 ก.พ. ขอให้กาเพื่อไทยทั้ง 2 เบอร์ คือเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย และเบอร์ของผู้สมัครเขตนั้นๆ ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งแผ่นดิน


ขณะที่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเดินเข้าหาประชาชน และมาพร้อมนโยบายที่ดี ซึ่งในภาคกลางไม่พูดถึงเรื่องข้าวไม่ได้ โดยตั้งเป้าจะทำราคาข้าวหอมมะลิให้ถึง 15,000 บาทต่อตัน ข้าวขาว 10,000 บาทต่อตัน ซึ่งเรามีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% แตกต่างจากประกันราคา เพราะปักหมุดไว้ที่ต้นทุน ไม่ว่าต้นทุนจะอยู่ที่เท่าไหร่ ราคาตลาดจะผันผวนอย่างไร แต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้ทุกคนมีกำไร รวมถึงต้องดูปัจจัยการผลิตว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องจักรการเกษตร ซึ่งขณะนี้จะมีโครงการคูปองปุ๋ย คูปองเมล็ดพันธุ์ เพราะให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวเกษตรกร พร้อมทั้งเดินหน้านโยบายพักหนี้ แก้ปัญหาหนี้สิน


ด้านตัวแทนเกษตรกร สะท้อนปัญหาว่า น้ำมันเป็นส่วนสำคัญในการผลิต เมื่อน้ำมันแพงจะทำให้ต้นทุนสูง แม้อยากจะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้า แต่กระบวนการขั้นตอนในการขอใช้นั้นค่อนข้างยุ่งยาก จึงอยากให้ช่วยลดกระบวนการขั้นตอนต่างๆ รวมถึง หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการน้ำอยากให้ช่วยประสานงานระหว่าง กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ร่วมกับ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา ขณะเดียวกัน อยากให้มีมาตรการชดเชยการเผา เช่น การสนุบสนุนรถอัดฟาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงอยากให้สนับสนุนรถข้าวเปลือก พัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ พัฒนาโครงการกองทุนหมู่บ้าน และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องมีขั้นบันได






กำลังโหลดความคิดเห็น