“ศุภชัย” แฉต่อ เบื้องหลังระงับแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น พบพิรุธโยกงบ 1.57 แสนล้าน จากมือชาวบ้านเข้ากระเป๋าผู้รับเหมา จี้ ตอบคำถามประชาชน ย้ำ ภูมิใจไทยถูกใส่ร้าย “คนละครึ่งพลัส” ทำประชาชนเสียประโยชน์
วันนี้ (4 ม.ค.) นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ยืนยัน กรณี นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ปราศรัยกล่าวหาพรรคเสียงข้างน้อยนำงบดิจิทัลวอลเล็ตไปทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ประชาชนสูญเสียประโยชน์
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และดำเนินต่อมาจนถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในที่สุดไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากถูกทักท้วงจากหลายหน่วยงาน มีคำถามเรื่องกระบวนการสร้าง Token หรือสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ซึ่งถึงเวลาน่าสงสัยว่าอาจเกี่ยวโยงไปถึง MOU กับบริษัทในสิงคโปร์ ที่นายเบน สมิธ อยู่เบื้องหลัง ในสมัยที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ดีอี ซึ่งปัจจุบัน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กำลังตรวจสอบอยู่
นายศุภชัย ย้ำว่า เมื่อรัฐบาลทำโครงการแจกเงินหมื่นไม่ได้ งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท แทนที่จะแจกเงินคนละ 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรงให้ประชาชน กลับพลิกโครงการนำเงินไปสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างถนน สร้างอาคาร พัฒนาแหล่งน้ำ แทนที่จะจ่ายเงินถึงมือชาวบ้าน เปลี่ยนเป็นเอาเงินให้ผู้รับเหมา โดยรัฐบาลอ้างว่าเพื่อกระตุ้น GDP ในระยะยาว
“นี่คือ สิ่งที่ต้องตอบกับประชาชนว่า เหตุผลที่ต้องระงับไปเพราะอะไร เงิน 1.57 แสนล้านบาท ในที่สุดกลายเป็นเงินเข้ากระเป๋าผู้รับเหมารายใหญ่ทั้งหลาย ที่ผมพูดมาเพื่อตอกย้ำว่าสิ่งที่ สส.มนพร พูดมันเป็นการใส่ร้ายพรรคภุมิใจไทย เมื่อท่านระงับแล้วเงินดังกล่าวยังอยู่กับรัฐบาลแพทองธาร เรื่องนี้เราดำเนินคดีกับท่านแน่นอน อยู่ระหว่างยื่นเรื่องต่อ กกต. ฝากถึงพี่น้องชาวนครพนมที่ได้ฟัง โปรดรับรู้ว่าเรื่องที่นางมนพรพูดไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย” นายศุภชัย กล่าว


