xs
xsm
sm
md
lg

"เสี่ยหนูตีสี่" ตอบหน่อย!?? ปฏิบัติการปราบบ่อน มท.ล้างแค้นตำรวจ หรือเลือกปฏิบัติ!? ** “เศรษฐา” เซ็นโยก“สมศักดิ์”คุมสธ. สลับให้ “พีระพันธุ์”ดูแล ยธ. แทน ปัญหาน่าจะมาจากปัญหาคุมขังนอกเรือนจำพ่นพิษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**"เสี่ยหนูตีสี่" ตอบหน่อย!?? ปฏิบัติการปราบบ่อน มท.ล้างแค้นตำรวจ หรือเลือกปฏิบัติ!?

มองเผินๆ เหมือนมหาดไทยกำลังปฏิบัติหน้าที่กันอย่างจริงจัง น่าชมเชย แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อมองลึกลงไปและยิ่งมีข่าวจากวงในปฏิบัติการไล่ล่าบ่อนพนันของชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นที่ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คร่ำหวอดในยุทธจักรบู๊ลิ้ม ว่า “ผิดปกติ” และ “ผิดปกติยิ่งกว่า” เมื่อบ่อนพนันขนาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องเหาะเหินเดินอากาศ ไปถึงเมืองโคราช หรือ บ่อน “หวายเหนียว” อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

บ่อนใหญ่ที่ว่า ตั้งอยู่ปลายจมูกทั้งใน กทม. พื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล และปริมณฑลพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภาค 1 มีนักพนันหลายร้อยคนเข้าใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แถมเข้าออกยิ่งกว่าสะดวกซื้อ แต่ก็แปลกที่ไม่มีใครหน้าไหน ไม่มีตำรวจ ไม่มีชุด ฉก.มท.ของ “เสี่ยหนูตีสี่” อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เข้าไปรบกวนตั้งแต่ได้รับตำแหน่งเจ้าพ่อคลองหลอด

เมื่อถูกมองว่าจับแบบ “เลือกจับ” ก็จำเป็นแล้วล่ะที่ “อนุทิน” จะต้องให้คำตอบ หรือแม้แต่ปฏิบัติการคว้านำเหลว ที่ จ.นครราชสีมา โดย “อนุทิน” ลงทุนเดินทางลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ก็มีข่าวแพลมๆ มาทำนองว่าต้นตอ “ข่าวรั่ว” จนผีพนันหนีกันไปได้ทั้งหมด ไม่ได้มาจากใครที่ไหนแต่มาจาก “คนโต” มหาดไทย แอบโทรศัพท์แจ้ง “ขาใหญ่” แห่งเมืองย่าโมให้รู้ตัว เนื่องจากมีสายสัมพันธ์กันทั้งในสายงานปกครอง กับอาศัยพึ่งพากันในแวดวงการเมืองเมื่อ “ขาใหญ่” รู้ข้อมูล จึงรีบหูตาแหก สั่งให้ “ปิดบ่อน”

...สรุปไม่มีข่าวรั่ว ไม่มีการจัดฉาก แต่คนรู้ดีที่สุดก็คือ “อนุทิน” นี่แหละ!!

ปฏิบัติการจับบ่อนเมืองโคราช จึงต่างกับที่กาญจนบุรี เพราะฉก.มท.สามารถกวาดต้อนนักพนันได้เกือบร้อย

อนุทิน ชาญวีรกูล
นี่คือข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่ง ที่มีการซุบซิบนินทากัน บ่อนพนันจัดว่าผู้เกี่ยวทั้งหมดเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ใครล่ะ ตาสีตาสา ลุงมีป้าเมี้ยน หรือก็เปล่า...แวดวงบ่อนพนันมีทั้งหัวคะแนน นักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นบ้าง ระดับชาติบ้าง ข้าราชการต่างเห็นบ่อยที่สุดคือตำรวจ ที่ขาดไม่ได้คือผู้ว่าราชการจังหวัด!!??

ประกันได้ว่าจังหวัดไหนมี หรือไม่มีบ่อนการพนัน “พ่อเมือง” ที่นั้นๆ ต้องรู้เรื่อง

ดังนั้น โครงสร้างของบ่อนพนันเริ่มต้นมาจากบุคคลทั่วไปที่ถนัดทางนี้ มีความสนิทคุ้นเคยกับตำรวจ กับนักการเมือง กล้าใช้เงินหว่าน หรือเคลียร์ยัดซ้าย ยัดขวา หน้าบ้าน หลังบ้าน

ด้วยเหตุนี้ จึงกลับมายังปฏิบัติการของ ฉก.มท. ซึ่งดูเหมือนว่าถ้าไม่ใช่ “เลือกจับ” ก็คือการ "ชำระแผลเก่า" จากกรณีที่ ปปป.ตำรวจไปจับ "วีระชาติ รัศมี" นายกเทศมนตรีตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็น "ลูกเขย" สุดเลิฟของ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" รมช.มหาดไทย ในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่

จับแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จับคล้ายประจานนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล!!??

แม้จะผ่านมาหลายเดือน แต่รอยแผลบาดลึกตามหลอกหลอนจนท่าน มท.3 ได้ฉายา “มาเฟียละเหี่ยใจ”

ข้อสังเกตทั้งการเลือกจับก็ดี หรือการเอาคืนตำรวจก็ดี แม้ไม่มีใบเสร็จมายัน แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ่อนใหญ่อมตะนิรันดร์กาล ในกรุงเทพฯ กับบ่อนพระปิ่น 3 แถวบางบัวทอง จ.นนทบุรี ย่อมพิสูจน์ได้ว่า มีสิ่งผิดปกติในการทำหน้าที่ของทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองจริงๆ

ชาดา ไทยเศรษฐ์
หรือบ่อนถั่ว ของหมี 777 ที่ถูกมือดีปล่อยภาพในโลกออนไลน์ มีข้อความระบุถึงตำรวจใหญ่ในปีกของนักการเมืองคนดัง เจ้าพ่อเมืองชลบุรี เป็นผู้สนับสนุน ของแบบนี้ ก็รู้ๆ กันดีว่าเปิดบริการผีพนันได้อย่างไร มีใครคุ้มกระลาหัว

แค่อ้าปากก็เห็นไปถึงล้ำไส้ใหญ่!!??

เอาเป็นว่าถ้าไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือมีคนใหญ่คนโตในกระทรวงมหาดไทยที่ “ศีลเสมอ” คบหาพาที เป็นพรรคพวกสายนักเลงมาก่อน ได้ตำแหน่งสำคัญจนรู้สึกเกรงอกเกรงใจกัน

ทั้ง “ชาดา ไชยเศรษฐ์” มท.3 กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” มท.1 ผู้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในบ้านในเมือง จะต้องจัดการกับบ่อนต่างๆ อย่างเท่าเทียม

บ่อนพนันยังมีเหลื่อมล้ำ มันก็ไม่ไหวนะเสี่ยหนูตีสี่!!!!????

** “เศรษฐา” เซ็นโยก“สมศักดิ์”คุมสธ. สลับให้ “พีระพันธุ์”ดูแล ยธ. แทน ปัญหาน่าจะมาจากปัญหาคุมขังนอกเรือนจำพ่นพิษ

เรื่องของ “นักโทษเทวดา” ทักษิณ ชินวัตร ที่ออกมารักษาตัวที่ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กว่า 4 เดือนแล้ว โดยไม่มีความชัดเจนว่า ป่วยเป็นโรคอะไร จะรักษาอยู่อีกนานหรือไม่ และที่สำคัญคือยังอยู่ที่บนชั้น 14 จริงหรือไม่ สังคมทั่วไปไม่มีใครรู้

และไม่ว่าจะเป็น “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี.. “พ.ต.อทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ รวมทั้ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ทุกคนต่างเลี่ยงที่จะให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องระเบียบราชทัณฑ์เกี่ยวกับการคุมขังนอกเรือนจำ เพราะกลัวว่าพูดไปจะกลายเป็นประเด็น บานปลาย ใหญ่โต

สมศักดิ์ เทพสุทิน
จะมีก็แต่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม และเป็นอดีตรมว.ยุติธรรม ที่ออกมาพูดบ้างในบางประเด็น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เลี่ยงตลอดเช่นกัน

อย่างเช่นเรื่องระเบียบราชทัณฑ์เกี่ยวกับการคุมขังนอกเรือนจำ “สมศักดิ์” ก็ชี้แจงว่า เป็นระเบียบที่ทำก่อนตนเองจะเป็น รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลชุดที่แล้วเสียอีก เนื่องจากปัญหานักโทษล้นคุก จึงไม่ใช่ทำเพื่อ “ทักษิณ” โดยเฉพาะ

ทั้งยังเคยออกมาเตือน กมธ.ตำรวจ ว่าอาจถูกฟ้องดำเนินคดีได้ หากเข้าตรวจค้นชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยพลการ

เมื่อ “สมศักดิ์”ยอมออกมาพูดในเชิงปกป้อง แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ถูกสั่งมาให้เป็นหน่วยกล้าตาย หรือ เป็นการออกมาพูดเองเพื่อ “ซื้อใจ”นายใหญ่ หรือเปล่า เพราะเท่ากับเป็นการออกมาช่วยรัฐบาล และช่วยตระกูลชินวัตร ที่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำลังรับแรงเสียดทานหนักในเรื่องนี้

หากเป็นที่พอใจของ “นายใหญ่” และคนในตระกูลชินวัตร เมื่อถึงคราปรับครม.รอบหน้า คงจะได้คุมกระทรวงที่ต้องการอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสียที ไม่ต้องเป็นรองนายกฯลอยๆ แบบนี้

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสองวันก่อน (26 ธ.ค.) “สมศักดิ์” ยังออกมาให้สัมภาษณ์ตำหนิกรมราชทัณฑ์ว่า ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่ชี้แจงปม “ทักษิณ”ให้เคลียร์ มัวแต่กลัว

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
... เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ทักษิณ” ไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล เพราะเงื่อนไขของกฎหมาย และระเบียบราชทัณฑ์ มีความชัดเจน ถ้าปฏิบัติตามแนวทางและกรอบของกฎหมาย หากข้าราชการทำตาม ทุกอย่างก็เดินไปตามปกติ แต่ถ้าทำๆ หยุดๆ ไม่จริงจัง ทำไปโดยที่ไม่เข้าใจ ก็จะเป็นปัญหา

...มีการปั่นกระแสนักโทษเทวดา มีการเคลื่อนไหวทั้งใน และนอกสภา ก็เกิดจากคำตอบของหน่วยงานทั้งหลาย ตอบได้ไม่เคลียร์ ไม่กล้าตอบ กลัวๆ กล้าๆ เพราะไม่รู้ระเบียบกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง ไม่ได้ทำการบ้าน ทำงานเช้าชามเย็นชาม ก็จะเป็นอย่างที่เห็น...

...ปัญหาที่เกิดก็เพราะเขาไม่ทำการบ้านให้ดี ถ้ารู้ไม่จริง ไม่เข้าใจ ก็กลัว และไม่กล้าทำอะไร โปรดทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ แล้วเดินหน้าต่อไป มันก็จบ!!

“สมศักดิ์”จัดหนัก จัดเต็มไปที่กรมราชทัณฑ์แบบไม่ยั้ง

จะด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้ล่าสุด “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเซ็นคำสั่งสำนักนายกฯ มอบอำนาจให้ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ไปกำกับดูแลงาน กระทรวงสาธารณสุข แทนนายกฯ ขณะเดียวกันก็สลับให้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ไปคุมกระทรวงยุติธรรม (ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ) แทน

แน่นอนว่า การสลับการดูแลกระทรวงฯ ครั้งนี้ ยอมถูกนำไปโยงกรณีการรักษาตัวนอกเรือนจำของ “ทักษิณ” ที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งอยู่เกิน 120 วันไปแล้ว รวมทั้งเรื่องระเบียบราชทัณฑ์เกี่ยวกับการคุมขังนอกเรือนจำอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่สำคัญการออกแอกชันของ “สมศักดิ์” รอบนี้ อาจเป็นเหมือนสายล่อฟ้า จนไม่ถูกใจนายกฯหรือนายใหญ่ก็เป็นได้ !!

การให้ “พีระพันธุ์” มากำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เหมาะสม ถูกฝา ถูกตัว เพราะมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี

ขณะที่ “สมศักดิ์” ที่ต้องไปดูแลกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็อาจจะได้เป็น “หมอสมศักดิ์มะละกอ” ได้เผยแพร่สร้างชื่อเสียง เรื่องกินน้ำใบมะละกอต้มเพื่อรักษาโรคร้าย ที่เจ้าตัวกำลังให้ความสนใจอยู่

แต่ล่าสุด “ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้ออกมาบอกแล้วว่า อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ เรื่องการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการดื่มน้ำต้มใบมะละกอ เพราะยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่า ใบและดอกมะละกอ รักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น