xs
xsm
sm
md
lg

ทนายยโสฯ จี้ กกต.เร่งพิจารณาคุณสมบัติ “พิธา” ก่อนประกาศผลรับรอง ขีดเส้น 30 มิ.ย. ขู่นิ่งเจอ ม.157

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทนายยโสธร บุก กกต.จี้เร่งพิจารณาคุณสมบัติ “พิธา” ก่อนประกาศรับรองผล ขีดเส้น 30 มิ.ย. ยังนิ่งเจอ ม.157 แน่ ยกกรณีเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร สท.ท่าม่วง ยังใช้เวลาแค่ 1 เดือน รู้เรื่อง

วันนี้ (25 พ.ค.) นายสมหวัง จำปาหอม ทนายความจากจังหวัดยโสธร เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.เร่งพิจารณาคำร้องการถือหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเนตนายกฯ พรรคก้าวไกล เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนจับตา เชื่อว่า กกต.มีข้อมูลเพียงพอที่จะวินิจฉัย นายพิธา เองก็ยอมรับว่า ถือหุ้นดังกล่าว และเรื่องนี้ กกต.ได้ปล่อยให้นายพิธาถือหุ้นมาตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ทั้งที่ควรจะยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อย่าว่าไม่มีผู้ร้องเรียน โดยขอเทียบเคียงกับกรณีผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี รายหนึ่งถือหุ้น บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพียง 1 หุ้น ยังถูก กกต. เพิกสิทธิเลือกตั้งภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยไม่มีผู้ร้องเรียน เรื่องนี้ กกต.จึงควรจะทำให้เกิดความเสมอภาคกับกรณีของนายพิธา แม้จะหมดวาระของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ก็จะมีผลต่อเรื่องเงินเดือนและผลประโยชน์ต่างๆ ตนจึงต้องเดินทางมาจากจังหวัดยโสธรเพื่อขอให้ กกต.เร่งพิจารณาภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้

นายสมหวัง ยังกล่าวว่า อยากให้ กกต.พิจารณาคุณสมบัติของนายพิธา ให้เสร็จสิ้นก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หากปล่อยไว้เช่นนี้จะเกิดความเสียหายต่อการเลือกตั้งถ้ารับรองผลไปการเลือกตั้งไปก่อน จะต้องไปร้องศาลรัฐธรรมนูญและต้องจัดเลือกตั้งใหม่จะทำให้เสียงบประมาณ แต่หากสอยไปก่อนประกาศผล เพราะขาดคุณสมบัติ ซึ่งเรื่องนี้ กกต.สามารถทำได้ตามหน้าที่ แต่ถ้ารับรองผลการเลือกตั้งไปแล้วต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดย กกต.สามารถย้อนไปดูได้ว่านายพิธา เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลเมื่อใด และถือหุ้นสื่ออยู่หรือไม่ ก็จะพบว่า นายพิธา ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค ไม่สามารถเป็น ส.ส.ได้ ประกอบกับทุกพรรคก็มีข้อบังคับพรรคในเรื่องการถือหุ้นสื่อ

นายสมหวัง กล่าวว่า การมายื่นคำร้องในวันนี้อยากเห็นความชัดเจน กกต.จะต้องทำหน้าที่โดยยึดความถูกต้อง กฎหมาย ไม่ใช่ยึดกระแสที่จะมากดดันได้ การที่ตนเดินทางมาจากจังหวัดยโสธร เพื่อมายื่นเรื่องต้องการให้เป็นข่าวเพื่อเร่งรัดการพิจารณาในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะการเมืองจะเดินต่อไปแบบไม่มีข้อกังขา ทั้งนี้ ตนไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียใดๆ มาในฐานะประชาชน ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส. เป็นคนธรรมดาที่ปกป้องประโยชน์แผ่นดินและอยากเห็นกฎหมาย ความถูกต้อง ไม่ใช่เอากระแสมาอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าทำแบบนี้บ้านเมืองจะอยู่รอดหรือ เมื่อกฎหมายเขียนไว้ต้องทำไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะพรรคไหนหรือใคร และเมื่อวันถึงวันที่ 30 มิถุนายน กกต.ไม่ดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาสถานภาพของนายพิธา ในการเป็น ส.ส.สมัยแรกแล้ว จะแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 หาก กกต.เห็นว่า นายพิธาไม่ผิด จะเจอกับตนอีกยาวแน่ ดังนั้น กกต.อย่าโบ้ยเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ควรรีบดำเนินการก่อนโดยไม่สนกระแสกดดัน พร้อมขอให้กำลังใจ กกต.ทำหน้าที่อย่าหวั่นไหว

“คนเราบอกว่าจะเป็นนักประชาธิปไตย คุณต้องเคารพกฎหมาย เคารพสิ่งที่ทำถูกต้อง ถ้าคุณบอกว่ากระแสประชาชนไม่ยอม นั่นคือประชาธิปไตย มันไม่ใช่ มันหมดเวลาแล้วที่เราจะเอาคนมาลงท้องถนนเพื่อกดดันต่างๆ นานา คุณบอกประชาธิปไตย เคารพบ้าง เคารพเสียง เคารพประชาชน คนที่เขาไม่เลือกคุณก็ไม่ได้น้อย และพรรคอื่นก็อาจจะเจอแบบคุณด้วยเหมือนกัน มันไม่แน่ ผมไม่มีข้อมูล แต่วันนี้ผมมีข้อมูลของพรรคก้าวไกล ของคุณพิธา ผมจึงมาร้อง ผมยืนยันได้มาด้วยความสุจริต มาเพื่อต้องการรักษากฎหมาย และประโยชน์ของพี่น้องประชาชน”


กำลังโหลดความคิดเห็น