xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” ชู พปชร.ก้าวข้ามขัดแย้ง “ลุงป้อม” นายกฯ ค่าครองชีพลด-รายได้เพิ่ม-มีเครื่องยนต์ ศก.ใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิรัตน์” ประชันนโยบาย ย้ำจุดยืน พปชร. ก้าวข้ามความขัดแย้ง ลั่นหากเลือก พปชร.จะได้ “ลุงป้อม” เป็นนายกฯ ค่าครองชีพลด-คนไทยมีรายได้เพิ่ม-พร้อมมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ทำเศรษฐกิจไทยโตทั้งระบบ

วันนี้ (13 มี.ค.) ที่โรงแรมพลูแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมแสดงนโยบายในงาน มติชน : เลือกตั้ง’66 บทใหม่ประเทศไทย ประชันนโยบาย “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง”

นายสนธิรัตน์ ได้กล่าวถึงจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐ ต่อคำถามเรื่องหากได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขร่างใหม่ หรือดำเนินการอย่างไรกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่เป็นข้อถกเถียงในปัจจุบัน ว่า รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขได้ เมื่อบังคับใช้ไประยะเวลาหนึ่งแล้วจะเห็นจุดอ่อนจุดแข็ง หากเรื่องใดไม่สามารถขับเคลื่อนตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือเกิดข้อถกเถียงในเรื่องมุมมองความคิดก็สามารถแก้ไขได้ และหัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือประโยชน์ของประชาชน

“ขอย้ำว่า จุดยืนของพรรค คือ เราไม่ใช่พรรคของการสืบทอดอำนาจอย่างที่หลายคนกล่าวถึง พรรคพลังประชารัฐดำเนินการภายใต้กติกา และกฎเกณฑ์เดียวกันทุกอย่าง สิ่งที่พรรคยึดมั่นได้แสดงออกผ่านจดหมายน้อยของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ว่า เคารพในหลักการของประชาธิปไตย และเคารพเรื่องของประเทศต้องมีการเปลี่ยนผ่าน เราเชื่อมั่นว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องนำไปสู่รัฐบาลที่ดี และสร้างรัฐบาลที่ไม่ก่อเกิดความขัดแย้ง” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคเป็นห่วงมากที่สุด คือ ไม่อยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการหยิบจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ และพรรคการเมืองมาสร้างความแตกแยก ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งไปสู่ความขัดแย้ง พรรคจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง

นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ ยังได้ตอบคำถามในเรื่องการกระจายอำนาจ ว่า คิดอย่างไรที่ประเทศไทยมีทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด จากการแต่งตั้ง นอกจากนี้ ยังมี อบต. เทศบาล และ อบจ. และจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีผู้ว่าฯ จากการเลือกตั้ง ว่า หนึ่งในหัวใจที่นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ การกระจายอำนาจ แต่ทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากส่วนกลางทั้งกระทรวง ทบวง กรม มีข้อจำกัดในการบริหารจัดการ ต้องยอมรับว่า คนที่อยู่ใกล้พี่น้องประชาชน และเข้าใจปัญหาพื้นที่ได้ดีที่สุด คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขอเรียนว่า พรรคพลังประชารัฐเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ เพราะทำให้ท้องถิ่นแข็งแรงขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การกระจายอำนาจ การรวมศูนย์ต้องลดบทบาทลง พร้อมกับเพิ่มศักยภาพให้ท้องถิ่น ทั้งในด้านงบประมาณ กฎหมาย และอัตรากำลัง ขณะที่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เป็นโมเดลสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ บางจังหวัดที่มีสภาพเศรษฐกิจที่โต และมีรูปแบบพร้อมต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้ ก็เช่น จ.ภูเก็ต ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีบทบาทในการดูแลจังหวัดของเขามากยิ่งขึ้น

จากนั้น นายสนธิรัตน์ ได้ร่วมดีเบตกับพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อนโยบายเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และซอฟต์เพาเวอร์ ว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก นักท่องเที่ยวมาไทย เพราะเรามีทุนทางวัฒนธรรม และนิสัยใจคอของคนไทย ซึ่งทุนทางวัฒนธรรม สามารถทำให้กลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจที่สำคัญได้ โดยการขับเคลื่อนมีหลายมิติ 5 ด้าน ได้แก่ 1. อาหาร ต้องมีการผลักดันอาหารไทย 2. เฟสติวัล เรามีเสน่ห์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3. แฟชั่น ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางแฟชั่น 4. ฟิล์ม และ 5. มวยไทย โดยการพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ 1. นโยบายต้องชัดเจน ไม่เป็นนโยบายที่เป็นวาทกรรม 2. งบประมาณ ต้องมีเพียงพอในการขับเคลื่อน และ 3. กลไกรัฐ องค์กรที่เกี่ยวข้อง กระทรวงต่างๆ ที่ต้องบูรณาการ และปรับแผนงาน สามสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทย

ทั้งนี้ ในช่วงสุดท้ายเป็นการเปิดโอกาสให้แสดงวิสัยทัศน์ นายสนธิรัตน์ กล่าวในตอนหนึ่งว่า หากเลือกพรรคพลังประชารัฐ ได้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ และจะมีหลายสิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ 1. ไม่มีความขัดแย้ง นี่คือ จุดยืนสำคัญของพรรค จะสร้างสมดุลทางการเมือง ไม่เข้าสู่กลไกความขัดแย้ง เพราะ พล.อ.ประวิตร เปิดใจแล้วว่าอยากนำพาคนไทย และการเมืองไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง 2. ค่าครองชีพลดทันที จะปฏิรูปราคาน้ำมัน สร้างรายได้ให้ประชาชน โดยโซลาร์เซลล์ และ Net metering และ 3. ปรับโครงสร้างราคาแก๊ส โดยดูโครงสร้างแก๊สในอ่าวไทย 4. ประชาชนจะมีรายได้เพิ่มจากบัตรสวัสดิการ 700 บาท และต่อยอดสิ่งเหล่านี้ด้วยกลไกสร้างอาชีพ ให้โอกาส และเพิ่มทักษะ 5. คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการดูแล เบี้ยยังชีพ 3,000-5,000 บาท ตามช่วงอายุ 60-80 ปี 6. เศรษฐกิจฐานรากต้องฟื้น จะนำพาทุกคนสร้างงาน เราประกาศนโยบายมีที่ทำกิน ไม่มีแล้ง รวมถึงโรงไฟฟ้าชุมชนกระจายสู่ฐานราก นอกจากนี้ สำหรับพี่น้องเอสเอ็มอี พรรคพลังประชารัฐจะทำให้ท่านตั้งตัวได้ผ่านกองทุน เติมเงิน เติมทุน พร้อมพัฒนาทักษะ รวมถึงยกระดับเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม พัฒนาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว เปลี่ยนพืชพลังงาน เป็นไบโอเจ็ท รวมถึงธุรกิจอาหาร และรถอีวี นี่คือความมุ่งมั่นของพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ


กำลังโหลดความคิดเห็น