xs
xsm
sm
md
lg

ดีเดย์วันนี้! “ศักดิ์สยาม” เปิดรถเมล์แอร์ไฟฟ้า สาย 2-42 - สาย 3-53 ขยายโปร ช่วยผู้มีรายได้น้อยถือบัตรคนจน เก็บค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย ถึง มี.ค.66

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศักดิ์สยาม” เปิดวิ่งรถเมล์แอร์ไฟฟ้า สาย 2-42 (สาย 44 เดิม) และ สาย 3-53 เดินทางอย่างไร้รอยต่อ สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว พร้อมผลักดันนโยบายการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน พร้อมขยายเวลาเก็บค่าโดยสาร 10 บาท สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2566

วันนี้ (12 ต.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีทดลองเปิดให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 44 (2-42) เคหะคลองจั่น-ท่าเตียน และ สาย 3-53 สถานีรถไฟฟ้าหัวหมาก-เสาชิงช้า เชื่อมโยงทุกการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ พร้อมด้วย นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมงาน โดยมี นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ในวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ณ ไทยสมายล์บัส สาขารามคำแหง 74 (อู่รามคำแหง 74)

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพรถโดยสารสาธารณะในการให้บริการประชาชน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ได้มีข้อสั่งการติดตามให้มีการใช้รถเมล์ไฟฟ้า EV กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการตามนโยบายสนับสนุนให้เกิดกระแสการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยได้ดำเนินการจ้างเหมาบริการรถโดยสารปรับอากาศที่ใช้พลังงานสะอาด (รถไฟฟ้า) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเดินรถและลดมลภาวะเป็นพิษในเขตเมือง เพื่อให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ได้มีการเปิดให้บริการรถโดยสารประจำทางด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ รถ EV) สาย 8 เส้นทางแฮปปี้แลนด์-ท่าเรือสะพานพุทธ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน โดยจากสถิติการเดินทางถึงปัจจุบัน พบว่า มีผู้นิยมใช้บริการที่ค่าเฉลี่ยมากกว่า 7,000 คนต่อวัน และเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ได้เปิดให้บริการรถโดยสาร EV สาย 17 พระประแดง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 82 ท่าน้ำพระประแดง-บางลำพู ซึ่งทั้งสาย 17 และ 82 ต่างก็มีจุดต่อเชื่อมไปยังระบบสาธารณะอื่นๆ อันจะทำให้ภาพของโครงข่ายการขนส่ง รถ-เรือ-ราง ที่ถือเป็นนโยบายอันสำคัญยิ่งของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมสมบูรณ์มากขึ้น และในวันนี้เป็นการเปิดทดลองเดินรถสาย 44 (2-42) เคหะคลองจั่น-ท่าเตียน และสาย 3-53 สถานีรถไฟฟ้าหัวหมาก-เสาชิงช้า ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มองภาพที่ไกลไปกว่าเฉพาะการขนส่ง การต่อเชื่อมระหว่างการขนส่งรูปแบบต่าง ๆ แต่มองไปถึงแนวทางในการดำเนินงานด้านการขนส่งที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานส่วนอื่นๆ ของประเทศได้ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวอันถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย ซึ่งล่าสุดกรุงเทพมหานครได้ถูกจัดอันดับโดยมาสเตอร์การ์ดให้เป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกถึง 22 ล้านคน ในปี 2565 สำหรับเส้นทางรถโดยสารสาย 3-53 เป็นเส้นทาง ที่ผ่านจุดสำคัญ ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติที่เป็นแขกของประเทศ ดังนั้นการให้บริการทั้งหมดจะต้องตั้งอยู่บนหลักการที่กระทรวงคมนาคมมอบนโยบายไว้ ได้แก่

“ความสะดวก” โดยรถที่ให้บริการจะมีการต่อเชื่อมกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆ ทั้งทางเรือและราง

“ความสบาย” ซึ่งรถที่ให้บริการเป็นรถปรับอากาศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ดี

“ความสะอาด” โดยรถเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า อันเป็นพลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ

“ความประหยัด” ซึ่งบริษัทได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการเก็บค่าโดยสาร 10 บาท ตลอดสาย จนถึงสิ้นปี 2565 นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทยังได้พิจารณาแนวทางว่าหากมีการเดินทางครบ 40 บาท ในหนึ่งวัน จะไม่จัดเก็บค่าโดยสารเพิ่มสำหรับการใช้บริการหลังจากนั้น

“ความปลอดภัย” ซึ่งนอกจากความปลอดภัยในด้านการกำกับดูแลตัวรถแล้ว รถที่ให้บริการยังได้มีการติดตั้ง CCTV เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารอีกด้วย

ทั้งนี้ ภายในเดือนตุลาคม 2565 มีสายรถโดยสาร EV ที่จะเปิดเดินรถเพิ่ม จำนวน 4 เส้นทาง คือ สาย 1-39 (71) สวนสยาม-คลองเตย สาย 1-52 (197) วงกลมมีนบุรี-ถนนคู้บอน-ถนนหทัยราษฎร์ สาย 4-28 (529) แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 4-45 (81) พุทธมณฑลสาย 5-ท่าราชวรดิษฐ์ โดยจะนำรถเข้าบรรจุเพิ่มประมาณ 50 คัน และภายใต้การเร่งรัดการดำเนินการในปีนี้จะมีรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเป็น 972 คัน ใน 77 เส้นทาง จากการผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ปลายปีนี้พี่น้องประชาชนจะสามารถใช้บริการเครือข่ายรถเมล์พลังงานสะอาดกว่า 1,250 คัน ใน 122 เส้นทางที่ปฏิรูปใหม่ ซึ่งได้มีการวางแผนเชื่อมต่อระบบล้อ-ราง-เรือ อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ในการจัดรถเสริมในเส้นทางที่บริษัท ยังบรรจุรถไม่เต็มศักยภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกและไม่ต้องรอใช้บริการนาน แต่ขอให้ดูเรื่องระเบียบและข้อกฎหมายให้ถูกต้องด้วย

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงความห่วงใยในค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน จึงขอความอนุเคราะห์จากบริษัท ในการขยายเวลาเก็บค่าโดยสาร 10 บาท สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งทางบริษัทยินดีจะดำเนินการเพื่อช่วยหลือสนับสนุนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังแสดงวิสัยทัศน์ที่ตระหนักถึงบทบาทของกระทรวง ที่จะช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน โดยจะมุ่งเน้นผลักดัน พัฒนา และส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการค้า การลงทุน ของประเทศไทยให้ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้กล่าวขอบคุณ รวมถึงแสดงความชื่นชมบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการคนไทย ซึ่งมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการให้บริการด้วยรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า อันจะเป็นพลังสำคัญของประเทศไทยในการสร้างสรรค์และพัฒนาบริการที่ดีให้แก่ประชาชน และขอให้บริษัทรักษาคุณภาพ มาตรฐานการบริการ เป็นต้นแบบการพัฒนารถโดยสารประจำทาง เพื่อให้บริการแก่ประชาชน หากมีสิ่งใดที่ติดขัดเป็นปัญหาขอให้ร่วมกันแก้ไข หาแนวทางพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป กระทรวงคมนาคมพร้อมจะให้ความร่วมมือ ร่วมกันทำงานกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนต่อไป








กำลังโหลดความคิดเห็น