แถลงการณ์ “เมนู-พลอย” แยกทาง “กลุ่มทะลุวัง” เผยเบื้องลึกความไม่ชอบมาพากลมากมาย ระบุ ถูกอ้างชื่อ-ผลงาน การเคลื่อนไหว ไปขอทุน ไร้อุดมการณ์ เอารัดเอาเปรียบสารพัด เพจดังแฉ “YSEALI” เป็นของ “สหรัฐฯ”
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (29 ก.ย. 65) เพจเฟซบุ๊ก The METTAD โพสต์ข้อความสืบเนื่องจาก กรณี “เมนู-พลอย” แยกทาง “กลุ่มทะลุวัง” พร้อมออกแถลงการณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุผลหลายอย่าง หนึ่งในนั้น คือ การถูกอ้างชื่อและผลงานไปขอทุนจาก โครงการ YSEALI
โดย The METTAD ระบุว่า “โครงการ YSEALI ที่แก๊งทะลุวัง
ทำพอร์ตกิจกรรมโจมตีสถาบันกษัตริย์ ไปขอทุนสนับสนุนครับ
สหรัฐฯ ขอสนับสนุนโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative ด้วยความภาคภูมิใจ เพราะเราเชื่อว่า เยาวชนมีบทบาทสำคัญต่อการวางแผนอนาคตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งประชากรราวร้อยละ 65 มีอายุน้อยกว่า 35 ปี เยาวชนคือวัยที่เปี่ยมด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความกระตือรือร้นที่จะนำเสนอความคิดและอุทิศพลังเพื่อพัฒนาชีวิตของตนและคนในชุมชน ทุกคนช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่าได้หากเราร่วมมือกัน
Thank you USA
🥹🥹🥹🥹🥹
https://th.usembassy.gov/th/education-culture-th/yseali-th/
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเว็บไซต์สถาบันทิศทางไทย ระบุว่า โครงการ YSEALI อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา เปิดตัวโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) เมื่อ พ.ศ. 2556 โครงการดังกล่าวเป็นการรวมตัวของผู้นำรุ่นเยาว์อายุระหว่าง 18-35 ปี จากบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ ลาว สิงคโปร์ ไทย ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม
ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อมุ่งจัดการกับสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นความท้าทายสำคัญของภูมิภาคอาเซียนในยุคสมัยของตน ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การศึกษา และการมีส่วนร่วมของประชาสังคม
ในทุกๆ วัน บรรดาผู้นำรุ่นเยาว์ได้นำเสนอหลากหลายแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สหรัฐฯ ร่วมสนับสนุนหนุ่มสาวที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้ผ่านการจัดฝึกอบรมและมอบทุนแก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นใหม่
นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Sweet Irine ของ น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง ได้โพสต์ แถลงการณ์แยกทางกับกลุ่มทะลุวัง ระบุว่า
“แถลงการณ์ขอแยกทางกับองค์กรและกิจกรรมในชื่อ ทะลุวัง - ThaluWang ชี้แจงว่า พลอยต้องการออกมาเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามเจตจำนงเสรีของเรา ยังคงยึดมั่นเคลื่อนไหวต่อเพื่อประชาธิปไตย ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอในนามของตนเอง ไม่ต้องการสังกัดกลุ่มหรือองค์กรใด
และอีกสาเหตุคือ เราไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของสมาชิกบางคนในกลุ่มทะลุวัง ที่ยังเหลืออยู่ เราอึดอัดมาก อึดอัดมาโดยตลอด แต่ก็ยังอดทนไว้ เพราะไม่ต้องการมีปัญหาแล้วทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงาน วันนี้เราจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเพื่อส่งเสียงของเรา
เราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเคลื่อนไหวที่ไม่รับฟังความเห็น รวมถึงใช้วิธีชี้นิ้วสั่งคนอื่นๆ ในกลุ่ม และเรายังรู้สึกไม่ปลอดภัยกับการมองข้ามเสียงของเหยื่อเพื่อกลับไปคุยกับผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงทางเพศ
นอกจากนี้ เรายังเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ จากการที่บุคคลเหล่านี้หาพรรคพวกเพื่อโจมตีเราด้วยข่าวลือต่างๆ นานา ซึ่งหลายคนที่กำลังอ่านอยู่น่าจะเคยได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย ตั้งแต่ขโมยของ ยักยอกเงิน คลั่งคุณไสย (เราเป็นแม่มด ทีหลังก็อย่ามาขอให้เปิดไพ่ดูดวงให้แล้วกัน) ทำให้เราเสียหาย และเสียความไว้ใจทั้งจากคนที่เคยรู้จักเราและไม่เคยรู้จักเรา โดยทั้งหมดทั้งมวลมันนำไปสู่ความขัดแย้งภายในกลุ่ม และทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด
ที่ผ่านมา เราเจอความรุนแรงยังไงบ้าง เราไม่เคยพูดออกมา ทั้งไม่มีโอกาสได้พูด ไม่รู้จะพูดยังไง พูดไปจะมีคนเชื่อมั้ยว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำ จะอธิบายความรุนแรงที่เจอให้คนอื่นฟังยังไง จะถูก gaslighting เหมือนที่ผ่านมามั้ย (gaslighting คือพฤติกรรมของการถูกปั่นหัว ใช้คำเบี่ยงเบนความคิดเพื่อให้เรารู้สึกถูกด้อยค่าและกลายเป็นคนผิดในเรื่องราวนั้น)
เราถูกแสวงหาผลประโยชน์จากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองและความเป็นเยาวชน ชื่อและผลงานของเรากับเพื่อนนำไปขอทุนเป็นค่าที่อยู่และค่าอาหาร ค่าเดินทาง ให้คนที่อ้างว่าจะดูแลเราเมื่อเราออกจากบ้าน แต่ผลปรากฏว่าเงินทุนตรงนั้นไม่ถูกแบ่งอย่างชัดเจนและไม่ไปถึงสมาชิกบางส่วน
นอกจากนี้ ”คนใกล้ชิด” ของบุคคลข้างต้นก็ยังมาแสวงหาผลประโยชน์จากเราที่ยังเป็นเยาวชนต่อ เขาขูดรีดผลประโยชน์จากเราผ่านการฉวยเอาเรื่องราวของเราในขณะทำกิจกรรมไปเขียนขอทุนเข้าร่วมโครงการ YSEALI อ้างว่า เป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาเราด้านกฎหมาย โดยมีผู้ดูแลของเราในตอนนั้นเห็นดีเห็นงามด้วย ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องจริง เขานำเอกสารภาษาอังกฤษมาให้เราเซ็นชื่อ โดยที่ตอนนั้นเราไม่ได้มีทักษะภาษาอังกฤษมากพอที่จะเข้าใจ และเขาอธิบายให้ฟังคร่าวๆ ว่าคืออะไร แต่ด้วยความเป็นเยาวชน เราไม่รู้ตัวว่ามันคือการขูดรีดผลประโยชน์ จนเพื่อนเราเตือนและจะขอช่วยดูเอกสารเต็มๆ อีกที แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดู และเราก็ไม่ได้รับรู้ความคืบหน้าอีกเลยว่าเขาได้ไปหรือไม่ ไปตอนไหน หรือได้อะไรบ้างจากการขูดรีดและใช้เรื่องราวของเรา
แถมเราถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดของเราที่หยุดเคลื่อนไหว ทำให้ขอทุนไม่ได้
คือ เราออกมาเคลื่อนไหว เราไม่ต้องการเงินเดือน ไม่ได้อยากทำเป็นอาชีพ เราเลยตัดสินใจทำงาน จึงเริ่มขายสติกเกอร์เพื่อเอาเงินไปต่อยอดไปซื้อไอแพดเพื่อมาทำงานและเรียนต่อยอดไปอีก แต่กลับกลายเป็นว่าเงินที่เราขายของได้กลับถูกเอาไปจนหมด เราขอแค่ไอแพดเครื่องเดียวเอามาวาดรูปขาย เราต้องถูกต่อว่าจนร้องไห้ออกมาถึงจะได้รับอนุญาตให้ซื้อ
คุณค่าภายในเราถูกลดทอน ทำให้ตัวเล็ก ทำให้เราคิดว่าตัวเราอ่อนแอ จนทำให้เพื่อนและคนอื่นๆ ลำบาก เราถูกลดทอนตั้งแต่ตัวตน อัตลักษณ์ทางเพศ ความฝันการเป็นนักวาดนักเขียน อุดมการณ์ของแรงงานสร้างสรรค์ไม่เคยถูกยอมรับ เราบอกว่าไม่อยากทำ NFT มันขายฝันและเรามีจุดยืนชัดเจน แต่พอไม่ทำ หาเงินให้ไม่ได้ ก็โดนด่า โดนโจมตีแม้กระทั่งความเชื่อทางจิตวิญญาณที่เรายึดมั่น
โดนตีตราว่า เป็นคนโง่ ไม่รู้จักโต ใช้ชีวิตเองไม่ได้ จนเรารู้สึกไม่มีค่า มีชีวิตเพียงเพื่อหาเงินเอามาจุนเจือคนที่อ้างว่าจะคอยดูแลเรา จนกระทั่งมีคนที่สามารถเอาเงินมาให้อดีตคนดูแลของเราคนนี้ได้ เราถึงหลุดออกจากความกดดันและแสวงหาผลประโยชน์เหล่านี้ แม้สุดท้ายเราจะถูกปฏิบัติทิ้งๆ ขว้างๆ ก็ตาม
ก็เคยฟีดแบ็กและสะท้อนความรุนแรงที่เขาทำ และที่เขาคนนั้นกำลังเจอ ทั้งจากแฟนของเขา ครอบครัว สังคมนักกิจกรรมที่ทำงาน เราเป็นคนที่ยืนเคียงข้างเสมอตั้งแต่วันที่เขาถูกโจมตี มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ แต่สุดท้ายความจริงใจของเราก็เอาชนะอีโก้ของเขาไม่ได้เลย เสียงของเราไม่เคยถูกรับฟังอย่างแท้จริง พูดไปก็เหมือนพูดกับรัฐเผด็จการ โดนด่าและถูก gaslighting ถูกปั่นหัวกลับมา โดนตะโกนด่าใส่เป็นทรอมาอีก เจอจากพ่อแท้ๆ มาแล้วยังต้องมาเจอความรุนแรงซ้ำๆ
ทุกวันนี้เราก็ยังเจ็บปวด ทรมาน แต่ก็พยายามยืนขึ้นอยู่ เริ่มกลับมาทำสิ่งที่ชอบได้แล้ว ภูมิใจมากๆ ที่ตอนนั้นเข้มแข็ง ต่อสู้ฟาดฟันจนได้ไอแพดมาวาดรูปและเรียนหนังสือ ได้เขียนนิยายตามที่หวังและได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสียที แม้กระทั่งเมนูก็ยังยินดีที่เราออกสักที
ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้เราและเพื่อนๆ ตัดสินใจขอออกจากองค์กรทะลุวัง ตอนนี้มีสมาชิกทะลุวังตามที่ได้กล่าวอ้างในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น เราและเพื่อนคนอื่นๆ ขอไม่ข้องเกี่ยวในนามของทะลุวังอีกต่อไป
แต่เราคงหวาดกลัวประโยคบอกรักและคำว่าครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ไปอีกนาน”
ต่อมา เมนู โพสต์ข้อความว่า “เราขอเป็นพยานความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพลอย สิ่งที่พลอยเจอมันรุนแรงมากๆ และเชื่อว่า เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยที่ยังไม่คุ้นเคยว่า “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ทางร่างกายเสมอไป” แต่มีทั้งความรุนแรงทางด้านจิตใจ ความรุนแรงที่เกิดจากการใช้อำนาจ และความรุนแรงจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์จากตัวเยาวชน และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่พลอยที่เป็นผู้เสียหาย
- การนำชื่อและผลงานไปขอทุน แต่เงินทุนนั้นไม่ถูกแบ่งอย่างชัดเจนและไปไม่ถึงหลายๆ คน คือ การแสวงหาผลประโยชน์ และใช้อำนาจตัดสินใจเพียงคนเดียว
- การมีคนแอบอ้างนำชื่อและผลงานกิจกรรมทางการเมืองของพลอยไปขอทุน Young Southeast Asian Leaders Initiative โดย ณ ขณะนั้นพลอยไม่มีความเข้าใจมากพอและไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่ขอทุน คือ การแสวงหาผลประโยชน์อย่างชัดเจนจากความเป็นเยาวชน อาศัยความไม่มีทักษะภาษาอังกฤษมากพอเพื่อโน้มน้าวให้เซ็นชื่อเพื่อนำไปขอทุน อ้างตัวเองว่าเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน
- ถูกแปะป้าย ลดทอนคุณค่าในตัวเองว่าเพราะไม่เคลื่อนไหว ทำให้ขอทุนไม่ได้ อันนี้ยิ่งอึ้งเข้าไปอีก เห็นนักกิจกรรมเยาวชนเป็นเครื่องผลิตเงินเหรอ
- เมื่อพลอยขายสติกเกอร์ได้เงินจำนวนหนึ่ง กลับเก็บเงินนั้นไว้ที่คนเดียว พลอยต้องถูกต่อว่าจนร้องไห้ เพราะเงินที่พลอยหามาได้เองกลับไม่มีสิทธิใช้ซื้อไอแพดตามที่พลอยต้องการ
เราเคารพและภูมิใจกับความกล้าหาญในการยืนหยัดจุดยืนของตัวเองที่ออกมาเล่าเรื่องความรุนแรงที่ตัวเองพบเจอมากๆ โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับคนที่ชอบปั่นหัว โน้มน้าวให้ตั้งคำถามกับตัวเอง แปะป้ายความผิดให้คนอื่นเสมอ ต้องมั่นคงและยืนหยัดอย่างหนักแน่นมากๆ ถึงตระหนักได้ตลอดว่าสิ่งที่ตัวเองเจอนั้นไม่ถูกต้อง
สิ่งที่น่าเศร้าคือ นี่คือ เรื่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการประชาธิปไตย เราไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบได้ นี่คือ เสียงของนักกิจกรรมเยาวชนที่กำลังออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง ในทุกเรื่องที่พลอยเล่ามีเราและคนอื่นๆ ร่วมเป็นประจักษ์พยานว่านี่คือความจริง
เราอยากให้สังคมเข้าใจและตระหนักว่า ในสังคมประชาธิปไตย ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ไม่ควรมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับเยาวชนและทุกคนทั้งนั้น และความรุนแรงไม่ได้มีเพียงแค่ความรุนแรงทางร่างกายเพียงอย่างเดียว ทางด้านจิตใจ ทางด้านใช้อำนาจ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตย
เราอยากให้สังคมเป็นพื้นที่ปลอดภัยจริงๆ เราจึงขอออกมายืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่
อนึ่ง การลาออกของเมนู และพลอย ส่งผลทำให้แกนนำหลักของกลุ่มทะลุวังจะเหลือเพียง น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กับ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ ซึ่งทั้งสองคนได้รับการประกันตัวออกมาในคดีมาตรา 112 เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา
ขณะที่ ทวิตเตอร์ @jjookklong3 หรือ เจ๊จุก คลองสาม โพสต์ข้อความระบุว่า “เรื่องที่เจ๊และสลิ่มบอกพวกหนูมาโดยตลอด ว่าคนที่เคลื่อนไหวกับพวกหนู คนที่คอยยุให้พวกหนูออกไปทำกิจกรรม มันก็แค่พวกประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกใช้เด็กเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ตอนนี้พวกหนูคงตาสว่างแล้วเนอะ ทั้งนิสัยเผด็จการ โกงตังค์ ละเลยการคุกคามทางเพศ ฯลฯ สารพัดเรื่องจริงๆ”
และว่า เจ๊จุกสะดุดตรงนี้ค่ะ โครงการ YSEALI เป็นของสถานทูตอเมริกา เขาจะรู้ไหมว่าเยาวชนฝ่ายประชาธิปไตยใช้กลโกงแบบนี้เพื่อขอรับทุน...
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “เมนู” สุพิชฌาย์ ชัยลอ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Melinn Supitcha ด้วยเช่นกัน ระบุว่า
“สวัสดีทุกคนค่ะ วันนี้เราอยากประกาศให้ชัดเจนว่า
1. เมนู สุพิชฌาย์ ชัยลอม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เมลิญณ์)
2. พลอย เบญจมาภรณ์ นิวาส
3. และคนอื่นๆ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามอีกหลายคน
ตัดสินใจขอแยกทางกับองค์กรและกิจกรรมในนามของ ทะลุวัง - ThaluWang ด้วยเหตุผลดังนี้
1. เราและเพื่อนๆ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ขัดแย้งต่ออุดมการณ์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกภายในกลุ่มมองข้ามเสียงของเหยื่อความรุนแรงทางเพศเพราะความขัดแย้ง แล้วเข้าหาผู้กระทำความรุนแรง ทำให้เราและคนอื่นๆ รู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดมากๆ ตัวเราเข้าร่วมกลุ่มทะลุวัง เพราะเห็นด้วยกับแนวทางกลุ่มที่ชัดเจน รวมถึงจุดยืนในเรื่องความรุนแรงทางเพศ แต่ปัจจุบันเรามองไม่เห็นจุดยืนและอุดมการณ์ที่เคยยืนหยัดนี้อีกแล้วในความคิดเห็นของเรา
2. เราและเพื่อนๆ ได้รับบาดแผลทางจิตใจจากการถูกใช้อำนาจภายในกลุ่ม ทั้งการเอาเปรียบ แสวงหาผลประโยชน์ สั่งการ บังคับ กดดัน ตำหนิตัดสินต่างๆเพื่อลดทอนคุณค่าในตัวของคนอื่นๆ รวมทั้งไม่รับฟังไม่ต่างอะไรกับรัฐเผด็จการ สำหรับเราที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ไม่ได้มีแค่ระบบการปกครอง เราไม่สามารถอยู่ในกลุ่มที่เต็มไปด้วยการใช้อำนาจแบบนี้ได้อีกต่อไป
3. ตลอดการเคลื่อนไหวกิจกรรมในนามของทะลุวังที่ผ่านมา เรามองเห็นภาวะไร้จุดยืนที่ชัดเจน โอนเอนตามกระแสสังคม และไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง รวมถึงลักษณะการทำงานไม่เข้ากัน รูปแบบขององค์กรไม่มีการจัดตั้ง และไม่มีเป้าหมายชัดเจน
จนปัจจุบันยังมีการแบ่งแยกขอบเขตใครคือทะลุวัง ใครไม่ใช่ทะลุวังเพื่อใช้อำนาจและกีดกันคนอื่นๆ ออกไป แม้การทำงานและความรับผิดชอบหลายอย่างในช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นจริง แต่กลับถูกไม่เคารพและไม่ให้คุณค่าการทำงานของเพื่อนๆที่สละเวลา เข้ามาแบกรับความเสี่ยงโดนคุกคามและเข้ามาช่วยเหลือจริงๆ ในช่วงเวลานั้น กลับยึดติดในชื่อองค์กร และยึดติดในตัวบุคคล หลังจากนั้นยังมีการนำชื่อของเราและคนอื่นๆ ไปเล่าต่อในทางที่เสียหาย โดยไม่ได้สื่อสารโดยตรงกับเราและคนอื่นๆ ทำให้เราเสียหาย
เราเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2020 ด้วยจุดเริ่มต้นจากการเป็นนักเรียน จนถึงตอนนี้เรายังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป และตั้งใจว่าจะเคลื่อนไหวทางการเมืองในแนวทางของตัวเองจนกว่าจะถึงยังปลายทางที่อุดมการณ์ของเราปักหมุดเอาไว้ เราขอขอบคุณทะลุวังที่เป็นหนึ่งในเส้นทางที่พาเราไปถึงยังจุดหมาย แม้ตอนนี้จะยังไม่สำเร็จ แต่นั่นแปลว่าเราจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ
ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เราและเพื่อนๆ ตัดสินใจขอออกจากองค์กรทะลุวัง ตอนนี้มีสมาชิกทะลุวังตามที่ได้กล่าวอ้างในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น เราและเพื่อนคนอื่นๆขอไม่ข้องเกี่ยวในนามของทะลุวังอีกต่อไป”
แน่นอน, เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ในขบวนการ “3 นิ้ว” เลยทีเดียว โดยเฉพาะการบังคับใช้เยาวชน เพื่อบรรลุผลประโยชน์ทั้งทางการเงิน และการเมืองของตัวเอง
และใครจะเชื่อว่า เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในกลุ่ม “ทะลุวัง” เท่านั้น เพราะอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ ก็มีการออกมาแฉการนำเงินบริจาคช่วยเหลือม็อบ “3 นิ้ว” ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวของแกนนำบางคน จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวมาแล้ว เพียงแต่มีความพยายามที่จะทำให้เรื่องจบ เพราะไม่ต้องการให้กระทบกับขบวนการเท่านั้น
แต่ครั้งนี้ เยาวชนผู้ไร้เดียงสา ระบุชัดทุกอย่าง ว่า ข้ออ้างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นั้น เต็มไปด้วย การกดขี่ ชี้นิ้วบังคับ ขูดรีดผลประโยชน์จากความเป็นเยาวชน ชื่อ และผลงาน ฯลฯ ไม่ต่างกับรัฐเผด็จการ (อย่างที่เปิดเผย) แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรมาเหลือ?