xs
xsm
sm
md
lg

“จะนะ” กลับ “Save นาบอน” มา ถึงคราบิ๊กตำรวจเศรษฐีโรงไฟฟ้า “วิระชัย ทรงเมตตา” งานเข้า **ดรามา “ลุงตู่” ยกคณะลงใต้ มอบนโยบายเลี้ยงไก่ 2 ตัว กับโชว์ฝีมือผัดปู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**“จะนะ” กลับ “Save นาบอน” มา ถึงคราบิ๊กตำรวจเศรษฐีโรงไฟฟ้า “วิระชัย ทรงเมตตา” งานเข้า

พี่น้องชาวจะนะ สงขลา เพิ่งบอกลาเมืองกรุงได้กลับบ้าน หลังจากขึ้นมาทวงสัญญาขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการนิคมฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ไปเมื่อวันก่อน มาวันนี้มีพี่น้องจังหวัดภาตใต้ ชาวบ้านนาบอน จ.นครศรีธรรมราช บุกขึ้นมาเรียกร้องใน กทม. ขอให้ “Save นาบอน” แต่เป้าหมายไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล หากมุ่งไปที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ทำไมมุ่งไปที่ สตช. ก็เพราะชาวนาบอนต้องการจะเจรจากับ “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยการยื่นหนังสือผ่าน “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.

“บิ๊กปั๊ด” ก็อาจจะงงๆ และสงสัยละว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้มาทำไม ผิดที่ ผิดตัวหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ชาวนาบอนที่ต้องการเจอ “รอง ผบ.ตร.” นั้น ไม่ผิดฝาผิดตัวแน่ เพราะชาวบ้านเขาว่าได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 แห่ง ใน ต.ทุ่งสง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งโรงไฟฟ้าที่ว่ามีกำลังผลิตโรงละ 25 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดย บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) (ACE) ที่มี “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ชาวนาบอนต้องการคุยกับ รอง ผบ.ตร. ก็เพื่อให้ยุติการก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า จะปักหลักอยู่หน้า สตช. จนกว่าจะได้รับคำตอบ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา
จากการเจรจากับ รอง ผบ.ตร. ทั้งนี้ บริษัทที่ลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ซึ่งมีผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งคือ “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” รอง ผบ.ตร.

บริษัทของ พล.ต.อ.วีระชัย และครอบครัว “ทรงเมตตา” ปัจจุบันอยูในตลาดหุ้น การบริหารงานมี น.ส.จิรฐา ทรงเมตตา ซึ่งเป็น “ภรรยา” ของ พล.ต.อ.วิระชัย ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการ

ACE ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ และธุรกิจอื่นที่สนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ ตามข้อมูลระบุอีกว่า มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งหมด 14 โครงการ จำนวนการผลิตติดตั้ง รวม 212.18 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 19 โครงการ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิเติบโตได้สูงมาก และราคาหุ้นก็ทำนิวไฮมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งจะมีผลกระทบบ้างก็ตอนช่วงที่ รอง ผบ.ตร.เจอมรสุมชีวิตราชการสะดุดไปช่วงหนึ่ง

เรียกว่า “พล.ต.อ.วิระชัย” นอกจากเป็นตำรวจแล้ว สถานะในด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าก็จัดว่า เป็น “เศรษฐีมีอันดับ” คนหนึ่งของวงการ

วันนี้ ชาวบ้านได้รับผลกระทบมาประท้วง โดยโรงไฟฟ้าของท่านรองฯ บริเวณโดยรอบมีประชากรนับพันครัวเรือน

ว่ากันว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำสวนยาง ปลูกผลไม้ ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ชุมชน ซึ่งจะได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และสุขภาพ

ชาวบ้านนาบอน ค้านการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน
ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์, คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติฯ รัฐสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น แต่ยังไม่มีข้อสรุป หรือความชัดเจนว่าจะยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือไม่ แต่ขณะนี้ในพื้นที่เริ่มมีการปรับพื้นที่ เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังกังวล วันนี้จึงเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้งานจึงเข้า “พล.ต.อ.วิระชัย” เข้าเต็มๆ ทั้งในฐานะ รอง ผบ.ตร. และผู้ถือหุ้นใหญ่เจ้าของกิจการโรงไฟฟ้า ก็ต้องติดตามกันต่อไปเรื่องนี้จะไปยุติลงที่ใด

**ดรามา “ลุงตู่” ยกคณะลงใต้ มอบนโยบายเลี้ยงไก่ 2 ตัว กับโชว์ฝีมือผัดปู

เมื่อสองวันก่อน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ยกคณะลงภาคใต้ ไปตรวจราชการที่ จ.ยะลา และปัตตานี ...คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าไปทำอะไร หรือไปติดตามโครงการอะไร ...รู้แต่ว่าไปแล้วมีดรามาอยู่สองเรื่อง คือ นายกฯบอกให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่บ้านละ 2 ตัว เอาไว้กินไข่ แล้วก็พูดคุยกับปูทะเล อธิษฐานขอให้ชาติหน้าปูเกิดเป็นคน ก่อนโชว์ฝีมือทำปูผัดผงกะหรี่...

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
...ตั้งแต่สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง นายกฯคิกออฟเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว เมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีการแพลนว่าในรอบ 1 เดือน จะมีการประชุม ครม.สัญจร 1 ครั้ง และในรอบสัปดาห์ ก็จะมีการลงพื้นที่เพื่อไปตรวจราชการ พบปะประชาชน ส่วนจะเป็นที่ไหน จังหวัดอะไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะอีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว

อย่างสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี กดปุ่มแจกเงินชาวนา ชดเชยราคาข้าว สัปดาห์นี้ก็ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ยะลา และปัตตานี ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลเพิ่งยอมรับข้อเสนอ “ม็อบจะนะ” จึงคิดว่าคงลงพื้นที่ไปปฏิบัติการจิตวิทยาในเรื่องนี้ แต่ก็เปล่า!!

เป็นการลงพื้นที่เพื่อ “เช็กเรตติ้ง” เสียมากกว่า และเมื่อเวลาที่ “ลุงตู่” ได้จับไมค์ อยู่ทามกลางประชาชนจะพูดทุกเรื่อง นอกจากมอบนโยบายและก็สอบถามสารทุกข์สุกดิบ ชีวิตความเป็นอยู่ แนวทางแก้จน การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ให้พึ่งพาตนเองได้

แต่บางครั้ง “ลุงตู่” ก็ปากไว จนดูเหมือนว่าพูดไม่ได้คิด อย่างไปตรวจน้ำท่วมก็บอกว่าควรจะสร้างบ้านในที่สูง ผักชีแพงก็จะให้ทหารปลูกผักชี และเมื่อลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ก็มีเรื่องที่ถูกหยิบมาเป็นประเด็นดรามา คือ ให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่บ้านละ 2 ตัว เอาไว้กินไข่...


ก็จริงถ้าวิถีชาวบ้านในชนบทก็น่าจะเลี้ยงได้ไม่มีปัญหา เหมือนบอกให้ปลูกผักไว้กินเอง มีมากก็แจก ก็ขาย เป็นวิถีที่พึงพาตนเอง ลดรายจ่ายในครัวเรือน ...แต่ถ้าชาวบ้านที่ไม่ได้ทำการเกษตร ไม่มีพื้นที่ล่ะ... เรื่องนี้เลยถูกนำไปล้อเลียนในโซเชียลฯ เพราะเห็นว่า สิ่งที่นายกฯพูดควรจะเป็นนโยบายหลักๆ ไม่ใช่เรื่องปลีกย่อย สอนวีธีทำมาหากิน หรือพบเห็นอะไรก็พูดไปเรื่อยเปื่อยอย่างนี้

แต่ดูเหมือน “ลุงตู่” จะไม่ได้สนใจ แถมมองว่าคนที่หยิบเรื่องนี้มาวิพากวิจารณ์นั้น “ไม่สร้างสรรค์”

เรื่องการพูดคุยกับสัตว์ก็เหมือนกัน “ลุงตู่” พูดคุยมาแล้วเยอะแยะ ทั้งวัว ควาย แพะ แกะ เต่า แล้วทำไม่จะพูดกับปูบ้างไม่ได้ ... ยิ่งการโชว์ฝีมือทำอาหารด้วยแล้ว เป็นเหมือนไฟต์บังคับ ที่คนระดับนายกฯพลาดไม่ได้ เพราะใครๆ ก็อยากชิมอาหารฝีมือนายกฯ

เหมือนกับการบอกรัก บอกคิดถึงประชาชน เช่นกัน “ลุงตู่” มักจะใช้ภาษาถิ่นที่ไปเยือน ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ อย่างครั้งนี้ก็มีการทักทายตามขนบมุสลิม เมื่อเจอหน้าก็สวัสดี อัสลามมูอาลัยกุม ขอให้สันติเกิดขึ้นกับทุกคน ... และทิ้งท้ายก่อนกลับว่า...อยากให้รู้ว่านายกฯ มาวันนี้ด้วยความคิดถึง คิดถึงจังฮู้ ...ซะลามุอะลัยกุม

ทั้งหลายเหล่านี้ แม่จะถูกวิพากวิจารณ์ ล้อเลียน เหยียดหยัน แต่มันก็เหมือน “วาระของนักการเมือง” ที่จะต้องทำอย่างนี้ และหลังจากนี้ไปจนถึงเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อว่า “ลุงตู่” จะยังมีเรื่องดรามาอีกเยอะ!!