xs
xsm
sm
md
lg

ดรามาเปิดประเทศ “ลุงตู่” มองข้างหน้า ประชาชนมองวันนี้ **เพื่อไทย ลงมติขับ “เฮียหนวด-เจ๊ก้อย” พ้นพรรค คนหนึ่งอาจซบภูมิใจไทย ส่วนอีกคนยังต้องวัดใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ดรามาเปิดประเทศ “ลุงตู่” มองข้างหน้า ประชาชนมองวันนี้

ควันหลงจาก “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกทีวีประกาศวาระ"เปิดประเทศ"ได้ก่อให้เกิดดรามาตามมาทั่วทุกสารทิศ เห็นไดัจากแฮชแท็ก #ประยุทธ์ และ #เปิดประเทศ เป็นประเด็นร้อนที่ถกเถียงแสดงความเห็นกันในโลกออนไลน์ตลอดทั้งวัน

แน่นอนว่า ความเห็นหลากหลายมีทั้งฝ่ายสนับสนุน และขว้างก้อนหินตามด้วยเสียงก่นด่า

เรียกว่า อารมณ์ของสังคมตอนนี้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันชัดเจน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้างฝ่ายลุงตู่ ดูจะอารมณ์ดี ระหว่างประชุมครม. พูดจาแซวทักทายบรรดารัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม “พล.อ.ประยุทธ์” ได้พูดถึง เรื่องการเปิดประเทศ โดยให้ ครม.มองไปในวันข้างหน้าที่ประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวทีใหญ่ๆ หลายเวที โดยเฉพาะการประชุมเอเปกในปี 2565 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ และเริ่มมีการประชุมผู้นำตั้งแต่ วันที่ 12 พ.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยหวังว่าผู้นำระดับโลกจะมาประชุม มาพบกันที่ไทย

ระหว่างที่นายกฯพูดถึงเรื่องดังกล่าวได้พูดอย่างติดตลก ว่า “ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอนนั้นหรือเปล่า" พร้อมๆกับยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่มีการยุบสภา มีแต่คิดกันไปเอง

ส่วนเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ มองวันนี้มากกว่า โดยเห็นว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับมากแค่ไหน เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดก็ยังไม่ได้ลดน้อยถอยลง หรืออยู่ในจุดที่ไว้วางใจได้ หาก เปิดประเทศ อาจเท่ากับ เปิดรับเชื้อให้แพร่ระบาดมากขึ้นหรือไม่ ?

“รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ในประเด็นนี้ โดย "ยกบทเรียนจากชิลีและเดนมาร์ก" ระบุว่า

นพ.ธีระ วรธนารัตน์
สิงคโปร์นั้น มีความชัดเจนว่าการระบาดแต่ละวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกว่า 3,700 คน ในขณะที่ชิลี และเดนมาร์ก อยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพัน เพื่อให้ไทยได้เห็นเส้นทางเดินของประเทศที่ประกาศนโยบายคล้ายคลึงกัน และได้เดินไปก่อนเรา การศึกษาบทเรียนของประเทศเหล่านี้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการเตรียมรับมือกับสิ่งที่เราจะเจอในอนาคตอันใกล้

บ้างก็ว่า เปิดประเทศ เตรียมเปิดผับเปิดบาร์ได้ แต่ เปิดสถานศึกษา มหาวิทยาลัยล่ะ ไม่เห็นจะพูดถึง

ส่วนบรรดาเหล่าคนดัง เช่น นักร้อง-นักแต่งเพลงหนุ่ม ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “จะเปิดประเทศหรือปิดประเทศก็พังเท่ากันแหละครับ ถ้ารัฐยังบริหารห่วยและแก้ปัญหาคอร์รัปชันกับระบบอุปถัมภ์ไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้ยังเป็นเหมือนเดิม ทุกอย่างก็ยังจะพังเหมือนเดิม ปัญหาอยู่ที่ตัวพวกท่านครับไม่ใช่วิธีการ”

มุก-กฤตพร มณฑีรรัตน์ หนึ่งในนักร้องวงโอลีฟส์ (Olives) ก็โพสต์ว่า “เปิดประเทศให้เขามาทำอะไร คนในประเทศยังไม่มีอะไรทำเลย งง”

ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์
นี่ก็เป็นอารมณ์สะท้อนให้เห็นว่า ดรามาเปิดประเทศ ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและการบริหารจัดการของรัฐบาล ผู้นำมองไปข้างหน้าก็ไม่ผิด แต่ประชาชนมองวันนี้ก็ไม่ผิดเช่นกัน เพียงแต่เมื่อไม่มีความเชื่อมั่น การอยู่กับโควิดว่าลำบาก อยู่กับรัฐบาลลุงยิ่งลำบากมากกว่า ก็เป็นธรรมดาที่ประชาชนเขาจะคิดกัน..นะจ๊ะ



**เพื่อไทย ลงมติขับ “เฮียหนวด-เจ๊ก้อย” พ้นพรรค คนหนึ่งอาจซบภูมิใจไทย ส่วนอีกคนยังต้องวัดใจ
“7งูเห่า” ของพรรคเพื่อไทย ที่โหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ถูกคณะกรรมการจริยธรรมของพรรค กำหนดโทษไว้ต่างกัน หนักสุดมี 2คน ที่ถูกเสนอให้ “ขับออกจากพรรค” คือ “เฮียหนวด” ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เพราะนอกจากจะโหวตสวนแล้ว ยังพูดกล่าวร้ายให้พรรค … ส่วนอีกคนคือ “เจ๊ก้อย” พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่โหวตสวนมติพรรคเป็นประจำ แล้ว ระยะหลังๆมานี้ ก็ไม่เคยร่วมกิจกรรมกับทางพรรคเลย
ที่เหลือ อีก 5 คน เจอโทษ “ภาคทัณฑ์” ซึ่งอาจจะพิจารณาไม่ส่งลงสมัครส.ส.ในสมัยหน้า 3 คน โทษ “ว่ากล่าวตักเตือน” 1 คน และยังไม่ได้พิจารณาใดๆ1 คน เนื่องจากช่วงที่คณะกรรมการจริยธรรมเรียกให้มาชี้แจงนั้น บังเอิญป่วยติดเชื้อโควิด
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (12ต.ค.) พรรคเพื่อไทย ก็มีการจัดประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรค และส.ส.ของ เพื่อพิจารณาขับ “2งูเห่า” ออกจากพรรค โดยจะต้องมีเสียงสมาชิก 3ใน4 ตามข้อบังคับพรรค ในการขับ ส.ส. ที่ประชุมมี ผู้มาใช้สิทธิออกเสียง 135คน ผลคะแนนเสียง 3 ใน4 ก็คือ 108 เสียง
ความผิดของ “ศรัณย์วุฒิ” ที่พรรคระบุคือ...ให้ร้ายพรรค ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค เป็นการทำลายชื่อเสียง ทำให้พรรคได้รับความเสียหายร้ายแรง ผิดข้อบังคับพรรคและผิดวินัยจริยธรรมของพรรค...แล้วที่ประชุมก็มีมติให้ขับพ้นพรรค 131 คน ไม่เห็นด้วย2 คน บัตรเสีย 2 ใบ

 ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ - พรพิมล ธรรมสาร
ส่วนความผิดของ “พรพิมล” คือ มีพฤติการณ์ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น ไม่ยึดมั่นอุดมการณ์พรรค ทำผิดซ้ำสอง ในพฤติการณ์เดียวกัน ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค ผิดวินัยจริยธรรมพรรค ...ที่ประชุมมีมติให้ขับพ้นพรรค 134คนไม่เห็นด้วย 1 คน
เป็นอันว่าทั้งคู่ต้องพ้นสมาชิกภาพจากพรรคเพื่อไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 12ค.ต.เป็นต้นไป ...จากนี้ ทั้งสองคนต้องหาพรรคใหม่สังกัด ภายใน 30 วัน เพื่อรักษาสถานภาพการเป็นส.ส.เอาไว้
ในรายของ “เจ๊ก้อย” พรพิมล มีข่าวว่า จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ของ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ...
ส่วน“เฮียหนวด” นั้น หลังถูกขับออกจากพรรคตอนบ่าย ตกค่ำก็ไปร่วมงานศพ แม่ของ "วิรัช รัตนเศรษฐ" รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล โดยมี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ก็เลยมีการคาดการณ์กันว่า “เฮียหนวด” น่าจะมาซบพรรคลุงป้อม
แต่ในการอภิปรายครั้งก่อนโน้น “เฮียหนวด” ร่ายยาวถล่ม “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาไว้เยอะ และในครั้งล่าสุดนี้ แม้จะไม่มีโอกาสได้อภิปราย แต่ “เฮียหนวด” ก็โหวตไม่ไว้วางใจ “ลุงตู่” เพียงคนเดียว แต่งดออกเสียง สำหรับรัฐมนตรีคนอื่นๆ...จึงทำให้เกิดคำถามว่า จะมาซบพรรคนี้จริงหรือ ถ้ามาจริง ทางพรรคก็น่าจะรับไว้ เพราะภาพที่ออกมานั้นแสดงว่า “เฮียหนวด” ยอมหมอบราบคาบแก้ว ให้กับ “3ป.” ...
แต่ถ้า “ศรัณย์วุฒิ” ยังห่วงหน้าห่วงหนวด ก็อาจจะไปขอพักพิงชั่วคราวที่พรรคเพื่อชาติ ของ “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” ก็เป็นได้ เพราะเขาก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ซึ่งเป็นแบ็กให้กับพรรคนี้อยู่ … หรืออาจจะไปอาศัยที่ชายคาเดิมอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะเขาเคยเป็นสมาชิก เคยลงสมัครส.ส.ในสังกัดพรรคนี้ ในการเลือกตั้งปี 57 แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นโมฆะ
ก็คงต้องติดตามดูใจกันต่อไปว่า “เฮียหนวด” จะลงเอยที่พรรคไหน?!!




กำลังโหลดความคิดเห็น...