xs
xsm
sm
md
lg

ศบค.อนุมัติขยายเวลารับนักท่องเที่ยวพิเศษ STV อีก 1 ปี พร้อมขอลดขั้นตอนยุ่งยากเข้าประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โฆษก ศบค. เผย เห็นชอบขยายเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV ออกไปอีก 1 ปี ถึง 30 ต.ค. 65 พร้อมขอลดขั้นตอนยุ่งยากคนเข้าประเทศ ฐานข้อมูลดูแลทั้งสุขภาพ-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขอบคุณ ปชช.ให้ความร่วมมือ

วันนี้ (27 ก.ย.) เวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า

ศบค.เห็นชอบขยายระยะเวลาการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa หรือ STVโดยเห็นชอบขยายระยะเวลาต่อไปอีก 1 ปีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 โดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยตามความเห็นของหน่วยงานต่างๆทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ การเปิดนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV และเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa สะสม 5,609 คน สร้างรายได้ 1,243 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พำนักครบกำหนด 90 วัน โดยนักท่องเที่ยว 90% ต่ออายุวีซ่า STV อีก 90 วันเป็น 180 วัน และนักท่องเที่ยว 60% ต่ออายุวีซ่า STV อีก 90 วันเป็น 270 วัน โดยเดินทางหลังจากเสร็จสิ้นการกักตัวไปที่จังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี (พัทยา) ระยองเชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย)

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว STV ที่เดินทางท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) จำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 271 คน เรือสำราญ (เรือยอชต์) จำนวน 80 ลำ สร้างรายได้ 291 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ย.2564 โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) จะอยู่ครบกำหนดระยะเวลา 270 วัน ซึ่งในช่วงไตรมาส 4 เรือสำราญ (เรือยอชต์) มีความประสงค์เข้าประเทศไทยกว่า 50 ลำ

โฆษก ศบค. ยังแถลงว่า ที่ประชุม ศบค.รับทราบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านระบบข้อมูลสารสนเทศและแอปพลิเคชัน และการใช้แอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการเดินทางเข้าประเทศและแซนด์บ็อกซ์ ทั่วประเทศ หลังวันที่ 1 ต.ค. 2564 ซึ่ง ผอ.ศบค.ได้ลงนามไปแล้ว ทั้งนี้ ผอ.ศบค.เน้นย้ำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ว่า กระบวนการขั้นตอนต่างๆ สำหรับบุคคลที่จะเข้ามาในประเทศไทยขอให้มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และใช้ระบบฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัย ดูแลทั้งในเรื่องของสุขภาพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันด้วย

“ผอ.ศบค.ขอบคุณประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการที่ทำให้เราได้มีวันนี้ และร่วมมือกันต่อไปกับมาตรการต่างๆ ที่ออกมา สำคัญที่สุดคือ ความเข้าใจของประชาชนและความร่วมมือของประชาชน และแม้จะยังมีตัวเลขการติดเชื้ออยู่ในระดับหลักหมื่น ซึ่งเราก็ต้องตื่นตัวและป้องกันตัวเอง และชีวิตก็ต้องเดินไปพร้อมกับโรคระบาดประจำถิ่น” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว.


กำลังโหลดความคิดเห็น...