xs
xsm
sm
md
lg

ลูกอ้อน ลูกล่อ ลูกชน ครบ! “ทักษิณ” อยากกราบแผ่นดิน ปล่อยวางไม่แค้น แต่จำ 3 ป.แม่น ชี้ชัด! แม้ว-ทอน ไหวมั้ย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายทักษิณ ชินวัตร เปิดใจกบ เพจ The room 44 ขอบคุณภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
จริงหรือ? “ทักษิณ” เปิดใจ อยากมากราบแผ่นดินเกิด ปล่อยวาง ไม่แค้น แต่จำ “3 ป.” ได้แม่น ให้เป็นทหารคนสุดท้ายบริหาร ปท. “อัษฎางค์” ชี้ สถานการณ์ “โลกรบกับสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น” ไม่เชื่อ “แม้ว-ทอน” เป็นนายกฯโควิดจะหายไป

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (26 ก.ค. 64) เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์บทสัมภาษณ์เปิดใจ “ทักษิณ” ไม่ใช่คนชอบทำลายคน หรือมองโลกในแง่ร้าย อยากกลับกราบแผ่นดิน ปล่อยวางไม่แค้น แต่จำ 3 ป.ได้แม่น ขอให้เป็นทหารคนสุดท้ายบริหาร ปท.

เนื้อหาระบุว่า จากกรณีวันนี้ 26 กรกฎาคม 2564 เพจ The room 44 โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอ ระบุ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สดกับเพจ เกี่ยวกับการบริหารจัดการโควิดในประเทศไทย โดยมีบางช่วงที่น่าสนใจ

ภาพ ทักษิณ กราบแผ่นดิน เมื่อ 28 ก.พ.51 (กลับมาสู้คดี) วันที่ 11 ส.ค.51 (ไปต่างปรเทศ ไม่มารายงานตัวต่อศาล) ขอบคุณภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
โดย นายทักษิณ ระบุถึงช่วงที่ตนเป็นโควิด ว่า ช่วงนั้นร่างกายเหลือแต่หนังกับกระดูก ต้องขึ้นลิฟต์ แต่ตนต้องฝืนเดิน โชคดีได้หมอดี หมอบอกเหนื่อยอย่าไปสนใจ ต้องเดิน ตอนแรกๆ ปอดยังมีน้ำ ก้าวไปสามสี่ก้าวก็เหนื่อย ต้องฝืน ส่วนปอดตอนนี้ดีหมดแล้ว เหลืออย่างเดียวคือปอดแหก

“ทำบุญทำกรรมกันมา แต่เราต้องทำดีที่สุด เราต้องยอมรับกับมัน ยอมรับว่า ปีแรกที่ตนออกมา ตอนโดนปฏิวัติตนก็โกรธว่า ทำดีขนาดนี้โดนขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็คิดว่า อย่ายึดติดอดีต อดีตที่เราเรียนรู้เราต้องอยู่กับปัจจุบัน ตอนหลังมาครบปีหนึ่ง ตนก็นั่งถามตัวเองว่า ตอนไปเรียน ป.โท เงินไม่มี เราก็ไปเป็นพนักงานเคเอฟซี เช่าหอพักอยู่ แล้วใช้รถผ่อนส่ง ส่งหนังสือพิมพ์ ตอนนั้นเรายังอยู่ได้ ตอนนี้เงินก็มี เพื่อนก็เยอะ บ้านก็มีหลายหลังหลายประเทศ เราก็คิดว่า เอ๊ะตกลงบ้านเราอยู่ที่เมืองไทยเท่านั้นเหรอ โลกทั้งโลกก็คือบ้านเรา อย่างพระพุทธเจ้าบอกว่า ตั้งอยู่และดับไป

ต้องมีธรรมะกับตนเอง ทุกอย่างคือสิ่งสมมติ สมมติว่า บ้านเราอยู่อังกฤษ ดูไบ เราก็แฮปปี้มีความสุข ตนก็บอกว่า เราจะไปเสียเวลากับมันทำไม ก็ทำมาหากินดีกว่า เริ่มก็ไปซื้อทีมฟุตบอลแมนฯซิตี ซื้อเครื่องบินไปหาเพื่อน ทำมาหากิน ก็อยู่ได้ ลูกหลานก็มาเยี่ยม ก็มีความสุข อย่าไปทุกข์กับมัน แต่เมื่อดูเรื่องราวจากประเทศไทย ในฐานะเป็นนายกฯ มาก่อน ก็อดไม่ได้ ที่จะห่วงใย มันไม่รู้จะให้อะไรนอกจากประสบการณ์”

ภาพ 3 ป. ในความหมายของ “ทักษิณ” ขอบคุณภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า โดนกระทำรู้สึกแค้นหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทำให้โง่ คือ ทำให้เราคิดไม่ออก เราจะมีสิ่งที่มีสิ่งแทรกซ้อนกับทางอารมณ์ จะต้องปล่อยวางทางอามรณ์ให้ได้ ตนมีลูกหลาน ธุรกิจ ดังนั้น ตนจะทำอะไรต้องมีสติ โกรธ ก็ด่าคน มันไม่ได้ คนเราอย่าไปหวังว่าจะเติมเต็มทุกอย่างให้กับชีวิต ชีวิตไม่มีคำว่าสมบูรณ์

“อย่างปัญหาภาคใต้ ตนก็รู้ว่า ตนทำไม่ถูก ตนใจร้อนไป คือ ตนใช้ทหารเร็วไป ควรใช้การเมือง และอดทนมากกว่านั้น นี่คือ สิ่งที่ผิดพลาด และตอนที่ นายกฯ ปู เป็นนายกฯ ตนก็พยายามแก้ไขคุยกับหัวหน้าก่อการทั้งหลาย ที่หนีไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย บ้างว่าเราจะคุยกันอย่างไรให้ประเทศเจริญ ตอนนั้นตนก็แอบทำอยู่ และส่งให้ทางนายกฯปู แต่ทหารไม่แฮปปี้ และถ้าใครบอกว่า ตนไม่เคยพลาดเลยเป็นไปไม่ได้

ถามว่า อะไรที่ทำแล้วภูมิใจ นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องของการทำให้ชาวบ้านหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค การใช้หนี้ประเทศ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ ย้อนกลับไปดูเราก็เอ๊ะ เราก็ทำไปเยอะเหมือนกันตนเป็นคนชอบทำงาน”

และเมื่อถามถึงความแค้นทางการเมืองยังมีอยู่ในใจหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ใจกว้างและสร้างสรรค์ ไม่ใช่คนชอบทำลายคน หรือมองโลกในแง่ร้าย เป็นคนคิดบวกตลอด ตนไม่เคียดแค้นคน ให้อภัยคนตลอด แต่ก็จำได้ทุกเรื่อง สามารถเล่าเรื่องทุกเรื่อง ดังนั้น ใครเดินเข้ามาในชีวิตตน อย่าลืมว่า สมองจำได้หมดว่าใครบ้าง ตอนนี้ 3 ป.จำได้แม่นเลย

ภาพ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้ทำรัฐประหาร “ทักษิณ” ปี 49 ขอบคุณภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังกล่าวว่า เมืองไทยไม่ได้กว้างใหญ่ เพราะสังคมมันแคบ ดังนั้น จะรู้จักกันหมด ทุกคนก็มีแนวทางชีวิตของตัวเอง ทุกคนก็อยากจะสร้างตัวเองขึ้นมาหลายรูปแบบ บางคนมีจริยธรรมก็มี แต่บางคนไม่มี ส่วนเรื่องมิตรแท้นั้นในหมู่การกระเสือกกระสนเข้าอำนาจ ไม่มีมิตรแท้ศัตรูที่ถาวร

“เราก็รู้อยู่ วันนี้เฉยๆ แต่อย่างไรตนก็ยังรักพี่น้องชาวไทย ตนก็ยังห่วงใยประเทศไทย ตนก็อยากไปกราบคนที่รักและเคารพเสมอและกราบแผ่นดินเกิด เลี้ยงหลาน

เส้นทางสู่วิถีใหม่ เราจะปรับตัวอย่างไร เมื่อก่อนของไทยขึ้นไปสู่สูงแล้ว แต่วันนี้มันไหลตกมาอยู่โลกยุคที่ 2 ยังคิดแบบโบราณ หรือคิดแบบทหาร มันไปไม่ได้ วันนี้ทหารขอให้เป็นคนสุดท้ายนะที่จะบริหารประเทศ ต้องยอมรับว่าพวกคุณล้าหลังเกินกว่าที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำตอนนี้” อดีตนายกฯ กล่าวทิ้งท้าย
(อ่าน-ดูคลิปฉบับเต็ม https://www.facebook.com/theroom44/videos/345610523947329)

ขณะเดียวกัน นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์หัวข้อ “เมื่อโควิด ทำให้เสียสติ”

โดยระบุว่า “ตรงนี้คือใจกลางเมืองซิดนีย์

ที่เดิมเคยมีแต่คนหนาแน่นทุกวันคืน
โควิดคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นปัญหาที่เกินการควบคุม

รัฐบาลทั่วโลกโดนประชาชนของตนตำหนิ ไม่พอใจ เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไร ถ้าคุณคืออีกคนที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และคุณจะบ่นด่ารัฐบาล

แต่ถ้าคุณมีสติหรือตั้งสติได้ คุณจะเข้าใจสถานการณ์ ว่า รัฐบาลของคุณและตัวคุณกำลังรบอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น มันเป็นสงครามโลกที่รบกับเชื้อโรค มันเป็นโรคที่ระบาดไปทั่วโลก

คุณต้องเข้าใจว่า ถึงแม้รัฐบาลของคุณและตัวคุณจะทำทุกอย่าง อย่างดีที่สุด ก็ไม่สามารถหยุดโควิดได้ง่ายอย่างที่ใจหวัง

หลายคนบอกว่า ได้ทักษิณกลับมา หรือได้ ธนาธร มาเป็นนายกฯ โควิดจะหายไป

มัน 2 คนเป็นใคร

ลองเหลียวมองรอบโลกดูซิ ผู้นำอเมริกา มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก กำจัดโควิดได้มั้ย หนักกว่าเรากี่ร้อยกี่พันเท่า

อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย มีผู้นำประเทศของชาติไหนกำจัดหรือรับมือโควิดได้

คำตอบคือ ไม่มีเลย

ภาพ นายอัษฎางค์ ยมนาค จากแฟ้ม
แล้วคนที่พ่ายแพ้หนีหัวซุกหัวซุนอย่างทักษิณเก่งกว่าผู้นำของชาติมหาอำนาจในโลกหรือ

ธนาธร คนที่ยังไม่เคยบริหารราชการแผ่นดิน แค่เคยเดินผ่านรัฐสภาในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วต้องออกไป เพราะเรื่องที่เหาะจากบุรีรัมย์มากรุงเทพฯ ในวันสมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นความผิดพลาดด้วยเรื่องเล็กๆ นิดเดียว แล้วเรื่องใหญ่ที่ผู้นำประเทศชั้นนำของโลกทั้งโลกก็ยังรับมือไม่ได้ ธนาธรเอาปัญญาที่ไหนมารับมือ

ชาติที่ทำได้ดีที่สุด แก้ไขสถานการณ์โควิดได้ดีที่สุด คือ จีน ด้วยวัคซีนโควิดสัญชาติจีน ที่ถูกการเมืองระดับชาติ ระดับโลกด้อยค่า

เพราะมหาอำนาจตะวันตก เห็นอยู่กับตาว่าวัคซีนจีน หยุดโควิดในประเทศจีน ที่มีประชากรพันสี่ร้อยล้านคนได้อยู่หมัด

ตรรกะในสมอง ปริญญาที่ได้รับมา รวมถึงประสบการณ์ในชีวิต ไม่ช่วยเตือนสติกันบ้างหรือว่า จีนคือมหาอำนาจชาติเดียวในโลก ที่ใช้วัคซีนสัญชาติจีน หยุดวิกฤตโควิดได้สำเร็จ

ในขณะที่ อเมริกา มีทั้งไฟเซอร์ โมเดอร์นา ที่คนบ้าแห่แหนตามกันว่า ดีที่สุดในโลก แต่อเมริกามีทั้งคนติดเชื้อ คนเจ็บ และคนตายจากโควิดมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

เรื่องแค่นี้มองไม่เห็น

สติ….หายไปไหน
ไปตามกลับมา”
แน่นอน, ประเด็นสำคัญอยู่ที่การต่อสู้ทางการเมืองพูดอะไรก็ได้ เหมือนการหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนการประกาศนโยบาย เหมือนการแนะนำตัวเอง เหมือนการยกตนข่มคู่ต่อสู้ เหมือนการโจมตีคู่แข่ง มันคนละเรื่องกับการปฏิบัติได้จริง

มีสักครั้งหรือไม่ นักการเมืองบอกว่า ตนเองชั่ว เลวทรามมาจากไหน เคยทุจริตคอร์รัปชันโกงกินบ้านเมืองหรือไม่ ทั้งที่คนรู้ทั้งบ้านทั้งเมือง นักการเมืองเคยอาย เคยสำนึกบ้างหรือไม่ คำตอบคือ ไม่!

มิหนำซ้ำ ยังกล้าโกหกหลอกลวงได้อย่างหน้าตาเฉย มันคือ จริตของนักการเมือง และคนไทยก็น่าจะคุ้นชินดีอยู่แล้ว

โดยเฉพาะยุคโควิด-19 เห็นชัดว่า นักการเมืองโกหกหลอกลวง และไม่จริงใจกับประชาชนแม้แต่น้อย ทั้งกรณีซ้ำเติมวิกฤต ด้วยการเล่นเกมการเมือง แทนที่จะมีส่วนไม่มากก็น้อยในการช่วยเหลือประชาชน ให้สมกับที่ปากบอกว่า รักและห่วงใยประชาชน

ที่ร้ายไปกว่านั้น ยังเห็นซากศพคนตาย เป็นเครื่องมือทางการเมือง แทนที่จะทุ่มเทช่วยเหลือ ให้การตายลดลง และไม่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ซึ่ง บางคนอวดร่ำอวดรวยระดับโลก แต่ไม่เคยช่วยเหลือประชาชนให้สมกับที่มีฐานะ ถ้าไม่คิดบริจาคเอาหน้า เอาสิ่งต่อรองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

สำหรับ “ทักษิณ” คนรักก็ไม่ต้องหาเหตุผลมาอธิบาย คนชัง คนไม่ชอบ ก็มีภาพหลอนในอดีตสมัยเคยเป็นนายกฯมาคอยย้ำเตือน

ถ้าอยากกลับมากราบแผ่นดิน ก็ไม่ยากอะไร เพียงตกลงใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย เพราะประเทศไทยปกครองด้วยกฎหมาย และทุกคนก็มีสิทธิเสมอภาคกันในการเคารพกฎหมาย และอยู่ใต้บังคับของกฎหมาย ที่มีศาลสถิตยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน แค่นั้นเอง

ถ้าไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก และต่อสู้กันในหมู่ประชาชน เพื่อคนคนเดียว อย่าคิดเอา ประชาชน เป็นตัวประกันและต่อรองอีกเลย ถ้าปล่อยวาง ไม่เคียดแค้นแล้ว อย่างที่ปากว่า จริง!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...