xs
xsm
sm
md
lg

ส่องโปรไฟล์รัฐมนตรีหน้าใหม่ ครม.ลุงตู่ “ชัยวุฒิ-ตรีนุช-สินิตย์” มาตามนัด **ก้าวไกลจะเข็น “พิธา” ลงแข่งผู้ว่าฯ กทม. งานนี้มารอวัดกันฐานเสียงฝ่ายประชาธิปไตยจะเหลือแค่ไหน? ** ดรามา “ทีม มช.” ว่าด้วยเรื่องผลงานศิลปะของนักศึกษาสามนิ้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว 
 
** ส่องโปรไฟล์รัฐมนตรีหน้าใหม่ ครม.ลุงตู่ “ชัยวุฒิ-ตรีนุช-สินิตย์” มาตามนัด 

 เรียบร้อยโรงเรียนลุง สำหรับการปรับ ครม.แบบเล็กๆ ทดแทนตำแหน่งของรัฐมนตรีโควตา กปปส.ที่หลุดเก้าอี้จากการติดคดีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวว่า “ลุงตู่” อารมณ์ดีทั้งวัน ที่เสร็จสมอารมณ์หมายการปรับ ครม.เป็นไปตามใจปรารถนา โดยมีรัฐมนตรีใหม่ 4 ตำแหน่ง ไม่นับ “วีรศักดิ์ หวังสุกิจโกศล” ที่โยกสลับจาก รมช.พาณิชย์ ไปเป็น รมช.คมนาคม แทน “ถาวร เสนเนียม” ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีอีก 3 คน ถือได้ว่าเป็นรัฐนตรีหน้าใหม่ป้ายแดง

ไล่เรียงตั้งแต่ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่แบเบอร์มาตั้งแต่ในมุ้ง ด้วยเป็น “ลิสต์” เบอร์ 1 ที่ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งเข้าประกวด ตามสัญญาใจที่ให้กันไว้

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ - ตรีนุช เทียนทอง
“ชัยวุฒิ” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาจากสิงห์บุรี ทำงานการเมืองลงเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2544 เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย มาก่อนที่จะมาช่วยพลังประชารัฐ จน “ลุงป้อม” ไว้วางใจดึงมาทำงานใกล้ชิด เป็นนักการเมืองหนุ่มที่มีสายสัมพันธ์กันดีกับกลุ่ม “วิศวะจุฬา” คอนเนกชัน นักธุรกิจชื่อดังหลายคนต่างรู้จักกันดี เรียกว่าบุ๋นได้ บู๊ในเวทีการเมืองก็ดี

ขณะที่ “สินิตย์ เลิศไกร” รมช.พาณิชย์ อายุ 56 ปี ดีกรีเป็น ส.ส.5 สมัยจากสุราษฎร์ธานี ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ ส.ส.สายใต้ให้การสนับสนุนเต็มที่ จบการศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีการเกษตร) วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากนิด้า

มาถึงรัฐมนตรีหญิงหน้าใหม่แซงโค้ง “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิการ อายุ 48 ปี เห็นนามสกุลก็พอรู้ว่ามาจาก “บ้านใหญ่” สระแก้ว ทายาทของ “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง นักการเมืองรุ่นเก๋า ที่พรรคพลังประชารัฐรวบเข้ามา

ว่ากันว่า เธอจบการศึกษาปริญญาโท Master of Arts WESTERN ILLINOIS UNIVERSITY สหรัฐอเมริกา เป็น นักธุรกิจ และเป็น ส.ส.4 สมัย ปัจจุบันเป็น ส.ส.เขต 2 จังหวัดสระแก้ว 

โปรไฟล์รัฐมนตรีหน้าใหม่ก็มีด้วยประการฉะนี้ ส่วนการทำงานจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอพิสูจน์ฝีมือกันต่อไป



วีรศักดิ์ หวังสุกิจโกศล - สินิตย์ เลิศไกร
** ก้าวไกลจะเข็น “พิธา” ลงแข่งผู้ว่าฯ กทม. งานนี้มารอวัดกันฐานเสียง “ฝ่ายประชาธิปไตย” จะเหลือแค่ไหน?

ปล่อยข่าวมาเป็นระยะๆ ว่าพรรคก้าวไกลทาบทามคนมีชื่อเสียงคนนั้นคนนี้ จะมาลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค แต่ก็ดูเหมือนว่าจะถูกปฏิเสธมาแล้วหลายคน

ล่าสุดมีข่าวความเคลื่อนไหวพูดคุยกันในระดับแกนนำพรรค และแกนร่วมอย่างอดีตหัวหน้าพรรคตัวจริง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ว่านาทีนี้ดึง “คนนอก” คงลำบาก เพราะภาพลักษณ์และกระแสสังคมของพรรคก้าวไกล ก้าวล่วงไปมาก จากที่มี ส.ส.หลายคนแสดงออกมา ทั้งการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง “ม็อบเด็ก” และแนวทางที่เน้นแต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปสถาบันฯ จนไม่มีใครอยากมา และไม่แน่ใจในเรื่องฐานเสียงที่เคยสนับสนุนให้พรรคอนาคตใหม่ ที่เคยเป็นอดีตของก้าวไกล ได้คะแนนเสียงคน กทม.มาแบบเซอร์ไพรส์

แว่วว่าเมื่อทอดตาไปทั่วแผ่นดินหาใครไม่ได้ ที่สุดกลุ่มแกนนำก้าวไกลจึงเห็นว่า ก็มีแต่คนในอย่าง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้บ้าง น่าจะเข็นลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แข่งกับรุ่นใหญ่ที่เปิดตัวไปแล้วอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีต รมว.คมนาคม หรือ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ที่มีชื่อกำลังแรง

ก้าวไกลมั่นใจว่า “พิธา” แม้จะชื่อชั้นเป็นรอง แต่หากเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นนักการเมืองที่ถูกพูดถึงในแง่การทำงานที่ดูจริงจังมากกว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
“พิธา” ปีนี้เพิ่งอายุ 41 เป็นหลานลุงของ “ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ช่วงก่อนหน้านี้ที่มีคนไปถาม “พิธา” ถึงสเปกที่พรรคจะเอาไปสู้คู่แข่งในสนามผู้ว่าฯ กทม. เขาบอกว่าจะใช้ “ความใหม่ ความชัด ความโดน” เข้าสู้

ขณะที่คอการเมืองวิเคราะห์กันว่า โอกาสที่ “พิธา” จะตอบรับลงเลือกตั้งมีสูง เพราะมองไปในสนามใหญ่ ก้าวไกลก็คงก้าวไปไม่ถึงไหน อย่างมากก็คงอยู่ที่หัวหน้าพรรคตัวแทน “ธนาธร” แต่หากสนาม กทม.จับพลัดจับพลูได้เป็นผู้ว่าฯ ส่วนตัวของพิธาก็จะถือได้ว่าก้าวไกล ก้าวกระโดด

งานนี้ก็ต้องรอชมวัดใจคะแนนฝ่ายประชาธิปไตย และฐานเสียง “ธนาธรและพวก” จะยังมีเหลืออยู่แค่ไหน จะทำให้ “พิธา” ไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ หรือจะทำได้แค่เป็นเพียง “ผู้ว่าฯ กทม.ในโลกโซเชียลฯ” ตามลูกพี่ทอนที่เป็นนายกฯ โลกเสมือนไปอีกคน ต้องติดตามกันต่อไป



** ดรามา “ทีม มช.” ว่าด้วยเรื่องผลงานศิลปะของนักศึกษาสามนิ้ว ที่เอาธงชาติมาลบแถบสีน้ำเงิน แล้วละเลงด้วยข้อความต่อต้านทางการเมืองนั้น มันใช่หรือ?

ดรามา “ทีม มช.” ที่กลายเป็นกระแสร้อนแรงในสื่อโซเชียลฯ หลังจากที่มีการโพสต์คลิปวิดีโอ วินาทีที่บุคลากรของคณะวิจิตรศิลป์ ใส่เสื้อเหลืงเข้าไปขนงานศิลปะของนักศึกษาที่บริเวณหน้าลานหอศิลป์ ใส่ถุงดำขนขึ้นท้ายรถบรรทุก เตรียมขนไปไว้ที่อื่นโดยไม่มีการแจ้งเหตุผล และไม่มีเอกสารชี้แจงใดๆ ทำให้มีปากเสียงกับนักศึกษา โดยนักศึกษาอ้างว่าเป็นงานที่พวกเขาจัดแสดง และต้องส่งอาจารย์ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่รับฟัง เตรียมที่จะขนย้ายออกไป จนนักศึกษาต้องนอนขวางรถยนต์

ระหว่างที่มีปากเสียงกันนั้นก็ปรากฏชายใส่เสื้อสีขาว เข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชายคนที่ว่าคือ “ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี” อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ และเมื่อทราบถึงต้นสายปลายเหตุก็ออกหน้าปกป้องศิษย์ ขณะเดียวกันก็ “จัดหนัก” ใส่คณะที่มาเก็บงานของนักศึกษา ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ที่นำมาก็คือ “รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง” คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ พร้อมด้วยรองคณบดี และเจ้าหน้าที่

...เป็นอาจารย์ด้วยกันใช่มั้ย รักเคารพศิลปะมั้ย รักเคารพในมนุษย์มั้ย ศิลปะไม่เป็นเจ้านายใคร และไม่เป็นขี้ข้าใคร ... หน้าที่ของครูอาจารย์ คือรักลูกศิษย์ ปกป้องลูกศิษย์ และพิทักษ์ผลงานศิลปะ คนเรามักใหญ่ใฝ่สูง อยากมีอำนาจบาตรใหญ่ เป็นกันทุกคน ถ้าห้ามใจไม่ได้ ก็เหมือนหมาตัวนึง...อย่าทำอย่างนี้อีก ศิลปะอับอายมามากพอแล้ว เพราะไอ้คนที่มันไม่รักเสรีภาพแบบนี้...เป็นอาจารย์ศิลปะ ต้อง 1. เคารพคน 2. เคารพศิลปินด้วยกัน 3. เคารพผลงานศิลปะ ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจากนักศึกษา หรือคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะ รู้จักเคารพมันมั่ง หมาแมวก็เคารพมันด้วย....

ถ้อยคำที่พรั่งพรูอย่างถึงอารมณ์จากปาก “ดร.ทัศนัย” ได้ใจชาวเน็ตที่ได้เห็นคลิปนี้ และมีการนำไปเผยแพร่ต่อ เป็นไวรัลในโซเชียลฯ ขณะเดียวกัน ทีมของคณบดีก็โดนถล่มสาดเสียเทเสีย!!

นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว... แต่ในภาพรวมของเรื่องที่ว่าด้วย “ศิลปะ” นี้ ยังมี “การเมือง” ที่ชาวเน็ตได้ขุดคุ้ยขึ้นมาเทียบเคียงให้เห็นภาพใหญ่องค์รวม

ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี
งาน “ศิลปะ” ที่ถูกเก็บใส่ถุงดำนั้น คือ “ธงชาติไทย”ที่ถูกลบแถบสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ออกไป แล้วมีการเขียนข้อความต่อต้านทางการเมืองลงบนผืนธงชาติดังกล่าว ธงชาติที่นักศึกษาบอกว่าเป็นงานศิลปะผืนนี้มีที่มาจากการจัดกิจกรรมทางการเมืองภายใต้ชื่อ “ยุทธการไล่ประยุทธ์” ของกลุ่มนักศึกษา “พรรควิฬาร์” มช. เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ขึ้นปราศรัยเปิดหัวเป็นคนแรก ขณะเดียวกัน “ทราย เจริญปุระ” แม่ยกสามนิ้ว ก็ไปปรากฏตัวในงานด้วย

สำหรับ “ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี” นั้นจบการศึกษาระดับปริญญาโท ที่ Visual Arts, The University of
Chicago, United States of America ก็ได้เข้าสอนเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสื่อศิลปะ และการออกแบบสื่อ คณะ วิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ... เป็นศิลปินที่มีผลงานศิลปะออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศิลปะที่มีเนื้อหา เกียวกับทัศนคติทางสังคม และเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองไทย ... อย่าง เช่น นิทรรศการ WHAT YOU DON’T SEE WILL HURT YOU ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์การเมือง และการสร้างสังคมไทยให้ทันสมัย เพื่อนำมาเป็นฉากหลังสุดของชิ้นงาน เช่น ภาพการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475, สถานีรถไฟหัวลำโพง จนได้รับรางวัล The 2018 Finalist Artworks

ในนิทรรศการดังกล่าวมีทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 19, พฤษภาทมิฬ ปี 2535, การสลายการชุมนุมปี 2553 หรือ เหตุการณ์ตั้งแต่ตอนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 ของคณะราษฎร

เรียกได้ว่า งานศิลปะของ ดร.ทัศนัย เน้นไปในแนวสะท้อนการเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต เป็นหลัก และในชีวิตจริงก็ไม่ทิ้งเรื่องการเมือง โดยเมื่อปี 2557 ได้ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้ คสช.หยุดการจำกัดเสรีภาพนักวิชาการ และนักศึกษา พร้อมบอก ถ้าแม้แต่เสรีภาพทางวิชาการยังถูกละเมิด เราก็ไม่มีทางหวังได้ว่าเสรีภาพในการแสดงออกแบบอื่นๆ จะได้รับการเคารพ...

และในช่วงที่คลิปประเด็นร้อนนี้เผยแพร่ออกไป และได้รับคำชื่นชมกลับมา ดร.ทัศนัย ยังโพสต์ขอบคุณผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า... สวัสดีชาวโลก ผมขอขอบคุณทุกคำชื่นชม ทุกความห่วงใย และทุกดวงใจแห่งเสรีภาพ ที่มอบให้แก่กัน เยาวชน และอนาคตของเราอีกจำนวนมากถูกตั้งข้อหา จำนวนหนึ่งถูกคุมขัง จำนวนมากถูกคุกคาม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะเกื้อหนุนกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา ช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นด้วย ...
เหล่านี้ก็พอจะสะท้องภาพตัวตนของ ดร.ทัศนัย กับจุดยืนทางการเมืองในสถานการณ์ขณะนี้

ขณะที่ คณะวิจิตรศิลป์ โดย “รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง” คณบดี ก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทางคณะฯ ได้เข้าเตรียมพื้นที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรม ม.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของคณะฯ เพื่อเตรียมการจัดแสดงงานนิทรรศการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ทั้งของคณะฯ และสถาบันการศึกษาอื่นซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. 64

จากการเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ได้พบวัสดุอุปกรณ์บริเวณลานด้านหลังอาคารหอศิลปวัฒนธรรม จากการสอบถามนักศึกษาซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น แจ้งว่าไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด และไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของคณะฯ ได้ทำการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าว พบวัสดุบางรายการที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย (ธงชาติไทยที่ถูกดัดแปลง และมีข้อความที่ไม่เหมาะสม)

ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อนักศึกษา และคณาจารย์ของคณะฯ โดยรวมจึงได้เก็บรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อรอให้มารับคืนต่อไป

จะว่าไปแล้ว การที่ ดร.ทัศนัย จะมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เช่นเดียวกับการออกมาปกป้องนักศึกษา ก็เป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์พึงกระทำ ขณะที่ รศ.อัศวิณีย์ ที่มาเก็บผลงานของนักศึกษา โดยไม่แจ้งเหตุผล ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง แต่เรื่องธงชาติที่ไม่สีน้ำเงินก็สะท้อนความคิดของ “เด็ก 3 นิ้ว” ผู้ที่เป็นคณบดีเมื่อเห็นแล้วก็ควรจะเก็บไป

เพราะการเอาธงชาติมาลบแถบสีน้ำเงินซึ่งเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ออกไป แล้วละเลงด้วยข้อความต่อต้านทางการเมือง มาเขียนบนธงชาติ มันคือศิลปะ หรือการทำผิดกฎหมาย ... ควรหรือไม่ที่จะนำ “ธงชาติ” มาย่ำยี อย่างนี้ !!

ดังนั้น เรื่องนี้สังคมควรตั้งสติ พิจารณาถึงองค์รวมของเหตุการณ์ เรื่องราว ก่อนจะตัดสินว่าใครผิด-ใครไม่ผิด




กำลังโหลดความคิดเห็น...