xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.อานนท์” เชื่อ “แอมมี่” กรรมสนอง “ท่านใหม่” เดือด! อาฆาตมาดร้ายชัด “สมชาย” รอดู ส.ส.หน้าไหนประกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
“ดร.อานนท์” ยกสิ่งที่ “แอมมี่” ทำ กรรมสนอง ติดคุกยาว “ท่านใหม่” ชี้เข้าข่ายอาฆาตมาดร้าย อยากรู้ ส.ส.ประกันตัวจะตายเดี่ยว-ตายหมู่? “สมชาย” รอดูใครจะกล้า “หมอวรงค์” อยากให้เจ้าของม็อบทำเอง “ทราย” สุดกลั้น

ภาพ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จากแฟ้ม
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 มี.ค. 64) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“สงสารลูกสาวของแอมมี่เดอะบอตทอมบลูส์ นะครับ ติดคุกยาวไปเลย ศาลออกหมายจับ เพราะบุกรุกสถานที่ราชการในยามวิกาล วางเพลิงเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และนำเข้าข้อความในระบบคอมพิวเตอร์เป็นภัยความมั่นคงแห่งรัฐ

คงติดคุกยาวๆ ไปเลย ลูกสาวยังเล็กจะรู้ไหมว่า พ่อทำชั่วขนาดไหน มาต่อเนื่องยาวนานขนาดไหน

สาดสีใส่ตำรวจ แต่งกายเสียดสีล้อเลียนในหลวงรัชกาลที่ ๙ เอาผ้ามาปิดตาเพื่อล้อเลียนในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า พระองค์ท่านพระเนตรบอด แต่พระองค์ท่านไม่ได้ใจบอดเหมือนแอมมี่อย่างแน่นอน และพระเนตรเดียวดวงนั้นก็แสนยิ่งใหญ่ ทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาเจ็ดสิบปี

คนใจบอดเรียกไอ้บอดอย่างเย้ยหยัน
แต่พระเนตรเดียวดวงนั้นแสนยิ่งใหญ่
ยังยิ้มสู้ทำความดีเพื่อคนไทย
ครองหัวใจครองธรรมครองแผ่นดิน

โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง

ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้

คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย

ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน

คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย

ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน

แอมมี่ ได้รับผลกรรมที่ทำอย่างแน่นอนครับ (ขอบคุณข้อมูล จาก เฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich)

ภาพ มจ.จุลเจิม ยุคล หรือ “ท่านใหม่” จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก จุลเจิม ยุคล ของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ “ท่านใหม่” โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“การวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ นอกจากจะเผาทำลายสิ่งก่อสร้างของทางราชการแล้ว ยังจงใจเผา ทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่สักการะ เคารพบูชาของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งแสดงออกถึงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ กฎหมายก็มีบอกไว้แล้ว

“การอาฆาตมาดร้าย” ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

อยากจะรู้เหมือนกัน ว่า ส.ส. ที่จะมาประกันตัว จะตายหมู่ หรือตายเดี่ยว เตือนๆ กันบ้าง......คนส่วนน้อย หรือจะสู้คนส่วนมากที่ถูกรังแก และทำร้ายจิตใจในสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชา”

เช่นเดียวกับ เพจเฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ ของ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“ใจจดจ่อรอดูหน้า ส.ส.ขอประกันตัว
มือเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำ
สอบจริยธรรมหรือรอยุบพรรค
จัดแบบตายเดี่ยวหรือตายหมู่ดีกว่าครับ”

ภาพ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากแฟ้ม
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“#เจ้าของม็อบควรจะออกมานำ

ม็อบกำลังเข้ารกเข้าพง ช่วงหลังจะเน้นการปะทะกับเจ้าหน้าที่ หวังสร้างภาพว่า ถูกการกระทำที่รุนแรง แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม กลายเป็นภาพผ่านสื่อ ตำรวจถูกม็อบกระทำจนประชาชนอึดอัด จะปล่อยให้อันธพาลรังควานไปถึงไหน ไม่เพียงขว้างปา เผารถ ทำลายทรัพย์สินราชการ ที่เลวร้ายคือ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่คุมตัวแอมมี่ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย

อยากจะบอกว่า ม็อบที่ไม่มีแกนนำนั้น ไม่มีในโลก เพียงแต่นายทุนที่สนับสนุนไม่กล้า ได้แต่ออกมาให้ความเห็น ให้กำลังใจ รวมทั้งให้พรรคพวกไปประกันตัว ถ้าปล่อยแบบนี้ เราก็จะเห็นจุดจบของม็อบเร็วๆ นี้

ทางที่ดีคนที่อยู่ข้างหลังม็อบ ออกมาได้แล้วครับ ถ้าคิดว่าความคิดตนเองถูกต้อง มีการกดขี่ข่มเหงจริง ให้ออกมานำดีกว่า อย่าหลบหลังเด็กอีกเลย เพราะเด็กเหล่านี้อารมณ์ร้อน คุณควรจะดูแบบอย่างแกนนำ กปปส. “กล้านำ กล้าสู้ กล้ารับผิด” (ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจากเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom)

ภาพ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ จากแฟ้ม
ด้าน “ทราย-อินทิรา เจริญปุระ” โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues หลังถูกตำรวจจับในข้อหาทำผิดมาตรา 112, วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังร่วมกันก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า

“ป๊าโทรมาหาเมื่อกี้ ร้องไห้เลย แล้วการต้องโทรไปบอกข่าวต่อกับแม่ป๊านี่คือ...ไม่รู้ว่ะ ไม่รู้จะพูดยังไง”

สำหรับ กรณีจับตัว นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues ตามหมายศาล นอกจากทางตำรวจจะยืนยันว่า มีหลักฐานมัดแน่นแล้ว

วันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ยังให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการกระทำผิดซ้ำในชุมชน ถึงกรณีดงกล่าว ว่า กระทรวงยุติธรรม มีหลักฐานชัดเจน และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลในส่วนของคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า มีหลักฐานเชิงลึกและไม่ใช่มาจากกล้อง cctv ส่วนจะเปิดเผยต่อสาธารณชนนั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามย้ำว่า หลักฐานเชิงลึกเป็นอย่างไรนั้น นายสมศักดิ์ บอกเพียงว่า มีหลักฐานชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นตนไม่กล้าพูด ตนไม่พูดอะไรซี้ซั้วอยู่แล้ว

“ยืนยันว่า การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ไม่ใช่ความเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์”

แน่นอน, ดูเหมือน ทั้งฝ่ายตำรวจ และกระทรวงยุติธรรม จะค่อนข้างมั่นใจ ว่า มีหลักฐานชัดเจน มัดแน่น นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues เพียงพอที่จะเอาผิดได้ตามข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ประเด็นต้องแยกแยะให้ออก ระหว่างการร่วมกันทำผิดกฎหมาย (เพราะมีพยานชี้ว่า ไม่ใช่คนเดียว) โดยอาจจะมีคนบงการหรือไม่ ยังซัดทอดไม่ถึง กับการชุมนุมของ ม็อบราษฎร 2563 ซึ่งยังไม่มีการพาดพิงว่า แกนนำม็อบ หรือใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เมื่อเป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ แอมมี่ the bottom blues จะต้องต่อสู้คดี ไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนม็อบ ถ้าจะใช้ประเด็นนี้ในการขยายผล ก็จะเท่ากับเห็นด้วยกับการทำผิดหรือไม่ และเชื่อว่า นี่คือ สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ หรือแม้แต่มวลชนม็อบราษฎร จะใช้เป็นเครื่องตัดสินว่า พวกเขาจะยังร่วมม็อบต่อไปหรือไม่ เพราะอาจไม่ใช่วิธีการต่อสู้ อย่างที่พวกเขายึดถือ นั่นคือ สันติวิธี ยกเว้นมวลชน “ฮาร์ดคอร์” ก็คงเหลือไม่มาก

แต่ขณะเดียวกัน ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง ว่า จะใช้ตำแหน่งประกันตัวหรือไม่ ฟังดูเหมือนกับว่า เข้าข่ายยุบพรรคได้ เพราะนี่ไม่ได้เกิดจากการชุมนุม แต่เป็นการทำผิดกฎหมายส่วนบุคคลนั่นเอง และที่สำคัญ เป็นข้อหาที่เกี่ยวกับสถาบันฯอย่างชัดแจ้ง

ส่วน ส.ส.ยื่นประกันตัว จะอ้างว่า ศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ไม่เชื่อว่าผิดจริง แถมจำเลยไม่รับสารภาพด้วย ก็คงอยู่ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจเหมือนคดีที่ผ่านมา และถ้า ส.ส.กล้ายื่นประกันตัวจริง ถ้าผิดกฎหมายขึ้นมา ก็อย่าหาว่าถูกกลั่นแกล้งรังแกก็แล้วกัน!


กำลังโหลดความคิดเห็น...