xs
xsm
sm
md
lg

“ท่านใหม่” ข้องใจศาลส่งสัญญาณ? “รุ้ง” ลั่น เปิดหน้าสู้ศักดินา “กวิ้น” โทษใบสั่งยัดคุก “ดร.เสรี” จวก “บิดเบือน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ “ท่านใหม่” จากแฟ้ม
ดุเดือด! “ท่านใหม่” ข้องใจ “รุ้ง” อ้างศาลส่งสัญญาณยื้อถึงแค่วันที่ 14 จริงหรือ? “เจ้าตัว” ลั่น เปิดหน้าสู้เผด็จการศักดินา “กวิ้น” ร่ายจดหมายฝากมิตรสหายสู้แทนชั่วคราว ระบุ มีใบสั่งยัดคุก “ดร.เสรี” จวก “บิดเบือน”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (10 ก.พ. 64) เฟซบุ๊ก จุลเจิม ยุคล ของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ “ท่านใหม่” โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“อ้าว เรื่องอย่างนี้ถ้าเป็นจริง มิเรียกว่า ตราชั่งเอียงไหมครับ ?

ในที่สุดความจริงที่ผมและพี่น้องประชาชนอยากจะทราบ ได้ผุดออกมาแล้ว ถึงแม้จะจริงหรือเท็จ ก็ขอให้อ่านด้วยวิจารณญาณที่ดีด้วยครับ

เป็นการปราศรัย ที่นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง โฆษกม็อบราษฎร (พูดเอง) มีบางช่วงบางตอนที่ทางด้านของ Voice TV ได้นำมาออกอากาศ โดยเป็นการหมิ่นศาล และจาบจ้วงสถาบันฯอย่างรุนแรง โดยมีเนื้อหาใจความประมาณว่า

“ศาลส่งสัญญาณมาให้เรา (คณะราษฎร) ว่า เขาจะยื้อได้ถึงแค่วันที่ 14 นี้เท่านั้น ศาลที่เขาอยู่ฝั่งเราที่เขาพยายามช่วยเรา เขายื้อให้ได้ถึงแค่วันที่ 17 เพราะเขาถูกกดดันลงมาเยอะมาก ถูกกดดันมาจากข้างบน ข้างบนที่ว่าคือใคร อำนาจเหนือใคร อำนาจเหนือศาลไปอีกหรอ” ........(เซ็นเซอร์)
ขออนุญาต เนื้อหาจาก Voice TV ด้วยครับ”

ภาพ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” โฆษกกลุ่ม “ราษฎร” โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังศาลอาญาไม่อนุญาตประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน”, นายอานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ “หมอลำแบงค์” และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเป็นการเปิดหน้าสู้กับเผด็จการศักดินาอีกครั้ง หลังจากมีการระบาดของโควิดระลอกล่าสุด

พี่น้องประชาชนทุกคนคะ เราไม่อาจจะรอเวลาได้อีกแล้ว เราไม่สามารถหยุดเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกได้แล้ว การที่ศาลไม่ยอมให้เพื่อนเราได้ประกันตัวในวันนี้ คือ สัญญาณที่บอกว่า เขาจะไม่ใช้วิธีประนีประนอมกับเรา

เช่นนั้นพวกเราประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกคน ต้องออกมาแสดงพลังกันอย่างหนาแน่น และเข้มแข็ง ส่งสัญญาณบอกเหล่าเผด็จการศักดินาด้วยกันว่า เราไม่ยอม รัฐบาลและสถาบันกษัตริย์ ต้องตอบรับใน 3 ข้อเรียกร้องของประชาชน

1. ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป

2. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ออกมาพร้อมกัน 17.00 น. ที่สกายวอล์ก หน้าหอศิลป์ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”

ภาพ จดหมาย “เพนกวิน” จากเฟซบุ๊กแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยจดหมายก่อนเข้าเรือนจำ เขียนโดย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” แกนนำม็อบราษฎรและผู้ต้องหาคดี 112 มีเนื้อหาดังนี้

“ถึง พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน เป็นอีกครั้งที่เราต้องเข้าไปต่อสู้หลังซี่กรง ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ม.จ.จุลเจิม ซึ่งเป็นมือประสาน....ออกมากดดันศาลผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ก็โปรดคิดดูเถิดว่า ใครอยู่เบื้องหลังการฝากขังเราในครั้งนี้

เกิดเป็นคนรักสิทธิเสรีภาพ คนรักประชาธิปไตยในประเทศศักดินาย่อมต้องต่อสู้ข้างในบ้าง ข้างนอกบ้าง เป็นปกติธรรมดา แต่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้ เมื่อผมเข้าไปต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในหลักการ โดยส่วนตัวผมจะยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่าเราจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1. ขับไล่ พลเอก ประยุทธ์ และคณะ 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้เป็นฉบับประชาชน 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมกำลังดำเนินการ น่าเสียดายที่จะต้องฝากฝังไว้ให้เพื่อนๆ และมิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว ผมเห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว ขอให้ทุกคนตระหนักว่า “ตราบใดที่เรายังสู้ เราก็ยังไม่แพ้ ตราบใดที่เรายังไม่แพ้ เผด็จการก็ยังไม่ชนะ”

ภาพ 4 แกนนำม็อบ ที่ไม่ได้ประกันตัว
ด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และกรณีศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ว่า

“รถมันติดมานานก่อนรัฐประหารแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาติดเมื่อมีรัฐประหาร แต่ถนนเพิ่ม รถไฟฟ้าเพิ่ม การจราจรดีขึ้น เมื่อพลเอก ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ

คุณบอกว่า การใช้มาตรา 112 เป็นการลิดรอนเสรีภาพคุณ ถ้าคุณไม่กล่าวร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความที่เป็นเท็จ บิดเบือน อาฆาตมาดร้าย ใครจะใช้กฎหมายกับคุณ

ถ้าคุณไม่ผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น ไม่ทำผิดศีลธรรมจารีตประเพณี คุณย่อมมีเสรีภาพทำตามใจต้องการได้ โดยไม่รู้สึกสูญเสียเสรีภาพ

เมื่อคุณอยากได้บางอย่างเกินพื้นฐานความเป็นตัวคุณ แล้วเมื่อคุณไม่ได้ คุณก็จะรู้สึกความทัดเทียม เพราะคุณมีกิเลสอยากได้อยากเป็นสิ่งที่มันเกินความเป็นตัวคุณ

อย่าคิดทำผิดกฎหมาย อย่าทำตามใจตนเองจนไม่รู้จักคิดว่าสิ่งที่ตัวเองอยากทำนั้นผิดกฎหมาย ละเมิดคนอื่น เป็นภัยต่อบ้านเมือง คุณก็ไม่โดนกฎหมายมาตราอะไรทั้งนั้น

คุณกล่าวหาว่า ศักดินาทำสงครามกับประชาชน คนเขารู้นะว่า ศักดินาของคุณหมายความว่าอะไร คนที่สั่งขังคุณคือ อัยการ ไม่เกี่ยวอะไรกับศักดินาตามความหมายของคุณ อย่าบิดเบือนให้ร้าย

คุณชวนคนมาชุมนุม คุณกล่าวความเท็จ เมื่อคุณทำอีกเรื่อยๆ ในที่สุดตัวคุณเองก็จะโดนขังคุกด้วย ไม่ได้ประกันอีกต่อไป แล้วพวกคุณก็จะออกมาสร้างวาทกรรมว่ารัฐบาลใช้นิติสงครามจัดการคนคิดต่าง

คิดชั่วกับคิดต่างมันไม่เหมือนนะ ลองนั่งคิดทำความเข้าใจหน่อยนะ

คุณคิดจะชุมนุมไปเรื่อยๆ คุณคิดหรือว่า จะมีคนเป็นแนวร่วมกับขบวนการของคุณมากพอที่จะทำให้คุณชนะได้ คุณเริ่มต้นด้วยการคิดผิด การกระทำก็เลยผิด แล้วจะมีคนอยากทำผิดร่วมกับคุณมากแค่ไหน คิดสิคิด มีสมองก็ต้องรู้จักคิด แล้วคิดดีนะคะ จะได้รู้จักทำดีนะคะ”

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Charnvit Kasetsiri ระบุว่า

Politically, Thailand is very hot and not land of compromise...nor land of rule of law

การเมืองไทยร้อนแรง มาก ถึงมากสุด ไทยหาใช่ดินแดนของการประนีประนอม หาใช่รอมชอมไม่ และหาใช่มีกฎหมาย เป็นหลักการไม่

No Rule of Law in Thailand”

แน่นอน, นี่คือ การต่อสู้ทางการเมืองของ “สองขั้วขัดแย้ง” ที่ถือว่า เป็นกระแสหลักของประเทศไทยก็ว่าได้

และต้องยอมรับว่า แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการต่อสู้ทางการเมือง ที่เป็นความขัดแย้งทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง เพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐเท่านั้น โดยมีเพดานอยู่แค่ขับไล่รัฐบาล ให้ลาออก หรือ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่

แต่ครั้งนี้ ม็อบนักศึกษาเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งยังเชื่อว่า มีหลายฝ่ายชักใยอยู่เบื้องหลัง ตั้งเป้าเอาไว้สูง และต้องการให้จบในรุ่นพวกเขา คือ “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์”

ปัญหาใหญ่จึงตามมา และยากคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้ หากข้อเรียกร้องไม่มีการลด “เพดาน” และการประนีประนอมทางการเมืองไม่เกิดขึ้น

อย่าลืมว่า นี่เป็นการเผชิญหน้าครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่าง “สองขั้วขัดแย้ง” ที่ต่างก็มีข้ออ้าง และพยายามทำสงครามทาง “ความคิด” กับประชาชน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งหมดจึงน่าจับตามอง ไม่เพียงปลายเหตุที่แกนนำม็อบ 3 นิ้ว หรือ ม็อบราษฎร 2563 ถูกดำเนินคดี ตาม ม.112 และไม่ได้ประกันตัวดังกล่าวแล้วเท่านั้น หากแต่รากแห่งที่มามันคืออะไร การขับเคลื่อนที่ผ่านมา เป็นอย่างไร ทำผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ดูเหมือนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อคนไทยอยู่แล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...