xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ยอมรับ!? “ปิยบุตร” ดิ้นสู้ “บิ๊กแดง” อ้าง “ประชาชน” คือ “ชาติ” “หมอวรงค์” เย้ย! ไม่ชังชาติเดือดร้อนอะไร?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จากแฟ้ม
“ปิยบุตร” โต้ “บิ๊กแดง” ฉายซ้ำ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” ในความหมาย “ชาติ” คือ “ประชาชน” “หมอวรงค์” ถามคนที่ดิ้นพล่าน “ไม่ชังชาติ” เดือดร้อนอะไร?

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (6 ส.ค. 63) เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ คณะก้าวหน้า โพสต์ ข้อความระบุว่า

“ชังชาติ?!? ว่าแต่ “ชาติ” คืออะไร?
[ ชาติ = ประชาชน
ประชาชน = ชาติ
ไม่มีประชาชน ก็ไม่มีชาติ ]
จากคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ระหว่างเดินตรวจการแต่งกายชุดพระราชทานของนักเรียน จปร. ว่า “โรคที่เป็นไม่หายคือโรคชังชาติ” รวมทั้งก่อนหน้านี้ ในเดือน ก.พ. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ ยังเคยเปรียบว่า สุนัขทหาร “ซีบร้า” คงกลัวที่จะเป็นมนุษย์ หากเห็นโพสต์ข้อความเกลียดชังชาติในโซเชียลมีเดีย

คำว่า #ชังชาติ ที่ ผบ.ทบ. นำมาใช้บ่อยครั้งและกล่าวหาว่าประชาชนคนไทยบางส่วนเป็น #โรคชังชาติ แท้จริงแล้วความหมายของคำว่า #ชาติ ในที่นี้คืออะไรกันแน่?

ชวนมาย้อนฟังการบรรยายพิเศษ ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” (12 ต.ค. 2562) ซึ่งเป็นการบรรยายตอบโต้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่บรรยายในหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เพียง 1 วันก่อนหน้า

ปิยบุตร บรรยายตอนหนึ่งว่า คำว่า ชาติ หรือ Nation มีที่มาจากภาษาละติน แปลว่า เกิด คำในภาษาไทยจึงล้อมาจากคำว่า ชาตะ ที่แปลว่า เกิด

คำว่า ชาติ มาตุภูมิ ปิตุภูมิ หรือ #แผ่นดินของเรา ก็ดี คือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา เพื่อต้องการสร้างจินตนาการร่วมกันของคนในชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยพิจารณาจาก ชาติกำเนิด ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีปฏิบัติ ทั้งหมดทั้งหลายนำมาร้อยรัดร่วมกัน และสร้างขึ้นมาให้ร่วมกันเป็นชาติ

ดังนั้น ชาติ จึงเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญในการหลอมรวมเอาคนทั้งหลายมาไว้ด้วยกัน ชาติ จึงคือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอันยิ่งใหญ่ ก่อเกิดจากจิตสำนึกร่วมกัน

การสร้างชาติ จึงต้องพูดถึงอดีตว่าเราผ่านการเสียสละมาร่วมกัน และเราจะเสียสละร่วมกันต่อไปอีกในอนาคต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึง “ชาติ” ก็ต้องพูดถึง “คนที่อยู่ในชาติ” ซึ่งคนเหล่านี้อยู่กับปัจจุบัน แต่จะทำอย่างไรให้คนที่อยู่กับปัจจุบัน คิดถึงอดีต และฝันถึงอนาคตร่วมกัน จึงจำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงบางอย่างอยู่ในปัจจุบันด้วย

คำว่า “ชาติ” เกิดขึ้นเพราะคนยุคหลังเขียนขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฝ่ายอนุรักษนิยมต้องการสร้างชาติ จึงเขียนประวัติศาสตร์ย้อนหลัง เพื่อบอกว่า สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา รัตนโกสินทร์ เป็นชาติไทยมานานแล้ว ทั้งที่หากย้อนไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา คนสมัยนั้นก็ไม่ได้คิดว่าชาติไทยเกิดมาตั้งแต่ตอนนั้น

ภาพ พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กแดง” สอนน้อง จากแฟ้ม
รูปธรรมที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ประวัติศาสตร์สกุลแบบกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ หรือประวัติศาสตร์สกุลอื่นๆ ที่ถูกเขียนขึ้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์เห็นร่วมกันว่า จิตสำนึกของคำว่า “ชาติ” เพิ่งมาเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือรัชกาลที่ 6 แต่เราคิดว่าชาติไทยมีมาตั้งแต่สมัยก่อน เพราะคนในยุคปัจจุบันต้องการสร้างอดีตร่วมกัน เพื่อสร้างชาติ การเขียนประวัติศาสตร์จึงเขียนในลักษณะร้อยเรียงถึงความเสียสละเพื่อปกป้องชาติ

คำถามต่อมาคือจะทำอย่างไรให้คนในยุคปัจจุบันเชื่อมั่นในอดีตร่วมกัน และฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงร่วมกัน ดังนั้น ก็ต้องสร้างปัจจุบัน

ความสมัยใหม่ในเรื่องการเมืองการปกครองจะเกิดขึ้นได้ ก็คือ Secularization of State คือ การถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด แล้วสร้างหน่วยใหม่ให้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในแต่ละรัฐนั่นก็คือประชาชน

ประชาชนคือคนทุกคน ไม่รู้กี่ร้อยล้านมาร่วมกันเป็น Unit เดียว เพื่อจะได้ใช้อำนาจได้ นี่คือการถือกำเนิดขึ้นมาของประชาชน

หากเราต้องการให้คนในชาติเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เราต้องจับข้อเท็จจริงร่วมกันในปัจจุบันให้ได้ เพื่อหวนไปหาอดีต และมองถึงอนาคตร่วมกันให้ได้ จึงจำเป็นต้องสร้าง “ประชาชน” เพื่อให้ประชาชนมาสร้างชาติ

เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างชาติ คนในชาติที่รวมตัวกันในชื่อประชาชนก็จะเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เห็นอกเห็นใจซม เคารพ เสียสละซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างชาติ
ชาติ = ประชาชน
ประชาชน = ชาติ
ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ

ถ้าประชาชนไม่รวมตัวกันติดขึ้นมา ไม่มีจิตสำนึกร่วมกัน ก็ไม่มีวันสร้างชาติได้ ดังนั้น ประชาชนและชาติในยุคปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน ขาดอะไรไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เป็นหน่อเนื้อทุกอนุร่วมกัน

ปัจจุบันเป็นเรื่องล้าสมัยแล้วที่จะสร้างชาติด้วยการยึดโยงกับ สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเคลื่อนไหวของประชากรอยู่ตลอดเวลา โลกไร้พรมแดนมากขึ้น ดังนั้นการสร้างชาติโดยยึดโยงกับ สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม อย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องอาศัยคุณค่าพื้นฐานร่วมกันใหม่ๆ
คุณค่าที่ว่านี้ได้แก่
1. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
2. สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค
3. การพึ่งพาอาศัยกันฉันมิตรระหว่างเพื่อนร่วมชาติ
4. เคารพความแตกต่างหลากหลาย

ทั้งหมดนี้เป็นคุณค่าร่วมสมัยในยุคปัจจุบันที่หากประชาชนเชื่อมั่นในคุณค่าพื้นฐานเหล่านี้ได้ ยึดโยงกันด้วยเรื่องเหล่านี้ได้ เราจะสร้างชาติแบบสากลที่ทันยุคทันสมัยได้
หากเราทำได้สำเร็จ เราจะเกิดชาติ จะเกิดแผ่นดินของเรา ซึ่งจะเป็นแผ่นดินของเรา ของคนไทยทุกๆ คน

เมื่อชาติเท่ากับประชาชน ความมั่นคงของชาติและของประเทศก็คือความมั่นคงของประชาชน

นั่นคือ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในชีวิต ความมั่นคงในทางสิทธิและเสรีภาพ และความมั่นคงในทางการศึกษา

ดังนั้น แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย ในมุมมองของโลกสมัยใหม่

ความหมายที่แท้จริงของมันคือแผ่นดินที่คนไทยทุกคนร่วมกันปกปักรักษาและหวงแหน

จะต้องเป็นแผ่นดินหรือชาติของคนไทยทุกคน จะต้องเป็นแผ่นดินหรือชาติที่คนไทยทุกคนเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค คนทุกคนพึ่งพาอาศัยกันฉันมิตรระหว่างเพื่อนร่วมชาติ และเคารพความแตกต่างหลากหลาย

และรัฐบาลมีหน้าที่สร้างความมั่นคงให้กับประชาชน ทั้งในทางเศรษฐกิจ ชีวิต สิทธิและเสรีภาพ และการศึกษา
#บิ๊กแดง #แดง #ปิยบุตร #คณะก้าวหน้า #อนาคตใหม่ #ประชาชน #ชาติไทย

ภาพ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากแฟ้ม
ด้าน เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก โพสต์หัวข้อ “ใครไม่ชังชาติ” ไม่ต้องเดือดร้อน!!!”

โดยระบุว่า “แปลกใจครับ ทำไมคำว่า “ชังชาติ” จึงมีปฏิกิริยาจากนักการเมืองบางกลุ่มมาก จนเหมือนโดนน้ำร้อน

แต่ที่น่าเสียดายคือ บิดเบือนไปตีความกันผิดๆ เพราะคำจำกัดความ “ชังชาติ” ก็ชัด

ถ้าใครไม่มีพฤติกรรม “ชังชาติ” ก็ไม่น่าจะต้องเดือดร้อนอะไร”

แน่นอน, ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า คนที่พูดถึง “ชังชาติ” มากที่สุด ก็คือ “หมอวรงค์” นั่นเอง และคำว่า “ชังชาติ” ของ “หมอวรงค์” ก็ชัดเจนว่า หมายถึงคนที่มีพฤติกรรมอย่างไร

โดยเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 62 นพ.วรงค์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับพฤติกรรม “ชังชาติ” ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเอาไว้ว่า

1. การจาบจ้วง ถือว่าชังชาติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

2. การไม่เอาศาสนา รวมทั้งเอาศาสนามาสร้างความขัดแย้ง ถือว่าชังชาติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

3. การดูถูกประเทศชาติ รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ถือว่าชังชาติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

4. การเอาต่างชาติมายุ่งกิจการภายใน ถือว่าชังชาติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

5. การไม่รับคำตัดสินของศาล ถือว่าชังชาติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

ส่วน “ชังชาติ” ในความหมายของ “บิ๊กแดง” แค่ไหน อย่างไรนั้น ถือว่า เป็นมุมมองส่วนบุคคลที่จะตีความเช่นกัน

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ นายปิยบุตร อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เคยออกมาพูดถึงว่า พวกเขาถูกกล่าวหาว่า เป็นพวก “ชังชาติ” ด้วย

แต่ไม่ว่าอย่างไร สุดท้าย คำว่า “ชังชาติ” ก็ยากที่จะทำให้มีความหมายตรงกันได้ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ภาษาไทยมันดิ้นได้ อย่างที่หลายคนก็รู้อยู่แล้ว และดูเหมือนทุกคนก็พยายามจะดิ้นให้เข้าข้างตัวเองให้ถึงที่สุด จนกว่าจะดิ้นไม่ออกนั่นแหละ จึงจะยอมจำนน และคงไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้จบลงได้โดยดุษฎีอย่างแน่นอน ไม่เชื่อคอยดู!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...