xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” เปิดโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” พีอาร์เที่ยวไทยผ่านเลสเตอร์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ เปิดโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม พีอาร์ไทยผ่านสโมสรเลสเตอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ขอรอยยิ้มที่จริงใจ เชื่อปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลายได้ อารมณ์ดีชู 2 นิ้วให้สื่อ จิบกาแฟคุย “2 แกนนำ ภท.- อัยยวัฒน์”

วันนี้ (23 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าวโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” โครงการเพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้เกียรติร่วมงาน

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ปิดโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก โดยการส่งกำลังใจให้ผู้คนทั่วโลกด้วยรอยยิ้มของคนไทยทุกคน ในการก้าวผนวิกฤตครั้งนี้ร่วมกัน ผ่านสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ ที่มีผู้สนใจติดตามชมการแข่งขันหลายพันล้านคนทั่วโลก สร้างการจดจำประเทศไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านการเดินทางและการท่องเที่ยว ที่คาดหวังผลในระยะยาว


นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “โครงการ THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม เป็นหนึ่งในโครงการที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี จากจดหมายเปิดผนึกถึงภาคเอกชน ขอความร่วมมือกันจัดทำโครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกเหนือจากแนวทางและโครการอื่นๆ ของรัฐบาล จากวิกฤตการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง รวมถึงส่งผลต่อความเป็นอยู่, จิตใจ, สภาพทางสังคม และการดำเนินชีวิตของทุกๆ คน อย่างหลีกเลี่ยงมิได้

นายอัยยวัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะคนไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสังคม จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือและการสนับสนุนภาครัฐในการช่วยบรรเทา สนับสนุน และสร้างเสริมโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ ในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้กลับคืนสู่สภาวการณ์ปกติโดยเร็ว และจากปัจจัยความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ซึ่งอยู่ในใจของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยศักยภาพความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีของความเป็นไทยที่เปี่ยมด้วย “รอยยิ้ม และมิตรภาพจากรอยยิ้ม” เป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของคนไทย เป็นสัญลักษณ์สากลที่แสดงถึงความห่วงใย และการให้กำลังใจ เข้าถึงได้ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเพศ และทุกวัย จึงเป็นที่มาของโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยินดีและเต็มใจและเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานแถลงข่าวโครงการ Thailand Smile WITH YOU “ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม” การแพร่ระบาด covid-19 เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง สร้างความเดือดร้อนทั่วโลกไม่เว้นประเทศไทยที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพรายได้ การดำรงชีวิตทั้งหมด ซึ่งขณะนี้เราทราบดีว่า ประเทศเราสามารถควบคุมการติดเชื้อ การแพร่ระบาดไปได้ดี อันดับ 6 ในโลก จนได้รับความชื่นชม เป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจไปด้วยกันของคนไทย ซึ่งไม่ได้เกิดโดยรัฐบาลหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศ ที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์ดีขึ้น วันนี้เราต้องภาคภูมิใจไปด้วยกันมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันช่วยเหลือเสียสละในยามวิกฤต ที่เราคาดการณ์ไม่ถึงและมาอย่างเร็วอย่างแรง ส่งท้ายปลายปีก่อนหน้าที่มีปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม ทั้งภาครัฐเอกชน ธุรกิจต่างๆ หากช่วยเหลือกันแบบนี้โอกาสในยามยากเช่นนี้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ตนได้หารือในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รวมทั้งภาครัฐและเอกชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการค้าต่างๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญพร้อมกันในระยะแรกที่มีการติดเชื้อก็ต้องดูเรื่องสุขภาพ เมื่อสถานการณ์ คลี่คลาย เราก็ต้องหามาตรการผ่อนคลายให้ทุกอย่างค่อยๆแย้ม ค่อยๆ ยิ้มออกมา ซึ่งวันนี้เราก็เตรียมการในระยะต่อไป สิ่งเหล่านี้เราต้องพิจารณาให้เกิดความสมดุลซึ่งกันและกัน ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมและสาธารณสุข ซึ่งตนไม่อยากให้กลับไปสู่จุดที่ร้ายแรงกว่าเดิม เพราะอาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคงติดตามมาด้วย วันนี้สรุปได้ว่ารับฟังจากหลายภาคส่วนการทำงานช่วงที่ผ่านมาหลายเดือนเราเข้าใจโรคนี้ว่าจะรักษาพยาบาลกันอย่างไร ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพสาธารณสุขของเราถือว่าเป็นเลิศในภูมิภาคอันดับต้นๆของโลก ตนคิดว่าสถานการณ์วันนี้เราต้องเรียนรู้จะอยู่กับโรควิถีใหม่อย่างไร


“สิ่งสำคัญเมื่อเราแย้มยิ้ม อะไรออกมาต้องอาศัยเวลาพอสมควรสิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้เราต้องเรียนรู้การอยู่บนโลกนี้อย่างไร ต้องเข้าใจความยากลำบาก รัฐบาลเข้าใจท่าน และท่านก็ต้องเข้าใจรัฐบาลด้วย แน่นอนไม่มีใครมีความสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเป็นผู้นำรัฐบาลก็ไม่ทีความสุข ในเวลานี้ไม่มีใครมีความสุข สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ความรับผิดชอบที่ผมต้องมีให้กับประชาชน ดังนั้น วันนี้ความท้าทายยังรออยู่ข้างหน้าการมีโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้วันนี้เรายังเน้นเรื่องการท่องเที่ยว เราจะเปิดประเทศอย่างไรก็ตาม ถ้าเขาไม่ไว้ใจในเรื่องการติดเชื้อแพร่ระบาด ถ้าเราไม่มีมาตรการที่รัดกุมเพียงพอหรือละเลยมากเกินไปทุกอย่างจะกลับมาที่เดิมทั้งหมด ดังนั้น วันนี้เราต้องสร้างความเชื่อมั่นอย่างเช่นโครงการนี้ ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้มและเช้านี้ยิ้มมาหรือยังยิ้มให้คนที่บ้านหรือยัง วันนี้ยิ้มกี่ครั้ง ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ รอยยิ้มตอบได้ขอให้ยิ้มด้วยความจริงใจ รอยยิ้มเป็นสิ่งสำคัญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯกล่าวว่า วันนี้จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจกระตุ้นการท่องเที่ยว การส่งออก ภาคอุตสาหกรรมและการบริการธุรกิจ อาหาร ร้านค้า นั่นคือ ห่วงโซ่ธุรกิจประเทศไทย เรามองเรื่องการส่งออก ซึ่งได้รับทราบสถานการณ์เริ่มจะดีขึ้นติดลบน้อยลง แต่ยังมีปัญหาเรื่องแรงงานตามมาอีก ในส่วนการท่องเที่ยวได้มีการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างกันในเรื่องมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากการท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพ การรักษาพยาบาลถือเป็นรายได้หลักประเทศ จีดีพีตรงนี้สำคัญ ที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ดังนั้นรอยยิ้มนี้จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น วันนี้ผมถามว่ายิ้มให้ครอบครัวเพื่อนร่วมงาน ประชาชนหรือยัง รอยยิ้มเหล่านี้จะเป็นการเปิดโลก วันนี้ต้องยิ้มให้โลก โลกก็ยิ้มให้เราย้อนกลับไปดูเช้ามีอะไรยิ้มให้เราบ้าง พระอาทิตย์ยิ้มแล้ว กลางคืนพระจันทร์ยิ้ม ต่างคนต่างยิ้มให้กัน มันจะแพร่ไปยังทั่วโลกและในประเทศไทย ที่มีสิ่งน่าชื่นชม เรามีรอยยิ้มสยาม อาหารหลากหลาย และธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดคือการยิ้มแห่งการบริการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อยากให้ทุกคนมีรอยยิ้ม เพราะทุกคนคือคนไทยทั้งสิ้น ส่งยิ้มให้กันปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายไปทางที่ดี ยิ้มให้แฟน ยิ้มให้เพื่อน ยิ้มให้ผู้ร่วมงาน ยิ้มให้ทุกคน แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง ก็ยิ้มให้กัน มันก็จบ เป็นรอยยิ้มแห่งการให้อภัยซึ่งกันและกัน


นายกฯ กล่าวว่า โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นขอชื่นชมภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ตนได้ขอความร่วมมือไป วันนี้มีหลายหน่วยงานและหลายกิจกรรมได้ทำมาแล้วเช่นการบริหารจัดการน้ำ การขุดลอกคูคลองในพื้นที่ต่างๆ ให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ เราสามารถทำคู่ขนานไปกับรัฐบาล ทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะไม่สำเร็จหากรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่พอยิ่งสถานการณ์ covid ขนาดนี้เราไม่รู้ว่าจะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน แต่เรารู้และเข้าใจเขาเร็วกว่าประเทศอื่น เราทำเรื่องการหยุดการแพร่เชื้อได้เร็วกว่าประเทศอื่น ระมัดระวังการติดเชื้อ สิ่งเหล่านี้เกิดจากง่ายๆ คือ การใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ไม่ชุมนุมร่วมกันในที่แออัด นี่เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว และนี่คือรอยยิ้มแรกที่เราจะเปิดเผยไปสู่ภายนอกและในประเทศเรา

“เรายิ้มให้โลก โลกก็ยิ้มให้เรา เขายินดีที่จะมาเที่ยวประเทศไทยให้ไทยเป็นดินแดนการท่องเที่ยว Thailand Smile เหมือนเดิม ยิ้มปลอดภัยในการท่องเที่ยวของประเทศไทย คาดหวังว่า การท่องเที่ยวในประเทศไทยจะดีขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนที่จะสร้างรอยยิ้มเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไร รอยยิ้มแห่งความเชื่อมั่น รอยยิ้มแห่งมิตรไมตรี ยิ้มแห่งโอบอ้อมอารี กิจกรรมนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชมเป็นตัวอย่างหนึ่งในการผนึกกำลังทุกภาคส่วนตามกำลังความสามารถ ถ้าทุกคนร่วมมือกันเพื่อพลิกฟื้นผลักดันเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างรายได้ ให้กับคนไทยช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเดินออกจากวิกฤตโควิดอย่างมั่นคง สอดคล้องกับโครงการรวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างก็จะคลี่คลาย แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินไทยอันที่รักของพวกเรา มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน หวังอย่างยิ่งภาคธุรกิจจะร่วมมือกันเดินหน้าต่อไปเพื่อพัฒนาประเทศ โดยไม่ทิ้งใครไม่ทำร้ายใคร เดินไปข้างหน้าด้วยกัน นั่นคือประเทศไทยของเรา


“หวังอย่างยิ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวอย่างการทำงานของประชาชนที่รักของเราต่อไปในอนาคตและการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลด้วย ขอขอบคุณทุกคนและสื่อที่รัก ผมอยากจะขอรอยยิ้มจากคนในที่นี้ แม้ใส่หน้ากากไม่เห็นยิ้ม ก็ยิ้มด้วยตาออกมา เพราะตาคือหน้าต่างของหัวใจ ความรักความผูกแบบโอบอ้อมอารี วันนี้เราต้องทำประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลกให้ได้ในสิ่งที่เป็นความก้าวหน้าของคนไทยเพื่อความเชื่อมั่น อย่าไปเผยแพร่ในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปสู่สายตาชาวโลกและอย่างอื่นจะกลับมาหาเราเอง วันนี้คิดว่าเราเดินหน้ามาถูกทางแล้ว พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทาย เราพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไม่ใช่เพราะสถานการณ์ covid แต่ต้องใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่ไปสู่เป้าหมายที่มีความมั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความรู้คู่คุณธรรม เป็นสิ่งที่ดีกับประเทศไทย ต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนอย่างง่ายๆ วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มานั่งฟังเพลงแบบนี้ ผมก็มีความสุขแล้ว ถ้าเห็นทุกคนมีความสุข จะยิ่งมีความสุขมากขึ้ร และมีกำลังใจในการทำงานไม่มีอะไรเลวที่สุด ดีที่สุดแต่ต้องทำให้ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงดีที่สุด นั่นคือ หลักการทำงานของพวกเรา ต้องก้าวไปข้างหน้า อย่าถอยหลังอย่าอยู่กับที่ คิดไปข้างหน้า ริเริ่มรวดเร็วระมัดระวัง รอบคอบมีประสิทธิภาพ จะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน” นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดหน้ากากอนามัยพร้อมส่งยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวระหว่างที่เดินทางกลับ พร้อมชู 2 นิ้วเป็นสัญลักษณ์ สู้ๆ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย นายอนุทิน นายศักดิ์สยาม และ นายอัยยวัฒน์ ได้แวะดื่มกาแฟและขนม พร้อมพูดคุยอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ นายดิสทัติ โหตระกิตย์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกฯ พร้อมคณะทำงาน นั่งทานอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง










กำลังโหลดความคิดเห็น...