xs
xsm
sm
md
lg

มาถึงจนได้ความเสี่ยง “โควิด” ระบาดรอบสอง !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าหน้าที่ตรวจคอนโดยานสุขุมวิท ที่ทูตประเทศซูดาน พักอาศัย
เมืองไทย 360 องศา



เป็นเรื่องขึ้นมาทันทีหลังจากมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่เป็นคนต่างชาติ แต่ที่กำลังกลายเป็นปัญหาหวาดวิตกว่าจะเกิดการแพร่ระบาดรอบสองเหมือนกับหลายชาติหรือไม่ หลังจากที่มีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ลงมาเกือบจะเป็นปกติ

ที่บอกว่าเป็นปัญหาก็คือ ชาวต่างชาติดังกล่าวที่มีการตรวจพบเชื้อโควิดได้มีการสัมผัส หรือเกี่ยวข้องกับคนในชุมชนจำนวนมาก ทำให้เกิดความหวั่นวิตกกันขึ้นมาทันทีว่าจะเกิดการแพร่ระบาดในรอบที่สอง ที่หลายคนกังวลกันก่อนหน้านี้ เหมือนกับหลายชาติในโลกที่มีผู้ติดเชื้อรอบใหม่จำนวนมาก และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากนี้ ที่ยังเป็นประเด็นที่จะต้องจับตาและน่าตำหนิ ก็คือ บุคคลที่ติดเชื้อดังกล่าวล้วนเป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับการผ่อนปรนได้รับอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เช่น คณะทหาร และคณะทูตต่างประเทศและครอบครัว หลังจากที่มีการตรวจพบว่า มีคณะทหารจากประเทศอียิปต์ ติดเชื้อคนหนึ่งจากจำนวน 31 คน และคนที่ติดเชื้อดังกล่าวยังได้แอบหนีออกมาเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงการพักในโรงแรม ที่จังหวัดระยอง

ส่วนอีกราย เป็นลูกสาวของครอบครัวทูตจากประเทศซูดาน อายุ 9 ขวบ ที่ติดเชื้อ ก็ปรากฏรายงานเข้าพักอาศัยในคอนโดมิเนียม ในย่านสุขุมวิท แต่ประเด็นคำถามก็คือ บุคคลพวกนี้ได้รับสิทธิ์ในการยกเว้นบางประการ โดยเฉพาะในเรื่องของการ “กักตัว” เหมือนกับคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แม้ว่าพวกเขาจะมีการรับรองการตรวจเชื้อมาจากประเทศต้นทาง และต้องตรวจซ้ำที่ประเทศปลายทางอีกครั้งก็ตาม

แต่จากการที่มีคลิปเผยแพร่กรณีของทหารอียิปต์ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการตรวจเชื้อซ้ำกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข แม้ว่าตามข่าวจะบอกว่าทหารเหล่านั้นจะยอมให้ตรวจเชื้อก็ตาม

ทั้งสองกรณีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้มงวดกับบุคคลบางประเภทโดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้น เนื่องจากไม่ได้มีการควบคุมที่เข้มงวด ไม่มีการกักตัว 14 วัน สังเกตได้จากทั้งกรณีของทั้งทหารอียิปต์ ที่สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทยไปปฏิบัติภารกิจในอีกหลายชาติ จากนั้นก็กลับเข้าประเทศไทยอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นการพักอาศัยในประเทศไทย ช่วงระยะสั้นๆ แต่ก็สามารถแพร่เชื้อได้ตลอดเวลา


ซึ่งก็ไม่ได้ต่างกับกรณีของลูกสาวคณะทูตประเทศซูดาน ที่มีการติดเชื้อ ก็พบว่ามีการเข้าออกอาคารที่พักอาศัย มีการใช้ลิฟต์ และเสี่ยงต่อการสัมผัสกับทั้งบุคคลภายในอาคาร และนอกอาคารจำนวนมาก นอกเหนือจากนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคยังระบุอีกว่า ในเที่ยวบินของคณะทูตคณะนี้ มีการตรวจพบเชื้อโควิดถึง 12 คน แม้ว่ามีการกักตัวไว้หมดแล้วก็ตาม

กรณีที่เกิดขึ้นได้เกิดคำถามในเรื่องของ “สองมาตรฐาน” ที่ใช้กับคนไทย รวมไปถึงคนต่างชาติอื่นๆ ที่เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และที่สำคัญ เมื่อมีการตรวจพบเชื้อในภายหลัง หรือมีการป่วยจากการติดเชื้อมันก็ยิ่งกลายเป็นว่าถูกมองในแบบของพวก “อภิสิทธิ์ชน” ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศเรา ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในรอบที่สอง เหมือนกับที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศเวลานี้

สำหรับประเทศไทย ก็มีการเตือนมาตลอดจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ว่า ให้ระวังในเรื่องความไม่ประมาท หรือ “การ์ดไม่ตก” แต่ผลที่ออกมาในเวลานี้กำลังถูกมองว่าปัญหากำลังเกิดจากความประมาท หรือความหละหลวมจากฝ่ายรัฐมากกว่า เพราะในทางตรงกันข้ามที่ย้ำเตือนชาวบ้านให้อย่าประมาท แต่พอเกิดเหตุการณ์ติดเชื้อจากกลุ่มคณะบุคคลที่ได้รับการยกเว้น และอาจนำไปสู่การระบาดครั้งใหญ่

มันถึงช่วยไม่ได้ที่ทำให้เกิด “การสร้างกระแส” โจมตีจากฝ่ายตรงข้ามผสมโรงเข้ามาด้วย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องเกิดอารมณ์แบบนี้ เพราะหละหลวมเอง

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ในทางการเมืองที่มาพร้อมกับการควบคุมโรค เพราะล่าสุดทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้เตรียมการที่จะหารือเพื่อยกเลิกสิทธิพิเศษในลักษณะ “วีไอพี” ของชาวต่างชาติดังกล่าวแล้ว โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ได้เตรียมเสนอให้ยกเลิกการผ่อนปรนดังกล่าวแล้ว

แน่นอนว่า การยกเลิกมาตรการที่ถูกมองว่าเป็น “สองมาตรฐาน” หรือ “อภิสิทธิ์ชน” ที่ว่านี้ ทางหนึ่งเป็นการป้องกันการระบาดที่มาจากคนต่างชาติ ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น และ สอง เป็นเรื่องที่ลดกระแสความรู้สึกไม่พอใจของสังคมได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยเป็นการแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายรัฐก็ไวต่อความรู้สึกในทางลบแบบนี้ ก่อนที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนขยายความออกไปไกลจนเป็นเรื่องอื่นๆ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...