xs
xsm
sm
md
lg

ผงซักฌอน! “ดร.สุวินัย” บวกสุด..สุด “ทัวร์ลงคือพรจำแลง” “แหม่มโพธิ์ดำ” ยกข้อสงสัยชาวเน็ต ฟอกไม่ขาว..ก็ด่าง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ ฌอน บูรณะหิรัญ ถูกโยงการเมือง จากแฟ้ม
“ดร.สุวินัย” ใช้เชิงจิตวิญญาณ อ่านทะลุ “ทัวร์ลงคือพรจำแลงสำหรับฌอน” ชี้ ถูกทดสอบโดยฟ้าดิน “แหม่มโพธิ์ดำ” ไม่เคลียร์ ยกข้อสงสัยชาวเน็ตไล่บี้ต่อ “เพราะที่ฌอนชี้แจง เรียกได้ว่าหายนะได้เลย ไม่ชัดสักอย่าง”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อีกมุมหนึ่งที่ขยายผลมาจากกระแสโยงใยทางการเมือง ที่เกิดปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง” ฌอน บูรณะหิรัญ หลังเจ้าตัวแสดงความคิดเห็นในทำนอง ชื่นชม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าตัวจริง น่ารัก ไม่เหมือนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อ... นั่นคือ มุมหนึ่ง ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม พล.อ.ประวิตร รุมด่า วิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งมีผลต่อกระแสนิยมอยากมากด้วย

คราวนี้อีกมุมหนึ่งที่ “ทัวร์ลง” ไม่แพ้กัน กรณีตรวจสอบเงินบริจาค ที่เจ้าตัวรับบริจาคเพื่อช่วยวิกฤตโควิด 19 และวิกฤตไฟป่า หลังจากมีกระแสว่า เงินบริจาคไปไม่ถึงคนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง

นี่เองวันนี้ (28 มิ.ย. 63) ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “ทัวร์ลงคือ พรจำแลง สำหรับ ฌอน”

โดยระบุว่า “ไลฟ์โค้ชที่มีคนติดตามหลายล้านคน มีหน้าที่ไม่ต่างจาก “ครูทางใจ” หรือครูสอนแนวทางชีวิตในอดีตที่เรียกกันว่า คุรุ (แปลว่าผู้มีภารกิจที่หนักมาก) คนที่เลือกอาชีพเป็น “ครูทางใจ” ต้องเป็นคนที่มีบุญวาสนา หรือเป็น Somebody เท่านั้นถึงจะถูกทดสอบโดยฟ้าดิน

...ในรูปของการถูกก่นด่า ถูกถ่มน้ำลาย ถูกขว้างปาด้วยก้อนอิฐ ถูกเยาะเย้ย เหยียดหยัน บางคนอาจมองว่า นี่คือคราวเคราะห์หนัก คือคราวซวย คือวิกฤตที่ต้องเข้าไปจัดการผ่านไปให้ได้... มันก็ไม่ผิดหรอกที่มองแบบนี้ แต่มันไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของความจริงแห่งชีวิต เพราะถ้ามองในเชิงจิตวิญญาณแล้ว นี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง!!

อาจมีโอกาสแบบนี้ไม่กี่ครั้งในชีวิตเท่านั้น... โอกาสที่เรา (ในเคสนี้คือ ฌอน) จะได้พิสูจน์ตัวเองให้โลกรับรู้และตระหนักว่า เราคือของจริง คนจริง เป็นทองแท้ที่ไม่กลัวไฟ ฌอนเป็นไลฟ์โค้ชหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในชีวิตตามแบบคนเจนวายที่ไล่ล่าความฝันของตนที่จะเป็นนายของตัวเอง โดยไม่ต้องเป็นลูกน้องใครในองค์กร

ฌอนน่าจะมีความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และสะท้อนความเป็นตัวตนของเขา แต่มันเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับคนจำนวนมากที่จะ “อนุโมทนา” ตัวตนที่มีความสุขของผู้อื่นจากใจจริง ธรรมชาติแห่งอัตตาของปุถุชนมันเป็นเช่นนี้

ปรากฏการณ์ทัวร์ลง หรือ “การรุมกระทืบด้วย Hate Speech แบบรวมหมู่” นี้ มันสะท้อนจิตวิทยาในเชิงสังคมวิทยาของคนหมู่มากที่เป็น Nobody ในโลกจริง ที่จะแสดง “ความเหนือกว่าชั่วคราว” ในโลกออนไลน์ ด้วยการแห่ไปซ้ำเติม ด้วย Hate Speech ใส่คนดังหรือ Somebody (ที่ในเคสนี้บังเอิญเป็นฌอน) เพื่อปลดเปลือยระบายความรู้สึกความต่ำต้อยในตัวตนที่เก็บแฝงอยู่ในจิตใจตนเอง

ถ้าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในภาพยนตร์ที่ ฌอน แสดงเป็นตัวเอก ผู้คนเหล่านั้นก็คือตัวประกอบในฉากไคลแมกซ์ฉากหนึ่งในละครชีวิตของฌอนเท่านั้นเอง ... ผู้คนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากก้อนกรวดในพายุร้ายที่พัดกระหน่ำใส่ฌอนแต่อย่างใดเลย มันคือ พรจำแลงชัดๆ สำหรับฌอนในการให้ฌอนได้พิสูจน์ตัวเอง

“คนที่เป็น Somebody ทุกคนที่มี “ภารกิจที่หนักมาก” ล้วนต้องผ่านบททดสอบอันนี้ด้วยกันทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเวลาผ่านไป ผมเชื่อว่า ฌอนจะรู้สึกขอบคุณฟ้าดินที่ได้เจอทัวร์ลงแบบนี้อย่างแน่นอน ในระหว่างนี้ ออกไปวิ่งแบบ Forrest Gump เถิด ไอ้น้องชาย แล้วพายุร้ายนี้มันจะสงบไปเองเร็วๆ นี้ ถ้า จิต “วางเฉย” ต่อมันได้”

อย่างไรก็ตาม หลังมีกระแสตั้งข้อสงสัยในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ เงินบริจาค ฌอน บูรณะหิรัญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือไลฟ์โค้ชชื่อดัง ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

“สรุปยอดบริจาคที่ ฌอน บูรณะหิรัญ ได้รับจากแฟนเพจที่ไว้วางใจเพื่อช่วยแก้ปัญหาวิกฤต มี 2 วาระคือ 1. ด้านไฟป่า 2. เรื่องไวรัส Covid-19 แจกแจงรายละเอียดในช่วงการรับบริจาค ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา

ทุกกระบวนการมีการตรวจสอบตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฌอน บูรณะหิรัญ ได้แสดงหลักฐานพร้อมความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ยอดบริจาคจากผู้ติดตาม ตั้งแต่ 30 มี.ค.- ปิดรับบริจาค 1 พ.ค. เป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท

แนวทางการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน คือ กำลังสมอง กำลังคน และ กำลังทรัพย์ ดังนี้

1. เรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาจากราก จากทุกฝ่าย ทั้งทางเอกชน หน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรมป่าไม้ ชาวเผ่าปะกาเกอะญอ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ (ระยะเวลาในการดำเนินการคาดว่า 2 ปีขึ้นไป ใช้งบประมาณส่วนตัวในการดำเนินการ และเดินทางมาโดยตลอด)

2. ทำสื่อเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เผยแพร่ความรู้ และนำเสนอแนวทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูป ฌอน บูรณะหิรัญ (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทีมงาน ตัดต่อ และโปรโมตโพสต์ มูลค่า 254,516.53 บาท สำหรับ 2 คลิปที่เกี่ยวข้องกับการบริจาค) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเชิงนโยบายมาลงพื้นที่ เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้าง อันจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ทำให้ผู้รับชมได้นำไปต่อยอดเรียนรู้ ช่วยเหลือปัญหาในแบบของตัวเอง

(ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ใช้พลังทรัพย์ส่วนตัวในการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ให้ผู้ชมได้รับชมกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และยังจะทำต่อเนื่องแม้ว่าปิดการรับบริจาคแล้ว)

3. ลงพื้นที่ บริจาคกำลังทรัพย์ ช่วยเหลือเร่งด่วน

3.1 ส่งทีมงานไปเป็นอาสาสมัครร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่รอบเชียงใหม่ วัดผาลาด, ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ (ส่งอาสาสมัครไปบริจาคเจลล้างมือ หน้ากาก ในช่วง Covid-19 เป็นช่วงรักษาระยะห่าง ทางสังคม covid-19 และไม่มีการเก็บภาพใดๆ (ใบเสร็จต่างๆในการซื้ออุปกรณ์อยู่ในอัลบั้มรูปนี้)

3.2 ส่งตัวแทนบริจาคเป็นสิ่งของตามที่โรงพยาบาลและหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ขอความอนุเคราะห์เข้ามาเป็นลายลักษณ์อักษร มูลค่า 621,225 บาท (มีใบเสร็จทั้งหมดและเอกสารขอบคุณ) + ค่าขนส่งเอกชน 5,000 บาท

3.3 บริจาคด้วยเงินส่วนตัวด้านอาหารสำหรับผู้ขาดแคลนในเชียงใหม่ที่ต้องเจอทั้งสองวิกฤตในคราวเดียวกัน จำนวน 100,000 บาท (อุดหนุนร้านในท้องถิ่นและดำเนินการแจกจ่าย ทั้งออกนามและไม่ออกนาม ในวันที่ 29 เม.ย.- 17 มี.ค.ที่ผ่านมา)

ตัวอย่างการลงพื้นที่เรียนรู้เพื่อร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ผ่านมาของ ฌอน บูรณะหิรัญ

- 19 เม.ย. อำเภอสะเมิงใต้ จังหวัดเชียงใหม่ กับชนเผ่าปะกาเกอะญอ และ มีการวางแผนที่จะไปเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับไร่หมุนเวียนอีกในอนาคตเรียบร้อยแล้ว

- ร่วมทีมทำสารคดี กับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านในประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา เพื่อผลิตสื่อเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ นำเสนอวิธีการที่เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่, ไร่หมุนเวียน, ปัญหา PM 2.5, ปัญหาขยะ, ปัญหาด้านไฟป่า (ทำมาอย่างต่อเนื่อง 1 ปี และ จะทำต่อไปแม้ปิดรับบริจาคแล้ว)

- 29 เม.ย. แจกอาหารให้ชาวเชียงใหม่ ที่ Bronco Kids มูลค่า: 30,000 บาท

- 4 พ.ค. ศึกษาดูงาน ณ ฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด
อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และจะเดินทางไปอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเป็นงานจิตอาสาไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังเข้าร่วม

สำหรับสื่อที่นำเสนอข่าวนี้ ผมเข้าใจคุณ ผมรู้ว่าคุณก็กำลังทำเพื่อสังคมเช่นกัน หากมีโอกาสในอนาคตที่เราจะร่วมมือกันในทางใดทางหนึ่งได้ ผมยินดีเสมอและไม่ถือสาใดๆ ครับ...

ภาพ แหม่มโพธิ์ดำ กรณีสงสัยเงินบริจาคฌอน จากแฟ้ม
แต่นั่น ยังไม่ใช่คำตอบที่ ชาวเน็ตต้องการ และเคลียร์ปัญหาทั้งหมด

เห็นได้จากวันนี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง รวบรวม 5 คำถามจากชาวเน็ตถึง ฌอน บูรณะหิรัญ

หลังมีชายอ้างเป็นทีมอาสาดับไฟ ที่เชียงใหม่ ถามฌอน กรณีเปิดรับบริจาคเงินช่วยดับไฟป่า เชียงใหม่ แต่สุดท้ายไม่มีการชี้แจงยอดเงินบริจาคและทีมอาสาไม่ได้รับของจริง ซึ่งแม้ฌอนออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเพจของตัวเอง ก็ยิ่งเกิดคำถามเพิ่มมากมาย

โดย เพจแหม่มโพธิ์ดำ ระบุว่า “ในฐานะที่เป็นต้นเรื่อง ในการทวงถาม ฌอน บูรณะหิรัญ กับเงินบริจาคดับไฟป่าที่หายไป จึงรวมคำถาม ที่ชาวโซเชียลสงสัย และต้องการให้ฌอน ชี้แจง เพราะคำแถลงที่ฌอนนำมาลงในเพจ เรียกได้ว่าหายนะได้เลย ไม่ชัดเจนอะไรสักอย่าง

รับบริจาคมาหนึ่งเดือนเต็ม เข้าบัญชีส่วนตัว ในโพสต์ที่มีคนกดไลก์เป็นแสน คนแชร์ห้าหมื่นกว่า ในฐานะที่ทำเพจและมีโพสต์ไวรัลบ่อยๆ ยอดแชร์ระดับนี้ คนเห็นต้องมีขั้นต่ำห้าล้านถึงสิบล้านคน แต่ยอดบริจาคแค่แปดแสนกว่า #จริงเหรอฌอน

ฌอน เปิดรับริจาค ถือเป็นการเรี่ยไร ระดมทุน เอาจริงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สังคมมองผ่านได้ ถ้าเงินนั้นไปถึงคนลำบากจริง แต่มันต้องโปร่งใสชัดเจน และทุกการรับบริจาคแบบนี้ การโชว์ยอด Statement ตั้งแต่วันแรกทึ่รับบริจาคจนถึงวันสุดท้าย คือ สิ่งจำเป็น ฌอนจะมาแค่โชว์ใบสั่งของที่ไม่มีชื่อร้านค้าแค่นี้ #ได้เหรอฌอน

ฌอน เปิดรับบริจาคช่วยดับไฟป่า แต่เอาเงินไปช่วยโรงพยาบาล มันคือการใช้เงินบริจาคผิดจุดประสงค์ ไม่มีเงินตรงไหนไปถึงคนดับไฟป่าเลย และตอนบริจาค ฌอน บอกบริจาคหน้ากากไป 30,000 ชิ้น แต่ในใบเสร็จมีแค่ 8,000 หน้ากากอีก 22,000 หายไปไหน และฌอนจะเอาเงินบริจาคจากทุกคน มาบริจาคในนามตัวเองแบบนี้ #ไหวเหรอฌอน

ฌอน ใช้เงินบริจาค สองแสนห้าหมื่นบาท ในการบูสต์โพสต์ในเพจ เพื่อกระตุ้นให้คนเห็นเยอะๆ สุดท้ายยอดผู้ติดตามเพจก็เพิ่มขึ้น คนบริจาคเพียบ ฌอนได้ถามใครหรือยังว่า ทำแบบนี้มันผิดทั้งศีลธรรมและกฎหมาย มันคือ Conflict of interest ฌอนเอาเงินที่คนตั้งใจช่วยบริจาค ไปโปรโมทเพจตัวเอง ทุเรศนะฌอน สองแสนห้าที่หายไป เอาไปซื้อเลื่อยไฟฟ้า อุปกรณ์ดับไฟ ได้เพียบ ทำไมไม่ทำ คิดจะช่วยคน ได้หน้า ได้ภาพลักษณ์ ได้คนติดตาม ไม่ออกสักบาทเลยเหรอ เสียศักดิ์ศรีเศรษฐีขับi8นะ #เขินแทนเลยฌอน

พอคนที่บริจาค ไปทวงถาม Statement และการใช้จ่ายหลังรับเงินบริจาคมา ทำไมแอดมินเพจฌอน ต้องขอนามบัตรหน้าหลัง ชื่อจริง นามสกุลจริง และหลักฐานแสดงตัวตน ไม่เอาน่าฌอน ตอนขอเงิน ไม่เห็นยุ่งยากแบบนี้เลย ได้เงินไปแล้ว อย่าทำอะไรให้มันยุ่งยาก #มันจะเสียหมาเอานะฌอน”

แน่นอน, ต้องยอมรับว่า โพสต์ของ “ดร.สุวินัย” และของ “แหม่มโพธิ์ดำ” ต่างกันฟ้ากับเหว คนหนึ่งมองบวกสุด..สุด อีกคนมอง ในแง่ที่ต้องตรวจสอบ เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใสมากที่สุด

แต่เหลือเชื่อว่า โพสต์ของทั้งสองคน ไม่ต่างอะไรกับ “ผงซักฟอก” ชั้นดีให้กับ “ฌอน” เพื่อให้มีโอกาส “ฟอกขาว” ให้ได้
เพียงแต่สุดท้าย ขึ้นอยู่กับ “ฌอน” ที่จะใช้ผงซักฟอกชั้นดีเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ “ขาวสะอาด” บริสุทธิ์หรือไม่ หรือซักอย่างไรก็ไม่ออก จนเหลือเป็นรอยด่างพร้อยไปชั่วชีวิต ก็ไม่แน่เหมือนกัน?


กำลังโหลดความคิดเห็น...