xs
xsm
sm
md
lg

ด้วยจิตคารวะอาลัยแด่ “อ.โต้ง” ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นักการเมือง-นักต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนผู้ยิ่งใหญ่จวบจนวาระสุดท้าย **ก๊วนเด็กดื้อ ปชป.เขย่าพรรค สร้างเงื่อนไขต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ด้วยจิตคารวะอาลัยแด่ อ.โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นักการเมือง-นักต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนผู้ยิ่งใหญ่จวบจนวาระสุดท้าย

นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและนักต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน หลังจากเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11มิ.ย.) “ธิษะณา ชุณหะวัณ” บุตรสาวคนโตของ “อาจารย์โต้ง” ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งในเฟซบุ๊ก ไว้อาลัยต่อการจากไปอย่างสงบของคุณพ่อด้วยวัย 72 ปี

“ผมไม่กลัวความตายและมองความตายเป็นธรรมชาติ ผมบริจาคร่างกายไว้ หากว่าตายโรงพยาบาลจะเอาร่างไปเลย ไม่ต้องมีงานศพไม่ต้องยุ่งยากอะไร” อ.โต้ง เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารเฮลโล เมื่อครั้งทราบว่าเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งสะท้อนตัวตนความเป็น “นักสู้” ที่มีหัวจิตหัวใจแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

“อาจารย์โต้ง” เป็น นักวิชาการ อดีตนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ได้ต่อสู้กับมะเร็งมากว่า 5 ปี

“ไกรศักดิ์” ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่โคนลิ้น ตั้งแต่ประมาณปี 2558 ทำให้พูดไม่ถนัดนัก คนใกล้ชิดจะรู้กันว่า ระหว่างที่ป่วย อาจารย์โต้ง ก็ยังคงติดตามสถานการณ์การเมือง สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าได้คิดและทำสิ่งที่รักเพื่อผู้อื่นเพื่อสังคมอยู่ตลอดเวลา โดยแสดงความเห็นผ่านการเขียนแทนการพูด

เรียกได้ว่า ตลอดชีวิตของ “อาจารย์โต้ง” บุตรชายคนเดียวของ “น้าชาติ” พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 17 ของประเทศไทย และ “ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ” เป็นที่รับรู้ในฐานะนักสู้ เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของสังคม

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
ในเส้นทางการเมือง “ไกรศักดิ์" ถือเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นของน้าชาติ ตำนาน “บ้านราชครู” เคยเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครราชสีมา และ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน เคยมีบทบาทเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

ผลงานช่วงหนึ่งของอาจารย์โต้งถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรื้อฟื้นคดีฆ่าตัดตอน 2,500 ราย ที่เกิดขึ้นในระหว่างการประกาศทำสงครามยาเสพติด ในสมัยรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะผลงานด้านการต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญล่าสุด การเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน และภูมิทัศน์ของแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ จนโครงการล้มไป

ว่าไปแล้ว “อาจารย์โต้ง” คือ บุคคลสำคัญที่มีคุณภาพในหลายๆ สถานะเป็นแบบอย่างของคนทุกแวดวง ทั้งนักวิชาการ นักรัฐศาสตร์ นักการทูต นักการเมือง นักเคลื่อนไหว นักสันติภาพ นักสิทธิมนุษยชน นักสิ่งแวดล้อม นักดนตรี นักร้อง นักคิด นักเขียน นักแปล ช่างภาพ จิตรกร ฯลฯ

เมื่อมองย้อนไปทั้งชีวิตส่วนตัว การทำงาน วิธีคิดและปฏิบัติตน การจากไปของ “อาจารย์โต้ง” จึงเป็นการสูญเสียของสังคมไทยอย่างแท้จริง

ท่ามกลางความเศร้าโศกและอาลัยอาจารย์โต้งช่วงที่ยังมีชีวิตก็ยังทิ้งแง่คิดไว้ให้ลูกๆ เป็นสัจธรรม

...“ผมบอกลูกว่า ชีวิตมันมาแล้วมันก็ไป ฉะนั้น อย่าไปเศร้าโศก”...

ขอแสดงความอาลัยแด่ อาจารย์โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มา ณ ทีนี่อีกครั้ง

**ก๊วนเด็กดื้อ ปชป. เขย่าพรรค สร้างเงื่อนไขต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี สุดท้ายจะสำเร็จหรือเหนื่อยฟรี ให้จับตาการปรับ ครม.ครั้งหน้า

ชวน หลีกภัย - จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
หลังมีกระแสข่าว กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ประชาธิปัตย์ จะล่ารายชื่อให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” และ กก.บห.พรรคยกชุด ตาม “พลังประชารัฐโมเดล” ที่ทำสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว

แม้จะไม่มีการเปิดหน้าว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวนี้เป็นใครกันบ้าง แต่สปอตไลต์ ก็จับไปที่ “ก๊วนเด็กดื้อ” ที่คอยขัดแข้งขัดขาการทำงานของรัฐบาล ทั้งที่เป็นพรรคร่วมด้วยกัน นำโดย “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.ตรัง “อันวาร์ สาและ” ส.ส.ปัตตานี “พนิต วิกิตเศรษฐ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ “เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช ... กลุ่มนี้เดินสวนแนวทางพรรคมาตลอด เรืยกได้ว่านอกจากจะเป็นฝ่ายค้านในพรรคแล้วยังเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลด้วย ...ล่าสุด ก็ยังออกมาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท

“นายหัวชวน” ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าเป็น “ผู้อาวุโส” ของพรรค เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ก็ออกมาปรามทันทีก่อนที่เรื่องราวจะลุกลาม โดยให้ดูบทเรียนจากกรณี “10 มกรา” ไว้เตือนใจ เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบถึงการเลือกตั้งจนเกิดความเสียหาย พร้อมดึงสติกลุ่มที่พยายามเคลื่อนไหว ว่า ทุกคนที่มีวันนี้ได้ต้องถือว่า “เป็นหนี้บุญคุณพรรค” ฉะนั้น จะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบว่าทำให้พรรคเสียหายหรือไม่ ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงชาวบ้านที่เลือกเรามาด้วย อย่าให้เขารู้สึกว่าเลือกมาแล้วก็มาทะเลาะกันเอง...

เมื่อผู้อาวุโสส่งเสียงนำร่องออกมาอย่างนี้ บรรดาผู้น้อยก็ออกมาขานรับกันเป็นขบวน อย่างเช่น “ภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา” กรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่ดูแลภาคอีสาน ก็ออกมาบอกว่า ได้ไปสำรวจดูแล้ว ปรากฏว่า มี กก.บห. อย่างน้อย 30 คน จาก 38 คน ที่ยังเคารพกฎ กติกาของพรรค และชื่นชม พอใจในการบริหารงานของ กก.บห.ชุดนี้ ที่สามารถฟลิกฟื้นคะแนนนิยมของพรรคกลับมาได้อย่างน่าพอใจ

หรืออย่าง “นราพัฒน์ แก้วทอง” รองหัวหน้าพรรค ที่ดูแล ภาคเหนือ ก็บอกว่า เรื่องที่พยายามสร้างแรงกระเพื่อมนั้นเป็นแค่ข่าวลือ ไม่เห็นมีใครออกมาแสดงตัวชัดเจน และ กก.บห.พรรค ภายใต้การนำของ “จุรินทร์” ก็มีความชัดเจนในนโยบาย “อุดมการณ์-ทันสมัย” คือ อุดมการณ์มั่นคง ทันสมัยต่อสถานการณ์โลก มีกลไกในการขับเคลื่อนครบถ้วน ทั้งกลไกรัฐบาล กลไกสภาผู้แทนฯ และกลไกพรรค โดยทั้ง 3 กลไก กำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การมาสร้างกระแสปั่นป่วนในช่วงนี้ มีแต่ทำให้ประชาชนรำคาญ

ส่วน “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรค ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เชื่อว่า ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบคลื่นใต้น้ำ เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาของข่าว เพราะข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามนั้น ทุกวันนี้ตนเองก็ยังคงเดินสายพบปะสมาชิกพรรคในแต่ละภาคอยู่เป็นประจำ เพื่อชี้แจง และรับฟังแนวทางการดำเนินงานของพรรค

เฉลิมชัย ศรีอ่อน - อันวาร์ สาและ
คงมีเพียง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการที่ไม่ค่อยได้คุยกัน ส.ส.ที่บ่น ก็ไม่กล้าคุยกับหัวหน้าพรรค เพราะกลัวว่าจะถูกกาหัว “ขึ้นบัญชีดำ” จึงมีแต่การคุยกันในลักษณะกลุ่มใครกลุ่มมัน ไม่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค กลุ่มคนใกล้ชิดกับผู้บริหารก็แยกไปกินข้าวด้วยกันทุกสัปดาห์ จึงอยากให้มีการพูดคุย สื่อสารกันให้มากขึ้นระหว่างผู้บริหารกับ ส.ส.ในพรรค เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน

ความจริงแล้วความเคลื่อนไหวของ “ก๊วนเด็กดื้อ” ที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น คนในพรรคก็รู้ ซึ่งพรรคได้มอบให้ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรค นัดคุยนอกรอบกับ ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค เพื่อทำความเข้าใจ และประเมินว่า การรวบรวมรายชื่อ กก.บห. ให้ได้เกินครึ่งว่า ไม่น่าจะทำสำเร็จ เพราะแม้จะเปลี่ยนหัวหน้าได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน หากจะให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค กลับมารับตำแหน่ง ก็ติดเงื่อนไขว่า พรรคต้องออกจากการร่วมรัฐบาล เพราะเป็นจุดยืนของอภิสิทธิ์ มาตั้งแต่ต้นว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. ขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ ยังต้องการร่วมรัฐบาลอยู่ แนวทางนี้จึงไม่น่าสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของ “ก๊วนเด็กดื้อ” มารุกหนักเอาในช่วงช่วงที่มีกระแสข่าวปรับ ครม. จึงเชื่อมโยงกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นการต่อรองเพื่อให้มีการจัดสรรโควตารัฐมนตรีภายในพรรคประชาธิปัตย์กันใหม่ ไม่ให้กระจุกอยู่แค่กลุ่มหัวหน้าพรรค แต่ให้กระจายไปยังกลุ่มอื่นๆ ซึ่งก็เหลือแต่เพียงอดีตคนสนิทของ “อภิสิทธิ์” เท่านั้น ที่ยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อให้ผู้มีอำนาจในการปรับ ครม.เห็นว่า อาการเด็กดื้อของ ส.ส.กลุ่มนี้ในช่วงที่ผ่านมา มีเจตนาอะไร และทำไมปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังแก้ไม่ได้สักที ...หากมีการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับกลุ่มนี้ ปัญหาต่างๆ ก็อาจเบาบางลงไป โดยเฉพาะเรื่องการขัดแข้งขัดขากันเองของรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร

ล่าสุด จึงมีกระแสข่าวว่าได้มีการเจรจากันเป็นการภายในเพื่อยุติปัญหาแล้วว่า ในการปรับ ครม.ครั้งหน้า “ก๊วนเด็กดื้อ” จะมี 1 เก้าอี้รัฐมนตรี โดยผู้ที่มีโอกาสมากสุดที่จะได้เป็นเสนาบดี คือ “อันวาร์ สาและ” ... การเคลื่อนไหวต่อรองครั้งนี้ จะบรรลุเป้าหมาย หรือยังต้องกินแห้วเหมือนเดิม อีกไม่นานเกินรอได้รู้กัน




กำลังโหลดความคิดเห็น...