xs
xsm
sm
md
lg

อกหัก พปชร.! “กนก” เอือม “สมศักดิ์” ไม่รู้สังคมยี้ “ทิชา” ถามวิธีไม่ให้ “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ? ดร.เสรี ตั้งโจทย์ เจ็บ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากแฟ้ม
“กนก” เอือมสุดขีด “สมศักดิ์” ไม่รู้ “สังคมยี้” ยังหนุน “บิ๊กป้อม” เฉย “ทิชา” ถามถ้าจะไม่ให้บูรพาพยัคฆ์-ลิ่วล้อการเมือง หนุน “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ คนไทยต้องทำอะไรบ้าง “ดร.เสรี” ตั้งโจทย์แทงใจดำ เหตุไม่ปฏิรูป???

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (4 มิ.ย. 63) เฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ของ นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความระบุว่า

“สมศักดิ์ไม่เปิดใจดูกระแสสังคมเลยว่า เขาส่ายหัวให้ 18 พปชร.แค่ไหน ยังคิดว่าตนแน่ ตอกย้ำบิ๊กป้อมจะมา มาแล้วต้องปรับครม. สวนคำลุงตู่ สมแล้วที่เขาบอก นักการเมืองไม่มีกาลเทศะ คิดแต่จะแย่งชามข้าว”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร เปิดใจถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค จนนำมาซึ่งการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน เกินกึ่งหนึ่ง ตามข้อบังคับพรรค ที่จะทำให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมต้องพ้นสภาพ รวมถึงหัวหน้า และเลขาธิการพรรค และต้องมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ร้านกินเส้น สนามบินน้ำ ว่า

พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคการเมืองใหม่ แม้ที่จริงยังไม่ใช่พรรคที่มีเสียง ส.ส. มากที่สุดในสภา แต่เมื่อได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องมีกิจกรรมทางการเมืองที่กระฉับกระเฉง และมุ่งมั่นเพื่อที่จะเป็นหลักในทางการเมือง

ดังนั้น การปรับปรุงองค์ประกอบของพรรค คือ การปรับพื้นฐานของพรรคให้มีความหนักแน่น มั่นคงมากขึ้น จะนำพาพรรคไปสู่การเป็นเสาหลักที่มั่นคงของประเทศต่อไป ทั้งนี้ พลังประชารัฐ ก่อนการเลือกตั้งเป็นเหมือนเม็ดกรวดเม็ดทรายที่มาหลอมรวมกันด้วยความร้อน หลังจากนั้น ก็ตกผลึกเป็นอัญมณี ซึ่งต่อจากนี้ต้องเจียระไนอัญมณีให้มีคุณค่ากับประเทศเพื่อเป็นที่ยอมรับของประชาชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการสนับสนุนให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้ามาทำงานไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร หรือใครก็แล้วแต่

ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็มีจุดแข็งในการนำนโยบายของพรรคไปนำเสนอให้รัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเลือกหัวหน้าพรรคไม่ใช่แค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มาจากสมาชิกพรรค สาขาพรรค ทั่วประเทศ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เป็นคนที่เลือก เราอาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรทุกอย่างได้ตามใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกจะได้มีการคิดและไตร่ตรองในวันเลือกหัวหน้าพรรค และส่วนตัวเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้อยากเป็น แต่เพราะสมาชิกร้องขอ และท่านก็ไม่ได้เป็นถึง 5 ปี แต่จะมาเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง และมันไม่มีใครสมหวัง 100% อย่าคิดหวังว่าจะมีใครดีเลิศ 100%...

แค่นี้ก็รู้ว่า นายสมศักดิ์ ปูพรมแดงอย่างงามให้กับ พล.อ.ประวิตร เดินขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเรียบร้อย?

ภาพ สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากแฟ้ม
ขณะที่วันนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พปชร. แกนนำกลุ่มสามมิตร เช่นกัน ออกมาให้สัมภาษณ์ แน่นถึงการสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ว่า

เท่าที่ตนคุยกับ กก.บห.ที่ทำหน้าที่รักษาการในชุดเดิม หลายคนบอกไม่มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. ....

ส่วน ท่าที “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร ถ้าจับสัญญาณจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร ดูเหมือน ยังคงเก็บอาการ อุบไต๋เอาไว้ไม่น้อย

โดยวาสนาระบุว่า “ใครจะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ?

“เป็นเรื่องของพรรคเขา
เขาจะเลือกใคร ก็ตามนั้น !!
จะมา “ถ้า” ว่า เลือกผม ไม่ได้
เพราะมันยังไม่เกิดขึ้น
ต้อง แล้วแต่สมาชิกพรรค”
แล้วท่านพร้อม เป็นหัวหน้าพรรค ใช่มั้ย ถ้าสมาชิกพรรคเลือก??
“ไม่พร้อม อ่ะ ไม่พร้อม”....

น่าสนใจไม่แพ้กัน นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก อดีตสมาชิกสภาปฎิรูป (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า

“ถ้าไม่ให้บูรพาพยัคฆ์ ร่วมกับลิ่วล้อหมุนการเมือง ส่งนายประวิตรขึ้นนายกฯ คนไทยต้องทำอะไรบ้าง ?”

ด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

“เบื่อวัฒนธรรมการเมืองของไทยมาก ไม่คิดจะปฏิรูปกันบ้างเลยหรือไร มาทำงานการเมืองกันเพื่ออะไร

1. มาใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมืองให้พัฒนาเพื่อประเทศชาติและประชาชนหรือ

2. ต้องการได้ตำแหน่งเพื่อเกียรติประวัติของตนเอง และวงศ์ตระกูล หรือ

3. ต้องการตำแหน่ง เพื่อจะให้มีอำนาจเป็นใหญ่เป็นโต ผู้คนกลัวเกรง หรือ

4. เพื่อให้ได้ตำแหน่งเผื่อการมีอำนาจและโอกาสได้การจะโกงกินจากงบประมาณของแผ่นดิน หรือ

5. เพื่อมาออกนโยบายที่จะก่อให้เกิดการได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ส่วนตน

การมาลงเลือกตั้งนั้น ท่านตั้งใจจะเป็นอะไร

1. เป็นผู้แทนราษฎร เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน

2. เป็นรัฐมนตรีเพื่ออำนาจและผลประโยชน์

การที่ท่านอยากเป็นรัฐมนตรีนั้น

1. ท่านเคยประมาณความสามารถของท่านหรือไม่

2. ท่านต้องการเป็นรัฐมนตรีบางกระทรวงเพราะอะไร

ก. ท่านเก่งด้านนั้น

ข. งบประมาณเยอะ มีโอกาสด้านเงินทอน

ค. เป็นกระทรวงที่มีอำนาจล้นฟ้า

ง. เป็นกระทรวงที่มีงานให้เสนอหน้าได้มาก

ถ้าหากท่านได้รับการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีกำกับกระทรวงที่ท่านไม่มีความรู้ไม่มีความถนัดอะไรเลย ท่านจะรับหรือไม่ อยากรู้จริงๆ จะได้ประเมินได้ว่าประเทศไทยเรายังพอมีความหวังหรือสิ้นหวังแน่ๆ แล้ว”

แน่นอน, ประเด็นร้อนทางการเมือง ยังอยู่ที่เสียงก่นด่าวิพากษ์วิจารณ์ พรรค พปชร. และความผิดหวังอย่างสูงของคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะหลายคนสู้อุตส่าห์แก้ตัวแทนมาตลอด แม้แต่พรรคถูกโจมตีอย่างรุนแรง เรื่องสืบทอดอำนาจให้เผด็จการ ก็ตาม

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะต้องการสนับสนุนให้รัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีพรรค พปชร. เป็นแกนนำ ซึ่งแม้เป็นพรรคที่รวมของนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่ แต่ก็คาดหวังว่า จะได้บทเรียนในอดีต เดินตามคำมั่นสัญญาของ “คสช.” คือ ปฏิรูปประเทศ ก่อนคืนอำนาจอธิปไตย และประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับประชาชน

วันนี้ดูเหมือนตัวแทนของเสียงและกระแสเหล่านั้น จะอ่อนล้าโรยแรง ออกไปทางเอือมละอา และสิ้นหวังกันเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งเล็งเห็นอยู่แล้วว่า “วงจรอุบาทว์” การเมือง ไม่ได้สูญหายไปไหนด้วยแล้ว ยิ่งเศร้าใจ

ได้แต่หวังว่า เสียงสะท้อนเหล่านี้จะเป็นแรงดลใจให้นักการเมืองใหญ่ พรรค พปชร. หยุดคิดการใหญ่ อย่าแม้แต่คิด พอแล้ว สำหรับอำนาจวาสนา
หาไม่แล้ว การเมืองร้อนที่รุมเร้าลุกโชน ทั้งซีกที่มาจากฝ่ายค้าน มาจากฝ่ายที่เคยหนุนรัฐบาล และมาจากประชาชน จะต้องดาหน้าเข้าหาปลายกระบอกปืนอย่างแน่นอน ไม่เชื่อคอยดู!


กำลังโหลดความคิดเห็น...