xs
xsm
sm
md
lg

วุฒิฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญ 21 คนศึกษาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 8.8 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ที่ประชุม กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา เห็นชอบบรรจุวาระประชุมวุฒิฯ ร่างระเบียบยื่นเรื่องร้องเรียนคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา, รับฟังข้อคิดเห็น-ข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ พร้อมตั้ง กมธ.วิสามัญ 21 คน ศึกษาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 8.8 หมื่นล้านหลัง ส.ส.พิจารณาแล้วเสร็จ

วันนี้ (4 มิถุนายน 2563) นายคำนูณ สิทธิสมาน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ครั้งที่ 12/2563 (เป็นพิเศษ) วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 ซึ่งมี ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานของที่ประชุม โดยมีเรื่องพิจารณาที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ร่างระเบียบว่าด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียน การรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ. .... (คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา เป็นผู้เสนอ)

ด้วยข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 38 (3) กำหนดให้คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจในการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมจากสมาชิก บุคคลหรือหน่วยงานใด กรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการกระทำการฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมนี้ ประกอบกับข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ ข้อ 40 กำหนดให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นเรื่องร้องเรียน การรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาและวิธีพิจารณาของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานวุฒิสภากำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา

คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาได้ยกร่างระเบียบว่าด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียน การรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ. ....เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอร่างระเบียบว่าด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนฯ มายังคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เพื่อพิจารณาก่อนเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

มติที่ประชุม :

ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

1. เห็นควรนำร่างระเบียบส่งให้แก่สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาศึกษาเป็นการล่วงหน้าก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาพิจาณาให้ความเห็นชอบต่อไป

2. เห็นควรกราบเรียนประธานวุฒิสภาพิจารณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2563

2. การรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติจากสมาชิกวุฒิสภาก่อนวันที่ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณารายงานจำนวน 3 ฉบับ ดังนี้

1) รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ (เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2562)
2) รายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศประจำปี 2562
3) รายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2562

(คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นผู้เสนอ)

คณะกรรมาธิการ ตสร. ได้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาว่า เพื่อให้การจัดทำรายงานสรุปผลการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติของคณะกรรมาธิการ ตสร. ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้การอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภาในวันที่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมวุฒิสภา มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการ ตสร.จึงเห็นควรให้มีการประชุมวุฒิสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภา ต่อการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติจากสมาชิกวุฒิสภาขึ้น ก่อนวันที่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมารายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภา

มติที่ประชุม :

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

1. เห็นควรให้คณะกรรมาธิการ ตสร. เสนอญัตติต่อประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาบรรจุญัตติเรื่องการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติจากสมาชิกวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 15 - วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563

2. เห็นควรกราบเรียนประธานวุฒิสภาพิจารณากำหนดวันประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานที่รัฐบาลโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรฐษกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้เสนอ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

2.1 รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2562) และรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี 2562 ในวันจันทร์ที่ 29 - วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563

2.2 รายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2562 ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563

3. เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา ทั้ง 26 คณะ แจ้งรายชื่อกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการที่ประสงค์อภิปราย พร้อมระบุ ประเด็นปฏิรูป/แผนย่อย และแผนการปฏิรูปประเทศ/แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ หรือในภาพรวม แล้วแต่กรณี และนำส่งต่อคณะกรรมาธิการ ตสร. ภายในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2563 เวลา 12.00 นาฬิกา

3. การเตรียมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....

ร่างพระราชบัญญัตินี้มีจำนวน 5 มาตรา มีสาระสำคัญเป็นการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวน 88,452,597,900 บาท

ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ครั้งที่ 11/2563 วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2563 ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเป็นผู้พิจารณาศึกษา และคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ได้รายงานผลการพิจารณาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาทราบในการประชุมวันนี้แล้ว

ในการนี้ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 138 กำหนดว่า “เมื่อสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายแล้ว ให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนตามที่ที่ประชุมวุฒิสภากำหนด เพื่อพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว” ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 นี้

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 143 วรรคสาม บัญญัติให้วุฒิสภาจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ พ.ศ. .... ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา โดยจะแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ มิได้

มติที่ประชุม :

1. รับทราบผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ

2. มอบหมายให้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ รายงานผลการพิจารณาศึกษาต่อ ที่ประชุมวุฒิสภาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวต่อไป

3. เห็นสมควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... จำนวน 21 คน โดยกำหนดสัดส่วน ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ จำนวน 16 คน
2. ผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาจำนวน 3 คน
3. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 คน


กำลังโหลดความคิดเห็น...