xs
xsm
sm
md
lg

“พิมพ์รพี” จี้รัฐแก้ปัญหายาง-ปาล์ม เชื่อมเกษตรสู่อุตสาหกรรมอาหารท่องเที่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.กระตุ้นรัฐแก้ปัญหายาง-ปาล์ม ชี้จังหวัดที่ปลูกโดนผลกระทบสองเด้งเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว แนะเชื่อมเกษตรสู่อุตสาหกรรมอาหารท่องเที่ยว กระจายรายได้ หวังถนนยางพาราเกิดทันที บี้ติดมิเตอร์วัดน้ำมันปาล์ม สกัดของเถื่อน

วันนี้ (27 พ.ค.) น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ หารือก่อนเข้าวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันทันที โดยระบุว่า วิกฤตโควิด-19 สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนชาวไทยทุกคนตลอดเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคบริการและการท่องเที่ยวที่รับผลกระทบทันทีและจะยืดเยื้อยาวนานกว่ามากที่คิด ลูกหลานจากภาคบริการจำนวนมากจะไหลกลับไปอาศัยกับครอบครัวที่ภาคเกษตร โดยเห็นความเชื่อมโยงว่าจังหวัดหลักที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวนอกเหนือจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ล้วนเป็นจังหวัดที่ปลูกปาล์ม และยางพารา คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา และชลบุรี ฉะนั้น การเยียวยาที่ดีและยั่งยืนที่สุด คือ การทำสินค้าเกษตรมีราคาดี ให้เงินทุกบาทเข้ากระเป๋าเกษตรกร และเชื่อมสินค้าเกษตรเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ นอกจากจะเพิ่มรายได้แล้วยังเป็นการกระจายอาชีพในชุมชน ทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งด้วย เรียกได้ว่าภาคเกษตรดี บุคลากรในภาคการท่องเที่ยวดีด้วย

น.ส.พิมพ์รพีกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมานโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์เริ่มจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกรสวนยางพารา แบบครอบคลุมไปถึงผู้กรีดยาง และขยายสิทธิให้เกษตรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่สิ่งที่ต้องกระตุ้นให้รัฐบาลรีบดำเนินการ คือ การนำยางพาราไปใช้ทำถนน ซึ่งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยต้องทำทันที เพราะกำหนดเป็นนโยบายมานานแล้วแต่ยังไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ ทำให้ไม่สามารถดึงราคายางพาราให้ขยับสูงขึ้นได้เลย ล่าสุดคมนาคมบอกได้รับการอนุมัติแล้วก็ขอให้ถนนยางพาราเกิดเป็นรูปธรรม อย่าปล่อยให้เกษตรกรฝันค้าง

ส่วนชาวสวนปาล์มนั้น แม้มีการจ่ายส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เช่นกัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา และไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่โครงสร้าง โดยเฉพาะโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมที่เกษตรกรเรียกร้องมานาน แต่เข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลา แต่เรื่องที่รัฐบาลทำได้ทันที คือ เร่งอนุมัติงบประมาณ 483 ล้านบาท ติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำมันปาล์มแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจสอบสต๊อกและสกัดการลักลอบนำเข้า อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำโดยเร็ว เพื่อดึงราคาปาล์มให้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งสองเรื่องต้องทำทันที เพราะความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรในขณะนี้จะรอไม่ได้อีกแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...