xs
xsm
sm
md
lg

“ลุงตู่” ตัดจบ “ลุงป้อม” คอนเฟิร์ม แต่พวกวอนนาบีไม่เคยจบ งบสี่แสนล้านมันล่อใจ ** “ชวน” เดือดจัด สั่งสอบข้าราชการรัฐสภากราวรูด ที่ปล่อยให้นายทหารเข้าไปนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภา ทำท่าทางที่ไม่สุภาพถ่ายรูปลงโซเชียลฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**“ลุงตู่” ตัดจบ “ลุงป้อม” คอนเฟิร์ม แต่พวกวอนนาบีไม่เคยจบ งบสี่แสนล้านมันล่อใจ

พรรคพลังประชารัฐกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง โดยมีข่าวปล่อยออกมาตามสื่อว่ามีความเคลือนไหวจากกลุ่มสามมิตร ที่มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้า พร้อมกับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม แกนนำคนสำคัญร่วมด้วยช่วยกันกับกลุ่มของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากที่เคยสนับสนุน กลับลำไม่สนับสนุนกลุ่มของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีแล้ว

โดยตัดสินใจเซ็นใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรคไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอยื่นให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ตามขั้นตอนพร้อมๆ กับกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ ที่มีข่าวลาออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งหวังกดดันให้ “อุตตม สาวนายน” ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงอำนาจการจัดการในพรรค อันจะแคนนอนไปถึง “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม บีบให้มีการปรับ ครม. ตามแผนเดิมซึ่งเคยล้มไม่เป็นท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะเสียงของกรรมการบริหารพรรคไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับพรรค

ข่าวยังระบุว่า การกลับลำของ “กลุ่มสามมิตร และ ร.อ.ธรรมนัส” ครั้งนี้ ทำให้ขณะนี้เสียงของฝ่ายที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค นำโดย “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล, “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี และประธานส.ส.ของพรรค, “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รมว.ศึกษาธิการ, เกิน 18 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ซึ่งตามข้อบังคับพรรคหากกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง จะทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันสิ้นสุดลง ต้องเลือกชุดใหม่

ข่าวคาดว่าจะมีการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดประชุมใหญ่เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจากได้รับสัญญาณและสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม อีกทางหนึ่งตามข้อบังคับพรรค หากหัวหน้าพรรคลาออกเองเพียงคนเดียว ก็จะทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ขณะที่เรื่องการปรับ ครม.นั้น เป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะตัดสินใจ…”

นั่นเป็นข่าวที่เผยแพร่กันออกมา ปรากฏว่า สมาชิก พปชร.ทั้งหลาย ก็รู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล เพราะ “กลุ่มสามมิตร” นั้น รู้กันว่าเหนียวแน่นมั่นคงกับ “สมคิด” แค่ไหน ขณะที่กลุ่มของ “ร.อ.ธรรมนัส” ก็ไม่มีท่าทีกับเรื่องนี้เลย จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะตัดเยื่อใยสายสัมพันธ์ฉันมิตรกันมานานกับกลุ่มสมคิด

ยิ่งพอเช็กความจริงกันวงในแล้ว “สุริยะ-สมศักดิ์-ร.อ.ธรรมนัส” ไม่มีใครเซ็นใบลาออกตามที่เป็นข่าว จะมีก็แต่กรรมการบริหารรายชื่อเดิมๆ ที่นำโดย “ครูตั้น“ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่เซ็นใบลาออกนำร่องกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ

อุตตม สาวนายน - สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
แว่วว่า สมาชิกพรรค พปชร.ส่วนใหญ่เรียกร้องให้พรรคต้องมีคำตอบ กรณีใบลาออกของ “ครูตั๊นและพวก” เริ่มมีสมาชิกพรรคสอบถามไปยังนายทะเบียนพรรค ว่าจะดำเนินการอย่างไร

สรุปได้ว่า นี่เป็นการปล่อยข่าวลือข่าวลวงทำลายกันอีกระลอกโดยกลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์จากการปรับ ครม.อย่างไม่ต้องสงสัย !!

แล้วก็ถามไถ่กันต่อว่า แล้วทำไมมาเลือกช่วงเวลานี้ปล่อยข่าว

เห็นว่า หนึ่งนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงที่ความหวาดวิตกต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มผ่อนคลาย หลังจากมียอดผู้ติดเชิ้อลดลงเป็นลำดับจนเป็นศูนย์เมื่อวันก่อน มาตรการต่างๆ ที่เคยเข้มงวดก็จะเริ่มผ่อนปรน ซึ่งต่างจากการเคลื่อนไหวคราวก่อนที่โควิด-19 ยังหนัก และยังมีเรื่องการเยียวยาและฟื้นฟูจนกลุ่มเคลื่อนไหวที่อยากเป็นรัฐมนตรีถอยหลังกรูดแทบตกบันได และถูกตราหน้าว่า “เห็นแก่ตัว” ไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน คิดแต่เรื่องอำนาจวาสนาของตนเองและพวกพ้อง รวมถึงท่าทีของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ไม่ต้องการให้มีการเคลื่อนไหวการเมืองภายใน พปชร. ในช่วงที่ทุกฝ่ายกำลังแก้ปัญหาโควิด-19 ให้กับประเทศชาติ

และ สอง นี่สำคัญมาก ที่ทำให้กลุ่มไม่หวังดีเคลื่อนไหวช่วงนี้ คือ “พ.ร.ก.เงินกู้ ล้านล้าน” นั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้าน ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลย่อมล่อตาล่อใจ ทำให้ “ปอบ” ทั้งหลายน้ำลายไหล เพราะหิวจัด หิวมานานจ้องกันตาเป็นมัน !!

แน่นอนว่า หาก “ลุงตู่” ยังวางใจให้ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งนำโดย “รองฯ สมคิด” และ รมว.เศรษฐกิจ อุตตม-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้รัฐบาลมาโดยตลอดทำหน้าที่ต่อไป โอกาสของพวกเขาเหล่า “ปอบหิวโซ” ก็แทบจะไม่มีโอกาสรุมทิ้งงบฯ

ฟังว่า “อุตตม” เจอหน้าสื่อเมื่อวานก็ยืนยันหนักแน่นว่า กระแสข่าวที่ว่าจะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือลาออกไปแล้วด้วย บอกเลยตรงนี้ว่า ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ลาออกอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างสภาพเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันนี้ข่าวก็คือข่าว ตามข้อเท็จจริง รมว.คลัง ยังทำงานเหมือนเดิมตามที่ได้เคยพูดก่อนหน้านี้ เรื่องของพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค สถานการณ์ตอนนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ทำตามนายกฯว่า ให้เอางานนำทุกอย่าง

ตอนนี้ทุกคนก็ถึงบางอ้อ! ...อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เอง!!

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า - ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
คราวที่แล้วถ้าจำได้ หลังจากมีกระแสข่าวป่วนใน พปชร. นายกฯได้เรียก “อุตตม” พร้อมกับ “สนธิรัตน์” ปิดห้องคุยกัน โดยที่กลับออกมาพร้อมคำแนะนำจากนายกฯ และคำมั่น ขอให้ทั้งสองคนทำงานต่อไป ทั้งในตำแหน่งหน้าที่ รมว. และในพรรค พปชร. ปัญหาของพรรคก็ให้ไปหารือกับ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งต่อมาทุกอย่างก็คลี่คลายด้วยดี

ท่าทีลุงชัดซะขนาดนั้น แถมยังมีรายงานว่า “ลุงตู่” เอือมระอากับพฤติกรรมของกลุ่มแกนนำคนป่วนพรรคและชอบหาเรื่องมาให้ ถึงกับว้าก รมว.แกนนำในกลุ่มนี้ไปเบาๆ “ไม่ต้องมาเดินตามผมแล้ว หาแต่เรื่องมาให้โดนด่าและปวดหัวอยู่เรื่อย”

เรื่องคิดว่าจะเงียบและสงบที่ลุงตู่ เพราะลุง “ตัดจบ” ขณะที่ “ลุงป้อม” ก็คอนเฟิร์มไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างไปต่อแล้ว

ที่ไหนได้ มีพวก “วอนนาบี” อยากทึ้งงบ 400,000 ล้าน จนอดรนทนไม่ไหว ออกมาเคลื่อนไหวอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ไม่เห็นหัว “ลุงตู่-ลุงป้อม”

เรียกว่า มีความต้องการไม่สิ้นสุด ไม่เข็ด ไม่จำ ไม่จบ

ก่อเรื่องหนนี้ ตัองดูกันต่อไป “ลุงตู่” จะยังไง ที่แน่ๆ คงจะไม่ใช่แค่ตะคอกแล้วล่ะ .


** “ชวน” เดือดจัด สั่งสอบข้าราชการรัฐสภากราวรูด ที่ปล่อยให้นายทหารเข้าไปนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภา ทำท่าทางที่ไม่สุภาพถ่ายรูปลงโซเชียลฯ เหมือนหมิ่นสถาบันนิติบัญญัติ แต่กรมข่าวทหารบกต้นสังกัด สอบสวนแล้วแค่ว่ากล่าวตักเตือนที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ


ชวน หลีกภัย
เหตุเกิดที่รัฐสภา “สัปปายะสภาสถาน” เมื่อมีนายทหารคนหนึ่งไปนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภา ในห้องประชุมสุริยันที่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ด้วย “แอกชัน” ที่ดูแล้วไม่เหมาะสม แถมถายรูปเอามาโพสต์ลงโซเชียลฯ จนเป็นกระแสดรามา

ทำเอา “นายชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ นายชวน ได้นำคณะผู้สื่อข่าว เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของห้องประชุมก่อนเปิดสมัยประชุมสภา ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ มีนักข่าว ช่างภาพ ขอให้ลองนั่งเก้าอี้ประธานสภา นายชวน ยังไม่ยอมนั่งเลย เพราะถือว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการเปิดสมัยประชุม

แล้วนายคนนี้เป็นใคร ทำไมถือวิสาสะเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวนี้ แถมนั่งในลักษณะที่ไม่เหมาะสมแล้วยังถ่ายภาพไปโพสต์ในโซเชียลฯอีกด้วย ... เหมือนเป็นการหมิ่นสถาบันนิติบัญญัติ ชัดๆ !!

ว่าแล้ว “นายชวน” ก็เรียก “นายสรศักดิ์ เพียรเวช” เลขาธิการสภาฯ และข้าราชการสภาฯที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้าไปสอบถาม ชี้แจงกันเป็นชั่วโมง ...เพราะห้องประชุมนี้ ยังเป็นพื้นที่ห้ามเข้า หากจะเข้าไปต้องได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้รับเหมาหรือเจ้าหน้าที่รัฐสภาเองก็ตาม แล้วปล่อยให้คนนอกเข้าไปได้อย่างไร

...นอกจากยอมรับผิด และกราบขอโทษแล้ว “สรศักดิ์ เพียรเวช” ได้ชี้แจงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภา ว่า มีตั้งแต่ระดับต้น กลาง สูงสุด ซึ่งขณะนี้ของสภาฯ อยู่ในระดับกลาง การเข้าออกห้องประชุมมีการตรวจในชั้นแรก โดย ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้ที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด... ด่านที่สอง สำนักงานเลขาธิการสภาจะป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะให้เข้าได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตและจำเป็นจริงๆ แต่ที่เกิดความผิดพลาดบกพร่องในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงของการขนย้ายข้าราชการมาอยู่อาคารใหม่ แล้วถือโอกาสการพากันเข้าไปชมห้องประชุมสุริยัน และทราบมาว่าข้าราชการสภาฯ บอกแล้วว่าไม่ให้นั่ง แต่นายทหารคนดังกล่าวก็ยังนั่ง และถ่ายรูปด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพ โพสต์ลงโซเชียลฯ จนเกิดกระแสดรามาดังกล่าว

นายทหารนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภาด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพ
แน่นอนว่า ความบกพร่องในหน้าที่ครั้งนี้ ข้าราชการรัฐสภาต้องโดนสอบกันกราวรูด ไล่ตั้งแต่ผู้บัญชาระดับสูงลงมา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือปล่อยละเลยหรือไม่ และการพาบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ขออนุญาต มีความผิดหรือไม่ มีโทษถึงระดับไหน พร้อมกับทำหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัดของนายทหารคนดังกล่าว โดยแจ้งไปทางปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ดำเนินการเอาผิด

ขณะที่ “พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง” รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เผยว่า นายทหารคนดังกล่าวนั้น “สังกัดกรมข่าวทหารบก” ซึ่งเจ้ากรมข่าวทหารบกได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนวินัยทหารแล้ว ... จากการเรียกมาสอบสวน เจ้าตัวก็ยอมรับ และเสียใจในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผู้บังคับบัญชาจึงได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมพิจารณาดำเนินการทางวินัย ฐานแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ และกองทัพบกได้กำชับกำลังพลในการเข้าไปในสถานที่ใดๆ ต้องปฏิบัติตนตามระเบียบของสถานที่นั้น รวมทั้งการระมัดระวังเรื่องกิริยามารยาทเป็นสำคัญ

ในมุมของรัฐสภานั้น ถือว่ากรณีนี้ข้าราชการสภาฯที่รับผิดชอบ บกพร่องต่อหน้าที่ ปล่อยให้คนนอกเข้ามากระทำการที่เข้าข่าย “หมิ่นสถาบันนิติบัญญัติ” ความผิดนี้โทษคงจะหนักหนาเอาการอยู่ ... แต่กองทัพบก ลงโทษทางวินัยเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือนที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ ...ดูจะโทษเบาไปหน่อยมั้ย





กำลังโหลดความคิดเห็น...