xs
xsm
sm
md
lg

“พิมพ์รพี” ฉะ “สนธิรัตน์” เงียบปาล์มราคาตก จี้ผ่านงบตั้งมิเตอร์น้ำมัน สกัดของเถื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)
ส.ส.ปชป.งง “สนธิรัตน์” ล่องหน ปาล์มราคาดิ่งเหว หลังตีปี๊บปฏิวัติปาล์ม ดันบี 10 เป็นน้ำมันพื้นฐาน บี้ ครม.ผ่านงบ 483 ล้าน ตั้งมิเตอร์วัดน้ำมัน สกัดของเถื่อนทะลัก คืนงบประกันรายได้ จ่ายส่วนต่างงวดสามเกษตรกร

วันนี้ (26 เม.ย.) ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทวงถามความคืบหน้าในการนำปาล์มน้ำมันไปผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ประกาศปฏิวัติปาล์มน้ำมันให้น้ำมันบี 10 เป็นน้ำมันพื้นฐานมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีการระบุว่าจะผลักดันให้มีการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นราว 2.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มประมาณ 40% และมีเป้าหมายให้มีการใช้ B10 ปริมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ภายในปีนี้ว่ามีการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว เหตุใดเมื่อมีมาตรการดูดซับปาล์มน้ำมันไปผลิตไบโอดีเซลแล้ว ราคาผลปาล์มดิบยังตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันเหลือเพียงแค่กิโลกรัมละ 2.50 บาทเท่านั้น

“ดิฉันอยากให้กระทรวงพลังงานเข้ามาดูแลกลไกที่จะดำเนินการตามนโยบายดูดซับปาล์มจากระบบไปผลิตไบโอดีเซลว่ามีอุปสรรค ติดขัดตรงไหน เหตุใดจึงยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และจะเร่งรัดดำเนินการให้เกิดผลตามที่วางแผนไว้อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีความมั่นใจอย่างมากว่าราคาปาล์มจะทรงตัวอยู่ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม แต่ตอนนี้หลุดเป้าไปเหลือแค่ 2.50 บาทเท่านั้น ท่านอย่าเงียบหายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะชาวสวนกำลังทุกข์หนัก อยากให้ท่านออกมาสื่อสารกับชาวสวนปาล์ม เหมือนวันที่ท่านตีฆ้องร้องป่าวว่าทำให้ราคาปาล์มขึ้น ไม่ใช่พอราคาตกแล้วเงียบฉี่” ดร.พิมพ์รพีกล่าว

ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำด้วยว่า ครม.ต้องเร่งอนุมัติงบประมาณ 483 ล้านบาท เพื่อติดตั้งมิเตอร์วัดสต๊อกน้ำมมันแบบเรียลไทม์ทันที เพื่อให้ภาครัฐมีเครื่องมือในการวัดปริมาณน้ำมันได้อย่างแม่นยำ นำไปส่การกำหนดนโยบายที่ถูกต้อง และเป็นการสกัดน้ำมันเถื่อนที่ทะลักเข้ามาในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย อีกทั้งต้องเร่งอนุมัติงบประมาณสำหรับจ่ายส่วนต่างให้กับเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้ 4 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรทันที เพราะเป็นโครงการที่เคยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว โดยอนุมัติให้จ่ายค่าชดเชยส่วนต่างไว้ 8 งวด จ่ายไปเพียงแค่ 2 งวด ก่อนจะหยุดจ่ายไปเนื่องจากราคาสูงกว่า 4 บาท ทำให้มีการดึงงบส่วนนี้กลับไปที่งบกลาง จึงอยากให้ตั้งงบประมาณใหม่มารองรับ เพื่อจ่ายงวดส่วนต่างสามให้กับเกษตรกรตามมติ ครม.เดิมที่เคยมีการอนุมัติไปแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...