xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ รับมีงบกลางพอจ่าย 5 พันบาทแค่เดือนเดียว ที่เหลือรอ พ.ร.ก.เงินกู้ คิวต่อไปช่วยเกษตรกร 17 ล้านคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ ขอโทษเงินเยียวยา 5,000 บาท ไม่ทั่วถึง เห็นใจทุกคน คิดทั้งวันทั้งคืน ขอให้ใช้เกิดประโยชน์กับครอบครัว ยอมรับงบกลางที่มีอยู่พอจ่ายแค่เดือนเดียว ที่เหลือรอ พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนต่อไปที่กำลังหารือช่วยเหลือ คือ เกษตรกร 17 ล้านคน



วันนี้ (15 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ว่า การช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการของรัฐบาลทั้งหมด เราต้องคำนึงถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ซึ่งช่วงแรกได้ดำเนินการช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ ในเบื้องต้นทั้งระยะที่ 1-2 เช่น การลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าน้ำ ค่าไฟ คืนเงินประกันไฟฟ้าการเพิ่มจำนวนหน่วยการใช้ไฟฟ้าฟรี การกำหนดให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 เข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเข้าสู่ขั้นตอนการแก้ไขปัญหา การขยายเวลาการชำระหนี้หรือลูกหนี้จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจโดยใช้กลไกงบประมาณทั้งงบปกติ มาตรการทางภาษี มาตรการทางการเงิน ภาคธนาคารรัฐและระบบประกันสังคม ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ ต้องหาวิธีการเพื่อให้การช่วยเหลือ เพราะทั้งหมดเป็นระบบการเงินการคลังของประเทศทั้งหมดถือเป็นห่วงโซ่เดียวกัน หากมีปัญหาก็จะทำให้เกิดความเสียหายทั้งหมดได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการขายทองคำ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องขวัญ และสภาพคล่อง ของบรรดาร้านทองต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ ถ้าหากไม่จำเป็นก็ขอให้ทยอยนำออกมาขาย อย่าขายพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด เพราะถ้าสถานประกอบการไม่มีเงินจ่ายก็จะเกิดปัญหา เงินที่จะเยียวยาประชาชนอาจจะต้องลดลงไปเพื่อนำไปใช้อย่างอื่นอีก ก็ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลเราใช้ทั้งเงินในระบบประกันสังคมและงบประมาณปกติ สำหรับมาตรการที่จะชดเชยรายได้จำนวน 5,000 บาทต่อเดือนนั้น ทราบดีว่ามีความสับสนอลหม่านอยู่บ้างพอสมควร เห็นภาพจากที่มาร้องเรียนที่กระทรวงการคลังวานนี้ (14 เม.ย.) จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกันใหม่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เราได้พิจารณาจากฐานข้อมูลกำลังแรงงานที่มีอยู่ทั้งหมด 37 ล้านคน ประกอบด้วยผู้มีอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบ จำนวน 9,000,000 คน แรงงานในระบบจำนวน 11,000,000 คน และเกษตรกรอีก 17,000,000 คน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับนักศึกษาทั้งที่ทำงานและยังไม่ได้ทำงาน อย่าลืมว่ากฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย จะใช้เงินอย่างไรจะต้องมีการตรวจสอบตนจึงไม่อยากให้รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีเกิดข้อผิดพลาดในตรงนี้ อย่างไรก็ตามตนติดตามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ทุกวัน “ก็เห็นใจและสงสารและถือเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำให้กับทุกคน ผมร้อนใจมากกว่าท่าน”




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพื่อติดตามรวบรวมข้อมูลและบูรณะการข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับกระทบ การรับฟังความคิดเห็น ตรวจสอบการช่วยเหลือและเยียวยาให้ครอบคลุมและทั่วถึง จัดทำข้อเสนอแนะกลไกและขั้นตอนการดำเนินการให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาอย่างแท้จริงปัจจุบันก็มีผู้ลงทะเบียนและได้รับการช่วยเหลือไปแล้วจำนวนหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราจำเป็นต้องใช้เงินจากหลายส่วน ส่วนแรกคือเงินที่เราจะต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปรับโอนงบประมาณ ร้อยละ 10 ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควรเพราะต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรผ่านความคิดเห็นของ ส.ส.และ ส.ว.ซึ่งคงต้องใช้เวลาประมาณเดือนมิถุนายนถึงจะได้เงินก้อนนี้ออกมาใช้ ประมาณวงเงินไม่เกินแสนล้านบาท ที่จะได้คืนมาจากทุกหน่วยงานซึ่งได้ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงไปแล้ว ในส่วนที่สองคือเงินที่จะได้จากการกู้เงิน เป็น พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการการกู้เงินออกมาให้เป็นเม็ดเงินเพื่อที่จะได้นำมาเยียวยาได้ จึงต้องขอชี้แจงว่าถึงวันนี้ยังไม่มีเงินเลยมีเพียงตัวเลขเท่านั้น ซึ่งหลายคนก็นำตัวเลขนี้มาหารแบ่งกันไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลเพียงแต่ได้ตั้งไว้ว่าจะนำเงินจำนวนนี้มาทำอะไรบ้างอีกส่วนหนึ่งคือ ส่วนของ พ.ร.ก.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นการบริหารในส่วนของระบบการบริหารทางด้านการเงินการคลังฟังเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย สับสน และไม่น่าเชื่อถือซึ่งจะส่งผลต่อเรื่องของตลาดหุ้น รวมทั้งระบบธนาคาร

พล.อ.ประยุทธ์ ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท จะมีขั้นตอนและรอการประกาศใช้ก็จะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมซึ่งในการเดินหน้าเพื่อใช้เงินตรงนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ตามขั้นตอนของร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะฉะนั้นน่าจะเงินส่วนนี้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน นี้ วันนี้เราใช้เงินรายจ่ายจากงบกลางปี 2563 และบางโครงการก็เอาคืนมาเพราะยังไม่ได้ดำเนินการก็นำมาช่วยในช่วงนี้ก่อนมีวงเงินอยู่ประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท แค่เดือนเดียว เพราะฉะนั้นในเดือนที่ 2 และ 3 ก็ต้องรอเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ถือเป็นความยากง่ายของรัฐบาล เพราะเงินเหล่านี้ถือเป็นภาระผูกพันของรัฐบาลเพราะเราต้องหาเม็ดเงินมาชำระหนี้ ดังนั้นการกู้เงินจะทยอยกูเป็นก้อนๆ ไม่ได้หมายความว่า เราจะมีเงิน 1 ล้านล้านบาท อยู่ในมือทั้งหมดครั้งเดียว หลายคนอาจจะไม่เข้าใจเอาตัวเลขมาคูณและหาร อย่าลืมว่าอย่างไรก็ไม่ทันในเดือนเมษายนนี้อยู่แล้ว

“ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราจ่ายได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องรอ พ.ร.ก.เงินกู้ และ พ.ร.บ.ที่จะออกมา ในส่วนที่ยังขาดเหลือก็กำลังพิจารณาตรวจสอบคัดกรองอยู่ว่าขาดเหลือตรงไหนและควรจะให้ตรงไหนเพิ่ม หรือมีปัญหาที่ระบบตรวจสอบและคัดกรอง ก็ต้องมาดูให้รอบคอบเพราะวันนี้สถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์สำคัญ ผมยืนยันว่าผมจะพยายามดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ตามขีดความสามารถที่รัฐมีอยู่ ขอให้ทุกคนเข้าใจ การสร้างความเข้าใจและการสร้างความบิดเบือนในทางที่ผิดยิ่งจะทำให้การทำงานยากยิ่งขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะที่เม็ดเงินยังไม่ออกมานั้นในการรองรับช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ก่อนที่ พ.ร.ก.เงินกู้จะมีผลบังคับใช้ทั้งอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัว ค้าขาย รวมทั้งอาชีพอิสระประกันสังคมตามมาตรา 39 และ 40 ประมาณ 9,000,000 คน ซึ่งตอนแรกเรามีเม็ดเงินในการช่วยเหลือคนเพียง 3,000,000 คนซึ่งไม่ได้เป็นโคต้าเพียงแต่นำเม็ดเงินที่มีอยู่มาพิจารณาว่าจะจ่ายได้เท่าไหร่เฉลี่ยแล้วได้ 5,000 บาทต่อเดือน จากจำนวน 3,000,000 คน แต่เมื่อจำเป็นต้องขยายความช่วยเหลือไปเป็น 9,000,000 คนก็ต้องดูว่าจะหาเงินมาจากตรงไหน ซึ่งหลายคนก็เกรงว่าจะไม่ได้รับ แต่ช่วงนี้ก็ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ก็มีปัญหาไม่รู้จะเอาเงินจากส่วนไหนไปโอนให้ ซึ่งก็คงต้องรอสักระยะหนึ่ง แต่ก็เข้าใจความเดือดร้อนของทุกคน

“วันนี้ก็เป็นห่วงคนที่ไปหาผลประโยชน์ซึ่งบางคนมีความลำบากและยากจนอยู่แล้วยังเอาเงินไปจ้างให้คนส่งข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบการคัดกรองของกระทรวงการคลังเพราะทำไม่เป็น ทราบว่าเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,000 บาท โดยไปกู้เงินนอกระบบมาแต่ผลสุดท้ายระบบคัดกรองไม่ผ่านก็เท่ากับเสียเงินไป 1,000 บาท เงิน 5,000 ก็ไม่ได้ ผมถือว่าคนที่แสวงหาผลประโยชน์เหล่านี้เป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ บางคนก็มีการปลอมเอกสารเพื่อไปรับประโยชน์ต่างๆคนเรานี้ไม่คิดว่ายังมีอยู่ในประเทศไทยแต่เชื่อว่ายังมีอีกเยอะ รวมทั้งนายทุนเงินกู้ต่างๆ เมื่อรัฐบาลมีมาตรการต่างๆออกมาก็ควรจะช่วยเหลือรัฐบาลบ้างหากเป็นเช่นนี้ก็ต้องใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างเต็มที่ อย่ามัวแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ทรมาณแสนสาหัสของประชาชน แล้วจะมีความสุขหรือ”นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนที่ยังขาดอยู่ก็คงจะต้องหาเงินเพิ่มมาอีกทั้งจากงบกลาง เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน 45,000 ล้านบาท แต่หลังจากเดือนเมษายนไปแล้วเราก็ต้องรอเงินจะจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ถึงจะมีเงินก้อนไหนออกมา ก็ต้องมาดูว่าในเดือนที่ 2-3-4 เพียงพอหรือไม่แล้วจะให้กันอย่างไร “แต่ทุกคนผมรับรองว่าจะดูแลให้ครบทุกคน”


ในส่วนของแรงงานในระบบประกันสังคม ที่มีรายได้ประจำ ประกันสังคมมาตรา 33 มีอยู่จำนวน 11 ล้านคน วันนี้ได้ใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมประมาณ 2 แสน 3 หมื่นล้านบาท ก็ได้มีการปลดล็อคต่างๆผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการรัฐบาลต้องหามาตรการในการช่วยเหลือวันนี้กระทรวงแรงงานก็จำเป็นต้องไปหาเม็ดเงินเพิ่มถือเป็นการบริหารของกองทุนประกันสังคม ขอร้องว่าอย่าว่ากันไปมาเลย เพราะเงินจำนวนนี้ก็เป็นเงินที่ทำให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้


นายกฯ กล่าวว่า ส่วนต่อไปที่กำลังหารือ คือ เกษตรกร 17 ล้านคน กำลังจะพิจารณาหาเงินจากแหล่งอื่นตามกฎหมายงบประมาณ กฎหมายทางวินัยการเงินการคลีง มาให้เกษตรกรในเดือนแรก และเดือนถัดไปต้องรอเงินกู้เหล่านี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทุกอย่างวันนี้เราทำได้แค่เพียง 1 เดือน ที่เหลือต้องรอ พ.ร.ก.เงินกู้และจะไปดูระยะที่ 2, 3 และ 4 เพราะฉะนั้นบางทีก็พูดกันเกินเลยไป ได้ 3 เดือนบ้าง อะไรบ้าง ยังไม่ได้ข้อยุติเลย ตอนนั้นที่พูดออกไปหลายคนก็ร้อนใจ หลายคนก็อยากช่วยประชาชน บางทีมันก็คืนย้อนกลับมา ตนก็ขอร้องให้ทำความเข้าใจด้วย วันนี้ตนมาพูดในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การให้เงินเยียวยาเหล่านี้ต้องประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง คือ ไม่ใช่แค่ประชาชนอย่างเดียว ธุรกิจ ภาคเอกชน การก่อสร้าง การทำสัญญากู้ เยอะแยะที่เดือดร้อนกันไปหมด รัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดว่ามีเงินเท่านี้เอาไปใช้ตรงนี้ คิดแบบนั้นจบไม่ใช่รัฐบาลแล้ว ถ้าคิดแบบนั้นขอร้องให้ทุกคนทำความเข้าใจด้วย

ในส่วนของมาตรการอื่นๆ วันนี้ได้ให้กระทรวงการคลังไปรับฟังความคิดเห็นโครงการต่างๆ ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง เพื่อมาพิจารณามาตรการเยียวยา ซึ่งการเยียวยามีทั้งให้เป็นรายบุคคล มีทั้งเรื่องซอฟต์โลนหรือมาตรการสินเชื่อดอกเบี่ยต่ำต่างๆ เหล่านี้ ถ้าไม่ช่วยกันเลย มันไปไม่ได้ ถ้าเราใช้เงินอย่างเดียว ให้อย่างเดียว แล้วไม่ดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเอ็นพีแอล หรือหนี้เสีย ในวันหน้า มันก็คือปัญหาเหมือนกัน รัฐบาลต้องรับผิดชอบอีก ทุกคนต้องประคับประคองตัวเองในช่วงนี้ อะไรที่รัฐบาลจะดูแลได้ก็จะดูแลให้มากที่สุด


“ผมเห็นใจจริงๆ ผมคิดทั้งวันทั้งคืน เวลามีปัญหาอะไรมาตนเห็นในโทรทัศน์ สื่อ ในเซลเชียลมีเดีย ตนส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูและกำหนดนโยบาย แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นเรื่องของกระทรวงที่ต้องดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องรับผิดชอบการบูรณาการให้ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องไม่รอว่า พอกลุ่มนี้ได้ 5 พันบาท อีกกลุ่มทำไม่ถึงยังไม่ได้ 5 พันบาท ก็ต้องไปดูในกลุ่มอื่นที่จะทยอยออกมาตามเม็ดเงินที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ก็ขอให้ทุกคนได้เข้าใจ ตระหนักถึงระเบียบกฎหมายในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐด้วย นี้คือ รัฐบาลจะต้องรอบคอบต้องระมัดระวังให้ถูก ไม่ใช่ว่าวันหน้าหลายคนก็จ้องอยู่แล้วจะฟ้องร้อง ดำเนินคดีอะไรต่างๆ ผมคิดว่าถ้าคิดอย่างนั้น แสดงว่า ท่านไม่ได้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม แต่ผมยืนยันว่า ทุกอย่างที่ผมทำจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย วิธีการงบประมาณทุกประการ ทุกกฎหมายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นก็ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วยก็แล้วกัน อย่าไปประท้วงอะไรกันเลย ฟังสักนิด

นายกฯกล่าวว่า ช่วงนี้ก็ลำบากกันทุกคน ถ้าเรามีเงินเยอะๆ เราก็สามารถให้ท่านได้ทุกคนในเวลาเดียวกัน แต่มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจ แต่ขอว่าถ้าท่านดูแลตัวเอง มีการใช้จ่ายอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดในครอบครัว ดูแลลูกและครอบครัวใช้เงินไม่มากนัก ท่านพอจะดูแลได้บ้าง ได้ 5 พัน ก็ไปช่วยที่บ้าน แต่ถ้าเอาเงิน 5 พันบาทไปทำประโยชน์อย่างอื่น อย่างนี้อันตราย วันนี้ตนเห็นในโทรทัศน์เจ้าหน้าที่ก็ไปจับกุมดำเนินคดี เรื่องการกินเหล้า ดื่มน้ำกระท่อม เล่นการพนัน เวลายามยากยังทำอย่างนี้อยู่เลย เรื่องของการพนันต้องกำชับไปแล้วให้เร่งจับกุมตนคิดว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวที่บ้าน สร้างความอบอุ่นในบ้าน หลายคนบอกไม่เคยอยู่บ้านนานขนาดนี้ก็ลองดูแล้วกัน เพราะตนก็อยู่บ้านอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยไปไหนเลย นอกจากจะมาทำงาน ตนก็ปรับตัวไปเรื่อยๆ ตนก็มีความสุขได้อยู่บ้านกับครอบครัวก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่าไปหาอะไรที่เป็นความสุขพิเศษ อยู่บ้านไม่ควรจะอึดอัด เมื่อถึงเวลาที่จะต้องอยู่ก็ต้องอยู่ ขอให้ดูแลครอบครัว บุตร สามีภรรยาให้ดีแล้วกัน หนี้สินต่างๆ ก็รอทำบัญชีดูจะบริหารอย่างไร และอย่าให้ใครเอาเงิน 5 พันบาท ไปแสวงหาผลประโยชน์ วันนี้คนไม่ดียังมีอยู่เยอะพอสมควร

นายกฯกล่าวว่า เรื่องของเงิน 5 พันบาท ตนย้ำว่า ต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบและรักษาสิทธิของตนเอง สิทธิ์ 5 พันบาท ก็ต้อง 5 พันบาท ไม่ใช่สิทธิ์ 5 พันบาทแล้วท่านไปให้คนอื่นจนเหลือแค่ 4 พันบาท หรือ 3 พันบาท มันไม่ใช่ ฉะนั้น ท่านต้องอดทน ต้องขอโทษด้วยถ้าทุกคนยังไม่ได้รับโดยทั่วถึงกัน วันนี้หลายส่วนก็รับฟังจากภาคเอกชน ธุรกิจเอสเอ็มอี ไมโครเอสเอ็มอี ผู้ค้าย่อย ฟังหมดทุกคน ข้อเสนอแยะเยอะไปหมด รัฐบาลก็จำเป็นต้องนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณาว่า จะใช้วงเงินเหล่านี้ทำอะไรได้บ้าง ก็ขอกราบเรียนให้ทุกคนทราบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...