xs
xsm
sm
md
lg

มท.1 จ่อใช้ยาแรงแก้ฝุ่นพิษ เข้มกันโคโรนาแพร่กระจาย เชื่อเอาอยู่ภัยแล้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (แฟ้มภาพ)
"บิ๊กป๊อก" เผยเตรียมใช้ยาแรง สั่งการจนท.ในพื้นที่แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ตามสถานการณ์ กระทบปชช.น้อยที่สุด ยัน รัฐคุมเข้มป้องกันไวรัสโคโรนาแพร่กระจาย สั่งพีอาร์ปชช.ดูแลตัวเอง เชื่อ มาตราการรับมือภัยแล้ง ผ่านช่วงวิกฤตได้

วันนี้ (28ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ว่า ปกติเรามีมาตรการสำคัญที่จะไปลดแหล่งกำเนิดฝุ่น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่งแจ้ง และการก่อสร้างอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีการบังคับใช้กฎหมาย แต่ตนมองว่ายังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในเชิงรับ เช่น เรื่องการจราจรที่มีการตรวจควันดำ รถที่ไม่ผ่านการตรวจก็จะถูกพ่นสีไม่ให้ใช้ สมมติว่ารถผ่านการตรวจเข้าไปในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของ กทม. เป็นจำนวนมากจนเกิดรถติด ต่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานก็ยังเกิดปัญหาพีเอ็ม 2.5 ได้อยู่ดี จึงคิดว่าในบางช่วงเวลาต้องจำกัดการใช้รถประเภทใดประเภทหนึ่งไม่ให้ผ่านเข้าไปในกทม. เพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด พิจารณาความเหมาะสมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะใช้มาตรการเข้มข้นในเรื่องใดบ้าง รวมถึงจะต้องมีการตรวจตราสถานที่ก่อสร้าง ไม่ให้มีฝุ่นฟุ้ง อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องมีการป้องกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปตรวจตรา ส่วนที่เป็นสาเหตุหลักในปัจจุบันคือการเผาในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จ.ลำปาง ซึ่งมีการจุดไฟเผาจริง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกที่จังหวัดน่าน แพร่ และพะเยา จากการติดตามก็พยายามจับผู้ที่จุดไฟเผา แต่สิ่งที่ยากคือการดับไฟ เพราะบางพื้นที่เข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า มีฝุ่นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ต้องมีการประสานเพื่อนบ้าน เบื้องต้นในส่วนของการดูแลประชาชน ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนที่เจ็บป่วย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีอำนาดูแลประชาชนทั่วไป ที่ไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเองได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการจัดซื้อจัดหาเพื่อช่วยเหลือ พร้อมกับให้คำแนะนำการใช้ชีวิตเมื่อค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น

"จากนี้มาตราในพื้นที่จะต้องแรงขึ้น เพราะต้นกำเนิดมาจากคนในพื้นที่เป็นคนทำ แต่จะทำอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ ที่ต้องรีบหามาตราการเอง ซึ่งแต่ละมาตราการต้องส่งผลกระทบต่อประชาชาชนให้น้อยที่สุด แทนที่จะปิดการจราจร ห้ามรถวิ่งผ่านเลย แม้ว่าจะทำได้ไม่ยาก แต่จะกระเทือนไปถึงระบบขนส่งโลจิสติกส์ทั้งหมด รวมถึงการดำรงชีวิตของประชาชน ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการเบี่ยงเส้นทาง ส่วนพื้นที่ใดที่มีปัญหามาก ก็ต้องจำกัดการใช้รถ แต่จะจำกัดรถประเภทใดก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อถึงแผนรับมือไวรัสโคโรนา ว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่ไปแล้ว โดยสามารถติดตามสถานการณ์และคนที่อยู่ในพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือนักท่องเที่ยว ถ้าอยู่ในกลุ่มต้องสงสัยก็ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เช่น อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาล ช่วยกันดูแล หากพบผู้ต้องสงสัยก็จะต้องมีการตรวจ และเข้าสู่ระบบของกระทรวงสาธารณสุขที่มีมาตราการอยู่ อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลประชาชนในพื้นที่ คนที่เดินทางเข้ามาในประเทศแม้จะผ่านการคัดกรองด่านแล้ว แต่จากนั้นก็จะเดินทางกระจายไปอยู่ในทุกพื้นที่จึงเป็นเรื่องยากที่หน่วยงานใดจะไปติดตามได้ นอกจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลร่วมกับพี่น้องประชาชน ในขณะนี้มีการประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทาง เพื่อให้คนไทยรู้จักดูแลตัวเอง พร้อมทั้งกระจายความรู้ไปยังหลายๆ พื้นที่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อถึงมาตราการรับมือรับมือภัยแล้ง ว่า ขณะนี้ทุกคนในประเทศตระหนักแล้วว่าเรากำลังประสบปัญหากับภัยแล้งที่มีปริมาณน้ำน้อย ไม่พอเพียงทั้งการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ซึ่งในเรื่องของการเกษตรก็มีเกษตรกรบางคนปลูกพืชไปแล้วบ้าง แต่ละพื้นที่ก็ต้องแก้ไขปัญหากันไป ยอมรับว่าบางส่วนก็แก้ไขได้ แต่บางส่วนก็แก้ไขไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถจัดหาน้ำให้ได้เลย แม้กระทั่งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วน เช่น จ.สุพรรณบุรี ที่มีบางพื้นที่เกิดความเสียหาย จึงต้องมีการเข้าไปเยียวยาตามกฎหมายต่อไป ส่วนน้ำอุปโภคบริโภคในขณะนี้ ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ของกทม. การประปานครหลวง ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ และสามารถดูแลค่าความเค็มของน้ำได้ ซึ่งไม่มีปัญหาในการอุปโภคบริโภค แต่ยอมรับว่าการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่มีปัญหา แต่เราก็มีมาตราการรองรับ และคิดว่าจะอยู่ได้ในช่วงวิกฤตคือเดือนเมษายน - กรกฎาคม สำหรับประปาท้องถิ่น หรือประปาหมู่บ้าน ก็มีการประเมินสถานการณ์ โดยบางพื้นที่มีปัญหาเราก็พยายามหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม และขุดบ่อบาดาลบ้าง ซึ่งกำลังทำแผนสรุปอยู่ว่าในช่วงต่อไปมีพื้นที่ใดบ้าง ที่จะต้องส่งน้ำไปช่วยเหลือ


กำลังโหลดความคิดเห็น...