xs
xsm
sm
md
lg

“อ้น ทิพานัน”สวน“หมวดเจี๊ยบ”ฟังไม่ได้ศัพท์ สร้างวาทกรรมเกลียดชัง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ  รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย
รองโฆษก พปชร.สวน“หมวดเจี๊ยบ” ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด นายกฯ ไม่ได้ให้เปลี่ยนแค่ชื่อ 7 วันอันตราย แต่ให้บูรณาการทำงาน สร้างจิตสำนึก คำนึงถึงความสุขปีใหม่ สร้างวินัยจราจร ซัfชอบจับผิด สร้างวาทกรรมเกลียดชัง เตือนสติโดนมาแล้ว 13 กระทง ให้ระวังคำพูด

วันนี้(4 ม.ค.) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย วิจารณ์แนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอเปลี่ยนชื่อเรียก 7 วันอันตราย เป็น 7 วันแห่งความสุข ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดว่า ดูเหมือนว่า ร.ท.หญิงสุณิสา จะฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด แนวคิดของนายกฯ ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาแต่เพียงอย่างเดียว การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ และการสร้างจิตสำนึกวินัยจราจรของประชาชน การปรับปรุงพื้นผิวถนน มาตรการต่างๆ ต้องดำเนินการต่อไป

รองโฆษก พปชร.กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนชื่อ เป็นผลทางจิตวิทยา สร้างแรงจูงใจ ในการเปลี่ยนวิธีคิดของประชาชนให้คำนึงถึงความสุขและความปลอดภัยของครอบครัวเป็นหลักในช่วงเทศกาลดังกล่าว เป็นมุมบวกที่น่าจะสร้างการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกมากกว่าที่ผ่านมา

น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า หน้าที่ของฝ่ายค้านที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์ นอกจากตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแล้ว ควรนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วย เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ปัญหาอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ไม่ใช่จ้องจับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ รวมทั้งกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นเรื่องคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ชอบไปจอดรอไฟแดงบังหน้ารถยนต์นั้น ก็เป็นไปเพราะความเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ เหตุใด ร.ท.หญิงสุณิสาจึงสร้างวาทกรรมเพื่อจงใจให้ประชาชนเข้าใจนายกฯ ผิด และสร้างความเกลียดชัง

รองโฆษก พปชร.กล่าวว่า หากจะมีใครต้องระวังปากก็ควรจะเป็น ร.ท.หญิงสุณิสามากกว่า ที่ออกมาวิจารณ์ในลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่ใช่แค่การพูดของ ร.ท.หญิงสุณิสาที่ต้องระวัง การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ เองด้วย เพราะ ร.ท.หญิงสุณิสาเองมีประสบการณ์เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีจากการแสดงความเห็น ทั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ตาม ม.116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ถึง 13 กระทงมาแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...