xs
xsm
sm
md
lg

ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ทำยุทธศาสตร์ฝ่ายค้านป่วน !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เมืองไทย 360 องศา




ก็เป็นอันเรียบร้อยสมตามความมุ่งหมายของ ระดับผู้นำพรรคอนาคตใหม่ที่สามารถขับ 4 ส.ส.ที่ถูกระบุว่าเป็น “งูเห่ากินกล้วย” ออกไปจากพรรคเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ส.ส.ทั้งหมดดังกกล่าวจะหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในเวลา 30 ตามกฎหมายได้หรือไม่เท่านั้น
 
แต่ดูแล้วก็คงไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะหากติดตามความเคลื่อนไหวก็จะพบว่าจะกระจายกันไปอยู่ในสองสามพรรค แต่ที่สำคัญก็คือทั้งหมดล้วนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสิ้น เช่น น.ส.ศรีนวล บุญลือ จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย นายจารึก ศรีอ่อน และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี จะย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา และน.ส.กวินนาถตาคีย์ จะย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

หากเป็นไปตามนี้จริงนั่นก็หมายความว่า 4 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่พวกนี้จะไปเพิ่มเสียงให้กับฝ่ายรัฐบาล นี่ยังไม่นับรวมกับอีก 4 เสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะย้ายขั้วมาก่อนหน้านี้แล้ว

ขณะเดียวกันผลของการขับ 4 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ดังกล่าวทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ถึงกับออกมาโอดครวญว่า จะยิ่งทำให้ฝ่ายค้านยิ่งแพ้มากขึ้น

“ผมเคยเสนอพรรคเพื่อไทยไปว่าให้ใจเย็นๆถ้าจะผลัก ส.ส.ออกไปเขาก็จะไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านก็จะเสียไปเต็มๆ เสียงปริ่มน้ำก็จะไม่ปริ่มน้ำ ถ้าขับออกไป 5-6 คนฝ่ายค้านก็แพ้ ซึ่งเราต้องพยายามชั่งใจมองภาพรวมให้ชัดเจนว่าควรจะทำอย่างไร ขอให้มองในภาพรวมยุทธศาสตร์บ้าง”

“ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ผมมองแล้วเบื้องต้นเป็นการโหวตเกี่ยวกับ พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพล ซึ่งเป็นความจำเป็นต้องทำเพื่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งผมก็ยังโหวตเลย แต่มติพรรคไม่ให้โหวต จึงเป็นความบาดหมางกันในพรรค จนไม่พูดคุยกัน ไม่เชิญเข้าประชุม ทำให้ปัญหาลึกเข้าไปเรื่อย ทั้งที่สาเหตุไม่มีอะไร”

แน่นอนว่าเมื่อพิจารณากันตามตัวเลขทางคณิตศาสตร์มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า 4 เสียงดังกล่าวนี้จะไปเพิ่มให้กับฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ทำให้เสียงของฝ่ายค้านลดลงเรื่อยๆ จนแทบเลย “ปริ่มน้ำ” ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทีไม่ต้องไปนับกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพ ส.ส.จากการถือหุ้นสื่อ รวมไปถึงการที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่พ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครปฐมไม่สามารถรักษาเก้าอี้ที่นั่ง ส.ส.เดิมในพื้นที่เอาไว้ได้ โดยพ่ายแพ้กับผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล รวมไปถึงการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ซึ่งเดิมเป็นที่นั่งของพรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายค้านที่โดนศาลสั่งประหารชีวิตจากคดีจ้างวานฆ่าซึ่งเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านดังกล่าวจะสามารถรักษาที่นั่งเดิมไว้ได้หรือเปล่า

หรือแม้ว่าหากไปเทียบกับกรณีของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐกำลังพ้นสภาพ ส.ส.จากคำพิพากษาของศาลจากคดีอาญาที่ถูกจำคุกจากคดีล้มการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยาเมื่อ 52 รวมทั้งกรณีของ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบเหลืองจากการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่

เมื่อพิจารณากันตามตัวเลขแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า “เข้าทาง” ฝ่ายรัฐบาลจริงๆ โดยเสียงที่เพิ่มเข้ามา 4 เสียงและมีแนวโน้มเพิ่มอีก 4 เสียงจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพียงแค่นี้ก็ถือว่ามีเป็นกอบเป็นกำไม่น้อยเลยทีเดียว สามารถลดเสียงปริ่มน้ำและจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ไม่น้อย

อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาในทางการเมืองในทางสังคมวงกว้างแล้วก็ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับการเคลื่อนไหวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ในครั้งนี้เท่าใดนัก ตรงกันข้ามกลับรู้สึก”เฉยๆ” เพราะจะว่าไปแล้วการลงมติสวนกับมติพรรคในบางเรื่องหากมีการพิจารณาในรายละเอียดจริงๆก็ยังไม่อาจระบุชัดได้ว่าชาวบ้านจะให้การสนับสนุนฝ่ายไหนกันแน่ เพราะเมื่อพิจารณาจากการโหวตสวนร่างพราชกำหนดโอนย้ายอัตรากำลังพลฯที่มี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกขับออกมาครั้งนี้ร่วมโหวตสวนด้วยนั้น หากฟังเหตุผลของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทยที่โหวตเห็นชอบและให้เห็นว่าเป็นความจำเป็นของพระมหากษัตริย์ มันก็ทำให้เกิดความน่าสนใจว่าบรรดาแกนนำหรือที่เรียกว่า “ชนชั้นนำ”ของพรรคมีทัศนคติบางอย่างซ่อนอยู่ภายในหรือไม่

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมดดังกล่าวมาไม่ว่าจะเป็นตัวเลขด้านคณิตศาสตร์ที่ผลักใส 4 ส.ส.จากฝ่ายค้านไปอยู่ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นจนสามารถลดเสียงปริ่มน้ำไปได้ไม่น้อย ขณะเดียวกันในทางการเมืองปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ที่นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในครั้งนี้ ยังไม่สร้างอารมณ์ร่วมจากสังคมทั่วไปได้มากนัก นอกเหนือจากพวกแฟนคลับที่มีอยู่เดิมเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านทั่วไปยังรู้สึก “เฉยๆ”นาทีนี้ถึงได้บอกว่าในทางยุทธศาสตร์ฝ่ายค้านถือว่าเพลี่ยงพล้ำได้ไม่คุ้มเสีย !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...