xs
xsm
sm
md
lg

“เสี่ยป้อม” รวยเกิ๊นน รวยผิดปกติที่อาจชิ่งไปถึง "ผู้พันคนสวย-นายพลคนดัง"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ
          
          
          
          ยังจบไม่ลงง่ายๆ ปม “เฟอร์นิเจอร์หรู” ทั้งนาฬิหาราคาแพง-แหวนเพชรเม็ดเป้ง ของ “เสี่ยป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่โรมรันพันตูจนขยายวงกว้างไปแบบหยุดไม่อยู่

เอาแค่คอลเลกชั่น “นาฬิหาหรู” ของ “เสี่ยป้อม” ก็โดนขุดคุ้ยออกมาอย่างต่อเนื่องจากโลกโซเชี่ยลฯ นับถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 7 เรือนเข้าให้แล้ว

ไล่ตั้งแต่ Richard Mille เรือนแรกที่ทำให้เรื่องแดงขึ้นมา ที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นรุ่นใดแน่ แต่คาดกันว่า น่าจะเป็นรุ่น RM 010 ซึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

เรือนที่ 2 เป็น Richard Mille รุ่น RM30 มูลค่าราว 4 ล้านบาท ซึ่งเพจ “CSI LA” แกะรอยจาก ภาพครั้งที่ “บิ๊กป้อม” ไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.จันทบุรี เมื่อเดือนกันยายน 2560 ในฐานะ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ ในจังหวะยื่นมือไปมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสร้างขวัญกำลังใจ

เรือนที่ 3 นาฬิกา Rolex Cosmograph Daytona Iec Blue Platinum Mens Watch รหัส116506 ราคาปลีกอยู่ที่ 1.9 - 2.4 ล้านบาท

เรือนที่ 4 เป็นยี่ห้อดังขวัญใจผู้หลักผู้ใหญ่เมืองไทย Patek Philippe รุ่น 5960/1A ราคาตลาดอยู่ที่ 1.5-1.66 ล้านบาท

เรือนที่ 5 นาฬิกา AUDEMARS PIGUET Royal Oak Chronograph Automatic Blue Dial ราคาตลาดราว 8 เเสนบาท

เรือนที่ 6 Rolex Yacht-Master Automatic Black Dial 18kt Everose Gold Black Rubber Strap Mens Watch รุ่น 116655BKSRS ราคาตลาดอยู่ที่ 8 เเสนบาท

และ เรือนที่ 7 Omega Speedmaster ’57 Co-Axial Chronograph ราคาอยู่ที่ 9.8 เเสนบาท

แล้วยังมีปรากฏอีกนับสิบๆ เรือน จากภาพถ่ายการปฏิบัติภารกิจในอดีต ที่สังคมคาใจคงไม่ใช่รสนิยม “นักเลงนาฬิกา” ที่เลือกใส่แทบไม่ซ้ำกันของ “เสี่ยป้อม” หากแต่ไม่ว่าจะ 7 เรือนที่เปิดเผยออกมาแล้ว หรืออีกหลายๆ เรือนที่จ่อถูกคุ้ยไปเรื่อยๆ ไม่เคยปรากฏอยู่ในบัญชีทรัพย์สินของ “เสี่ยป้อม” แม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม สมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เมื่อปี 2551 จนพ้นตำแหน่งปี 2554 ตอนครบรอบพ้นจากตำแหน่ง 1 ปี เมื่อปี 2555 หรือเมื่อครั้งยื่นก่อนมารับตำแหน่งรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ปี 2557 ก็ไม่มีการกล่าวถึงนาฬิกา แหวนเพชร หรืออะไรก็ตาม แต่ที่เข้าหมวด “ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป” เลยแม้แต่ครั้งเดียว

จน วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ถึงกับระบุว่า  "นาฬิการาคาแพงของประวิตรโผล่ออกมาทุกวัน และไม่มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. อีกเช่นเคย เชื่อว่าประวิตร คงไม่ได้มีเพียงนาฬิกา 7 เรือนนี้เท่านั้น ยังมี แหวนเพชร แหวนหัวพลอยประดับเพชร พระเครื่องราคาแพง (ข่าวว่าเสด็จมาทางอ่าวไทย) และทรัพย์สินของมีค่าราคาแพงอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ขนาดที่เรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับนาฬิการาคาแพงของประวิตร ถูกเปิดโปงออกมาทุกวัน แต่วันนี้เห็นข่าวทั้ง ประยุทธ์ และประวิตร ยังยิ้มหน้าระรื่น ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อเสียงก่นด่าของคนไทยเกือบทั้งประเทศแต่อย่างใด นึกไม่ถึงเลยว่าพวกคุณจะถือคติ "ด้านได้ อายอด" ได้ถึงเพียงนี้ ในเมื่อพวกคุณยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร ยังด้านหนาเช่นนี้ ประชาชนอย่างเรา ก็จะแฉ วนไปเช่นนี้ไม่หยุดเช่นกัน"

เป็นสัญญาณว่า แม้คนในรัฐบาล โดยเฉพาะตัวต้นเรื่องอย่าง “บิ๊กป้อม” รวมไปถึง นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเล่นบทนิ่งเพื่อสยบความเคลื่อนไหว แต่เรื่องราวเลยเถิดไปไกลขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ฝ่ายรัฐบาลดูจะหาทางลงไม่ได้

ทั้งข้ออ้าง “แหวนแม่ - นาฬิกาเพื่อน” หรือข่าวปล่อยว่า เพื่อสนิทที่ให้ยืมนาฬิกาเพิ่งเสียชีวิต กระทั่งมุกของ "นายกฯ ตู่" ที่ถลกแขนเสื้อโชว์นาฬิกา Seiko ราคาแค่ 2.5 แสนบาท พร้อมยิงมุก "ไซโก้ ใส่แล้ว โก้มั้ย" อวดโอ่ว่า ที่มีอยู่เกือบ 10 เรือน ก็แจ้ง ป.ป.ช.หมดแล้ว พยายามจะช่วย "พี่ป้อม" เบี่ยงกระแส "นาฬิกาหรู" เพื่อเอาฮา แต่กลับ "จืดสนิท" ไปทันที

ก็สังคมติดใจในความร่ำรวยเกินเหตุของ “นายทหารอาชีพ - ข้าราชการบำนาญ” อย่าง “ป๋าป้อม” จนปักใจเชื่อไปแล้วว่า แก้วแหวนเงินทองที่ปรากฏออกมานั้น ได้มาแบบไม่ปกติ จนเกิดเป็นเกมล่า "ขุมทรัพย์เสี่ยป้อม" ที่ปล่อยข้อมูลออกมาได้เป็นรายวัน

แล้วก็ยังพัวพันไปถึงสะตุ้งสตังค์ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นไว้กับ ป.ป.ช. ครั้งล่าสุดปี 2557 ที่ 87 ล้านบาท ซึ่งมีคนเอาไปเปรียบเทียบกับการยื่นบัญชีเมื่อปี 2555 ว่ามีในส่วนของเงินสด งอกขึ้นมา กว่า 31 ล้านบาท โดยไม่มีการแจ้งที่มา ทั้งที่ในช่วง 2-3 ปีนั้น “ป๋าป้อม” นายทหารนอกราชการ มีรายได้เต็มที่เพียง 12 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของ “เงินลงทุน” ที่มีระบุไว้นั้น ก็ดูจะหดหาย ไม่ได้กำรี้กำไรอีกต่างหาก จนน่าแปลกใจว่า ป.ป.ช. ในฐานะ “องค์กรปราบโกง” ก็ไม่เห็นจะติดใจสงสัยอะไร

แรงกดดันจึงตีกลับไปที่ ป.ป.ช. ว่า ประเด็นต้องเรียกให้ “เสี่ยป้อม” ชี้แจงนั้นไม่ใช่แค่ "นาฬิกาเพื่อน - แหวนเพชรแม่" ที่ปรากฏเมื่อครั้งถ่ายภาพหมู่ ครม.ประยุทธ์ 5 เท่านั้น แล้วยังต้องชี้แจงไปถึงนาฬิกาที่ปรากฏตามสื่อหลัก-สื่อโซเชียล อีกนับสิบๆเรือน ด้วยว่า ทั้งหมดหยิบยืมเพื่อนมาหมดเลยหรือเปล่า 
          
          ตลอดจนต้องไม่ลืมถามไปด้วยว่า รวยอะไรหนักหนา ช่วงแค่ 2-3 ปีนั้น เงินถึงงอกขึ้นมา 30 กว่าล้านบาท ทั้งที่ช่วงนั้นเศรษฐกิจตกต่ำ คนจนก็จนเอ๊าจนเอา แบบนี้

เรื่องแบบนี้ติดตามกันไม่ยาก อย่าง "นาฬิกาหรู" ราคาเป็นแสนเป็นล้าน ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน ไม่ว่าจะยี่ห้อ Richard Mille, Rolex, Patek Philippe หรือ Omega ถ้าซื้อในประเทศไทย ก็มี "ผู้แทนจำหน่าย" อยู่ไม่กี่เจ้า ซึ่งก็เห็นมีสื่อบางค่ายติดต่อสอบถามไป ก็ไม่ปรากฏชื่อ “ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เป็นผู้ซื้อ แม้แต่เรือนเดียว

หรือหากหิ้วมาจากเมืองนอก ก็ไม่ยากไปใหญ่ ทุกเรือนต้องมีหลักฐาน Serial Number ระบุให้เสร็จสรรพ หนึ่งเพื่อการันตีว่าเป็นของแท้ ไม่ใช่ของก๊อปเกรดพรีเมี่ยม สองเพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านการซื้อทรัพย์สิน ที่เมืองนอกค่อนข้างจะซีเรียส

เมื่อไล่ถาม “ป๋าป้อม” ถึงนาฬิกาแต่ละเรือน พอได้ Serial Number มา ก็ตามต่อนิดหน่อยก็รู้ว่าซื้อมาจากร้านไหน หรือใครเป็นคนซื้อ ดูจาก "ต้นขั้วใบเสร็จ" ได้อยู่แล้ว
          
          กลัวก็แต่ขุดไปขุดมาจะเจอ "ตอ" นั่นสิ

เพราะเห็นว่าตามให้ตาย ก็ไม่เจอชื่อ "รองฯ ป้อม" เป็นคนซื้อหรอก บางเรือนอาจจะเป็นเพื่อนนักธุรกิจที่คบกันมา 40 ปี แล้วเพิ่งเสียชีวิตจริง แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นก็บางเรือนมันเป็นชื่อ "คนรู้ใจป๋าป้อม" นั่นซิ

อิหรอบนี้ ข้อหา "ร่ำรวยผิดปกติ" อาจพ้นตัว “ป๋าป้อม” ไปแบบชิลล์ๆ แต่พาลจะชิ่งไปถึง “คนรู้ใจ” ที่ดันเป็น "ผู้พันคนสวย” ที่ยังเป็น “ทหารในราชการ" แล้วยังอาจเลยเถิดไปถึง "นายตำรวจยศ พล.ต.ต.คนดัง" ที่เมาท์กันว่า เสิร์ฟให้นายไปหลายเรือนเหมือนกันด้วย
          
          นี่ละมั้งที่ทำให้ “เสี่ยป้อม” ถึงกับออกปากว่า “เหนื่อย” !! 
          
          
          
กำลังโหลดความคิดเห็น...