รองนายกฯ รับทราบแต่ปัดโต้ “สมชาย” โวยปลาสองน้ำหรือออกกฎหมายสองมาตรฐาน เมินตอบ กกต.ตั้งสอบ 9 รมต.ถือหุ้น โยงเอาคืนปมเซตซีโร่หรือไม่ มองเป็นการทำหน้าที่ตามปกติ ยกคำพระ “อจินไตย” โต้ จ้องเซ็ตซีโร่แต่กกต. ระบุ ถ้าองค์กรอิสระอื่น มีโครงสร้างเหมือนกัน ก็โดนด้วย
วันนี้ (7มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังมีข้อขัดแย้งเรื่องการเซ็ตซีโร่กกต.รวมถึงองค์กรอิสระอื่นๆ และมีการอ้างเหตุผลเรื่องปลาสองน้ำ ว่า ตนรับทราบเสียงวิจารณ์แต่ไม่ขอตอบอะไร เพราะถ้าพูดออกไปก็จะกลายเป็นการปะทะคารม ตนไม่ตั้งใจจะไปโต้เถียง โต้แย้งใดๆกับเขา เพียงแต่ก่อนหน้านี้ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุผลของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนคำว่าปลาสองน้ำนั้นก็มาจากคำถามของผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามขึ้นมา แต่ตนไม่ได้อุปมาขึ้นมาแต่อย่างใด แต่ถ้าคำนี้จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ก็ไม่เป็นอะไร ทั้งนี้ ตนไม่ขอตอบอะไรในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่ว่าเมื่อกกต.ระบุว่าจะหยิบยกเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของ 9 รัฐมนตรีให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถือเป็นเงื่อนไขต่อประเด็นเซ็ตซีโร่กกต.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี 9 คนนั้นได้มีผู้นำไปร้องเรียนต่อกกต.มาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ซึ่งกกต.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ และตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะกกต.เขาก็ต้องทำตามหน้าที่
เมื่อถามว่า คิดว่าเหตุใดจึงเพิ่งจะหยิบขึ้นมาพิจารณาในช่วงนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่พูด และไม่คิดว่าเป็นการตั้งเงื่อนไขเพื่อต่อรองอะไร รู้สึกเฉยๆเพราะคิดว่าเป็นการทำหน้าที่ตามปกติ เมื่อมีคนไปร้องเรียนกกต.ก็ต้องตรวจสอบ ตนยังนึกว่าเขาตั้งกรรมการตรวจสอบเสร็จไปตั้งนานแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้วินิจฉัยอะไร แต่ปรากฏว่าเขายังไม่ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาก็ไม่เป็นไร เมื่อถามถึงกรณีที่9รัฐมนตรีถูกร้องให้ตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นนั้นจะเป็นปัญหาได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีของคนอื่นตนไม่สามารถตอบแทนเขาได้ แต่กรณีของตนไม่ได้มีปัญหาเรื่องการถือหุ้น แต่ถูกทักท้วงในเรื่องอื่น ซึ่งผู้ที่ทักท้วงก็ไม่ใช่กกต. แต่เป็นบุคคลอื่นที่ไปยื่นร้อง แต่กรณีของตนถูกนำไปพูดปะปนกับของคนอื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่าการนำเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี 9 คนนี้มาเป็นเงื่อนไขกับการไม่เซ็ตซีโร่กกต.หรือไม่ นายวิษณุ ย้อนถามว่า “แล้วคุณมองอย่างนั้นหรือไม่” ผู้สื่อข่าวกล่าวกลับไปว่า ก็สามารถมองได้ นายวิษณุจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปเขียนว่าคุณมองอย่างนั้น แต่สำหรับผมไม่ทราบ ไม่สมควรคิด และไม่กล้าคิด ซึ่งทางพระใช้คำว่า อจินไตย ไม่ควรแม้แต่จะคิด ว่ามีคนอย่างนี้อยู่”
เมื่อถามว่า กรณีของกกต.จะมีผลกระทบต่อองค์กรอิสระอื่นๆด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เอาไว้ให้ไปถึงกฎหมายอง๕กรอิสระอื่นๆก่อนแล้วค่อยมาพูดกัน หรือมาถามตนอีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นบรรทัดฐานต่อองค์กรอิสระอื่นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สิ่งที่ตนเคยตอบแล้วก็ชัดเจน ถ้าใครยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นอะไร อีกไม่กี่วัน ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้สนช.ก็จะลงมติอยู่แล้ว
“ผมเคยตอบไปมากแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติ เราพูดกันถึงเรื่องโครงสร้าง ดังนั้นคำว่าโครงสร้างแปลว่าอะไร ถ้าปัญหาเรื่องโครงสร้างเกิดขึ้นกับองค์กรอื่นก็ต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ส่วนคุณสมบัติเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โครงสร้างก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ช่วยไปศึกษาหน่อยนะครับ หรือไปถามกรธ.ก็ได้เพราะเห็นไปนั่งสัมภาษณ์กันอยู่ทุกวัน ไปถามกรธ.ดูว่า โครงสร้างของกกต.ต่างกับโครงสร้างองค์กรอิสระอื่นๆอย่างไรตามรัฐธรรมนูญ ถ้าเหมือนกันก็ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน จะมาตรฐานซ้าย มาตรฐานขวา หรือมาตรฐานเซ็ตซีโร่หรือมาตรฐานอื่นก็ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันถ้าอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน” นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า กรธ.เคยระบุความเห็นแนบส่งให้กมธ.ฯว่าไม่จำเป็นต้องเซ็ตซีโร่กกต. นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้(7 มิ.ย.)ก็รอฟังเขาแถลง เห็นว่าจะมีคนไปสัมภาษณ์เขา เมื่อถามว่า กกต.ระบุทำนองว่ามาเล่นแง่กับกกต.เพียงองค์กรเดียว ทำไมไม่ทำกับองค์กรอิสระอื่นด้วย เช่น ป.ป.ช. นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องขององค์กรอื่นยังมาไม่ถึง ในเมื่อเรื่องของกกต.มาถึงก่อนก็ต้องพูดถึงก่อน เช่นเดียวกับถ้าคุณไปจอดรถในที่ห้ามจอด แล้วตำรวจมาจับ คุณก็ถามตำรวจว่ามาจับผมทำไมทั้งที่มีรถอีกหลายคันที่จอดเหมือนกัน ตำรวจก็บอกว่ามาเจอรถของคุณก่อนเลยจับก่อน เดี๋ยวไปเจอรถคันอื่นก็ค่อยว่ากัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะกลายเป็นมีเรื่อง มีปัญหามารุมเร้ารัฐบาลจนกระทบต่อการทำงานหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า แล้วจะให้ตนตอบว่ากลัวหรือไม่กลัว ตนไม่ตอบ