xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” ชี้อาเซียนต้องรวมกลุ่มข้าวต่อรองมหาอำนาจ ลั่นพวกโกงคือคนชั่ว แต่รับยังมีเล็ดลอดบ้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ บอกมีความสุขได้พบชาวนา พูดเร็วเพราะอยากให้แก้เร็ว ชี้ต้องแก้ครบวงจร ดึงคนรุ่นใหม่กลับนา ให้อาเซียนรวมกลุ่มต่อรองมหาอำนาจ อ้างปัญหาหมักหมมทำรายได้ยังไม่ดีขึ้น ยันต้องปฏิรูป อย่าฟังคำบิดเบือน ฝาก ก.เกษตรฯ สอบคลิปกุ ธ.ก.ส.หักหนี้เก่า แนะปลูกในสิ่งที่ตลาดต้องการ รับใช้เงินเยอะแก้ หนุนดูรายการเกษตรบ้าง ลั่นพวกทุจริตคือคนชั่ว แต่รับมีเล็ดลอดบ้าง ถามฝนตกเก็บน้ำหรือยัง

วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560 พร้อมกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ตนมีความสุขที่ได้พบกับเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาของประเทศไทย ถือว่าวันนี้เอาหัวใจมาพบกัน และการที่ตนพูดเร็วก็เพราะเราทุกคนต้องการให้การขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว การพูดช้าแต่ทำเร็วถือว่าไม่เป็นไร แต่การที่พูดเร็วและทำเร็วถือว่าจะทำงานได้เร็วเป็นสองเท่าก็ยิ่งเป็นการดีเพื่อแก้ปัญหาให้กับทุกคน วันนี้ทุกคนทราบดีว่าปัญหาของชาวนาคืออะไร มีวิกฤตมีโอกาสและความเสี่ยง ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันจะให้ใครคนใดคนหนึ่งทำอย่างเดียวไม่ได้ แม้แต่รัฐบาลที่มีอำนาจมากมาย เนื่องจากปัญหาเกี่ยวพันกันหลายอย่าง ต้องขอบคุณชาวนาทุกคนที่เสียสละแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทให้กับส่วนรวม เพราะเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละอย่างมากต้องผลิตข้าวให้กับประชาชนทั้งประเทศ สร้างรายได้จากการส่งออกให้แก่ประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี

“บรรพบุรุษของผมเองก็ทำไร่ ทำนา ทำสวน ค้าขายตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย รู้ดีว่ายากลำบากแค่ไหน ต้องใช้เวลาความอดทนและความอุตสาหะ วันนี้ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรเมื่อเราปลูกข้าวแล้วจะมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและทันต่อการเจริญเติบโตของเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าทุกอย่างราคาแพงขึ้นทั้งหมดมีอย่างเดียวคือสินค้าการเกษตรที่ราคาปรับลดลง ถือเป็นวิกฤตและความเสี่ยง แต่เราหยุดทำการเกษตรไม่ได้เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีรายได้จากเกษตรกรรมเป็นสินค้าส่งออก ที่มีมูลค่าสามารถเลี้ยงประเทศได้ในระยะเวลาอันยาวนาน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงมีโครงการที่จะนำคนรุ่นใหม่กลับเข้ามาทำการเกษตรให้มากยิ่งขึ้นเยาวชนที่เข้ามาเรียนหนังสือจะต้องกลับไปยังภูมิลำเนา ดังนั้นชาวนาต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับลูกหลาน ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็จะนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ด้วย ก็จะทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้นจากผลผลิตที่มีการพัฒนาและต่อยอด ดังนั้นการปลูกข้าวไม่ใช่จะแก้ปัญหาที่ราคาข้าวเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ครบวงจร ต้องรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองกับกลุ่มประเทศที่เป็นมหาอำนาจ เพราะฉะนั้นอาเซียนเองจะต้องมีความเข้มแข็ง ซึ่งต้องเริ่มต้นจากตัวเราเองขึ้นมาก่อนจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อสร้างความเข้มแข็งเป็นการรวมตัวกันเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ มีอำนาจต่อรองไม่ใช่รวมตัวกันเพื่อสู้กับรัฐบาลเพราะรัฐบาลเป็นเพียงผู้ที่อำนวยความสะดวก เป็นผู้กำหนดกติกา กฎเกณฑ์ รักษาความเป็นธรรมส่งเสริมความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถ ซึ่งประชาชนเองก็ต้องเดินไปพร้อมพร้อมกับรัฐบาล เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างเรียกร้องก็ไปกันไม่ได้ทั้งหมด" นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้เคยเสด็จฯ ในงานของชาวนาไทยและทรงมีพระราชดำรัสว่าชาวนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ แต่วันนี้กระดูกสันหลังของชาติจะต้องไม่งองุ้ม ต้องลืมตาอ้าปากได้ ทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลปัจจุบันได้พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปชาวนาไทย อย่าบอกว่าวันนี้ยังไม่เห็นมีรายได้อะไรดีขึ้น เพราะจะดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อปัญหาหมักหมมมานานทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การแปรรูป หรือการจำหน่าย การแก้ปัญหาอาจจะไม่ได้ผลเร็วมากนักแต่เชื่อว่าทุกอย่างดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาวความยั่งยืนจะเกิดขึ้นอย่างที่กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่าประเทศจะต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เราต้องทำการเกษตรแบบดั้งเดิมให้ไปสู่ยุคสมัยใหม่ เป็นไทยแลนด์ 4.0 เราต้องก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเข้มแข็งให้ได้

“ผมไม่เคยดูถูกชาวไร่ชาวนา แต่ต้องยอมรับว่าทุกคนไม่มีความเท่าเทียมกัน ที่เห็นอย่างชัดเจนอย่างเดียวที่ทุกคนมีความเท่าเทียม คือ อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ถือเป็นความเท่าเทียมที่ทำให้ทุกคนมีส่วนแบ่งในหุ้นส่วนทุกๆ กิจกรรมสมกับฐานะของตัวเอง อย่าไปฟังคำบิดเบือนต่างๆ ต้องดูว่าหากทำให้ดีแบบเดิมนั้นมีผลเสียหายหรือเปล่า ซึ่งผมไม่อยากจะพูดไปถึงสิ่งที่ผ่านมา” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เกษตรกรควรปลูกพืชผสมผสาน ส่วนหนึ่งก็ปลูกข้าว อีกส่วนหนึ่งก็ปลูกพืชชนิดอื่น แม้ยังไม่มีความพร้อมก็ต้องเริ่มไป เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลอยู่ได้จากประชาชน เราจึงต้องทำงานควบคู่กัน ต้องทำระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับกลุ่มทุน และทำความเจริญให้เกิดขึ้นทุกภาค

“รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องมีธรรมาภิบาล วันนี้มีข่าวลือทำจากคลิปวีดีโอและเขียนข้อความว่า ธ.ก.ส.ไปหักเงินหนี้เก่าชาวนา ผมก็ให้ตรวจสอบอยู่ ไม่มีการไปหักหนี้ชาวนา อะไรให้ก็คือให้ หากให้ไม่ได้ก็ต้องรอก่อน มันต้องชัดเจนก็ฝากกระทรวงเกษตรฯ ไปตรวจสอบดูด้วย ประเทศไทยมีพืชการเกษตรที่เราต้องช่วยเหลืออีกเยอะ จะมาให้เงินอย่างไม่ได้ หากให้อย่างเดียวมันจะให้ได้นานแค่ไหน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้เกษตรกรต้องปลูกในสิ่งที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นปริมาณเหมือนที่ผ่านมา การปลูกข้าวที่ทำให้เสียหาย ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เป็นปัญหาและหากปลูกตามใจตัวเองแล้วสุดท้ายข้าวก็เสีย ท่านเสียดายกันหรือไม่ แล้วดินก็เสียเพราะไปบิดพันธุ์ข้าว จากเดิมปลูกข้าวหอมมะลิ แต่ปรับไปเปลี่ยนปลูกข้าวนาปรัง เพื่อให้ได้ขายปริมาณมากมันก็ทำให้ดินเสีย ข้าวก็ไม่ได้คุณภาพ อย่าไปเอาประโยชน์ในอนาคตมาใช้ สุดท้ายก็เสียดายข้าวทั้งหมด

“อย่าคิดว่าทำอะไรรัฐบาลก็อุดหนุน อย่าคิดอย่างนั้น มันจะล้มกันหมด เพราะรัฐบาลก็ต้องนำงบประมาณไปลงทุนอย่างอื่น ผมไม่ใช่การเมืองแต่ก็เห็นใจเกษตรกรทุกท่าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ 3 ปีที่ผ่านมา เราใช้เงินไปมากพอสมควรในการแก้ปัญหา โดยปี 60 สิ่งที่ต้องทำทั้งบรรเทาความเดือดร้อนแต่ไม่ยั่งยืน สร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมการร่วมกลุ่ม ทำเกษตรแปลงใหญ่ มีศูนย์ข้าวชุมชน ร่วมกับศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดี เพราะทางราชการผลิตให้ไม่พอ เกษตรแปลงใหญ่แยกปลูกเป็นเมล็ดพันธุ์ แยกปลูกไว้ขาย พร้อมต้องดูรายการที่ให้ความรู้การเกษตร ไม่ใช่เปิดดูคลิปทะเลาะกันทุกวัน ไม่อย่างนั้นวันหน้าคิดกันไม่ออก สนใจเพื่อเป็นความรอบรู้พอแล้ว บางเรื่องขยายไปก็ไร้ค่า สุดท้ายไม่มีใครดี ตำรวจ เจ้าหน้าที่ รัฐบาล ตน แย่ไปหมด ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา ความมั่นคงไม่เกิดขึ้น เสถียรภาพไม่เกิดขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจจากภายในและนอกประเทศไม่เกิดขึ้น บางคนนึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน วันๆ นั่งเขียนด่าคนอยู่อย่างนี้ ถ้าอ่านแล้วเชื่อหมดก็บ้า ไม่อ่านมันเลยก็โง่ ไอ้คนพวกนี้เขียนอย่างเดียวด่าคนทั้งวัน ไม่ต้องทำอะไร ไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมากิน มันมีหลายอย่างสนับสนุนพวกนั้นพวกนี้

“รัฐบาลให้ความสนใจทุกอัน ที่เป็นห่วงเป็นใย มีเจตนารมณ์อยากช่วยรัฐบาล ผมก็เอามาแก้ เอามาฟัง ทุจริต มีปัญหาเดือดร้อน ถนนหนทางก็แก้ให้หมด อันมีประโยชน์ก็มี แต่ที่ไม่มีประโยชน์อย่าไปอ่านมากนัก คนไทยติดนิสัยรื่นเริงตนไม่ได้ว่า เป็นอัตลักษณ์ของเรา ชอบข่าวสนุกสนาน ตื่นเต้นทั้งวัน จนลืมสิ่งที่จะต้องทำจริงๆ ฝากกลับไปคิดด้วยแล้วกัน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ทุกคนมีหนี้สิน ปัญหาไม่เท่ากัน วันนี้รัฐบาลพยายามตั้งกองทุนแก้ปัญหาหนี้สิน วันนี้มีคนจดทะเบียน 14 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 1 แสนบาท แล้วมันเกิดตอนตนเป็นนายกฯหรือเปล่า เกิดมากี่รัฐบาลแล้ว ซึ่งเคยจดทะเบียนให้เห็นอย่างนี้ไหม ไม่ใช่รัฐบาลนี้ทำให้คนจนมากกว่าเดิมเป็น 14 ล้านคนอย่างที่เขาบอก แล้วมาบอกอย่าไปจดเดี๋ยวถูกล้วงความลับ มันมีความลับอะไรนักหนากับรายได้ ที่ให้จดทะเบียนรัฐบาลจะได้แยกแยะได้ออก บอกว่าทุกคนต้องเท่าเทียม แล้วเท่าเทียมกันได้หมดไหม เมื่อพื้นฐานไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือต้องแตกต่างกัน ไม่มีเงินพอ เว้นวันหน้ามีเงินพอ ขายข้าวได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าจะได้มีรายได้เข้าประเทศจะได้มาดูทั้งหมดเท่ากัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญทั้ง 3 ระดับเท่ากันหมด คนข้างบนที่เป็นห่วงโซ่ใหญ่ต้องดูแลเขาในเรื่องกติกา กฎหมาย อำนวยความสะดวกเพื่อให้มีการค้าขายมากขึ้น ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย แต่มีผลประโยชน์ตามมาข้างล่าง ที่ผ่านมามันแยกกันเกินไป รัฐบาลเอาทั้งหมดมารวมกัน โดยมีกลไกประชารัฐเข้ามา ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เขา ไม่เคยให้อะไรเขาเลย แต่ให้เขามาทำให้เรา ต้องไว้ใจจะเดินตรงนั้นอย่างไร และแผนยุทธศาสตร์ข้าวต้องชัดเจนมีแผน 5 ปีคือ ปี 60-64 โดยไม่ใช่แค่เขียนแล้วไม่ทำอะไรเลย ถ้าสร้างนโยบายออกมาไม่สั่งการ ไม่ขับเคลื่อน ไม่แปลนโยบายสู่การปฏิบัติไม่ได้ โดยตนสั่งการเหมือนทหาร แล้วไปเขียนเป็นแผนออกมาจะทำอะไรก่อน อะไรหลัง แล้วข้างล่างนำไปปฏิบัติ เข้าใจกันตั้งแต่ข้างบนลงข้างล่าง และติดตามประเมินผลนี้คือการบูรณาการ วันนี้คนไทยต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ถ้าไม่สร้างจะถูกชักจูง จนทำอะไรไม่ได้เลย รัฐบาลก็ทำอะไรใหม่ๆไม่ได้ เพราะไม่เหมือนของเดิม ถ้าทำเหมือนของเดิมก็ไม่เข้มแข็ง ไม่ยั่งยืน มันก็มีทุจริต

“ผมไม่ปฏิเสธว่าอาจจะยังมีคนชั่วอยู่ ไอ้คนทุจริตคือคนชั่ว ต้องไม่มีอีก วันนี้ผมประกาศไปทุกที่ แต่ก็ยังมีเล็ดรอดอยู่ ซึ่งมีอยู่ 2 อย่าง คือ เรียกร้องเอง และสมยอมให้กับเขา มันต้องแก้ทั้งสองอัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวใครทั้งสิ้น เพราะผมไม่เคยให้ใครไปเรียกใคร มีแต่ว่าช่วยเขา ให้เขา แต่อย่างว่าความจำเป็นคนไม่เท่ากัน” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ต้องใช้เศรษฐกิจพอเพียง อย่าใช้เกินความจำเป็น ถ้าเราไม่แก้สังคมไปด้วยมันไปไม่ได้ทั้งหมด ต้องเริ่มตั้งแต่ครัวเรือน เริ่มแต่สถานศึกษาในโรงเรียนต้องไปอบรมกันแบบนี้ในทุกเรื่อง สอนทั้งเรื่องธรรมาภิบาล ประชาธิปไตย การเมือง เพราะทุกอย่างมันสับสนอลหม่านไปหมดในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ตนจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตนอยู่ และต้องช่วยกัน เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนตาม ไปด้วยกัน อย่าใครนำใคร ยุทธศาสตร์การเพาะปลูกและการผลิตข้าวตรงนี้ถือว่าสำคัญ อยู่ที่การใช้น้ำ บริหารน้ำ เพื่อให้เพียงพอ ปีนี้ฝนตกมากแต่เก็บน้ำได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะทำเขื่อนไม่ได้ เขื่อนเดิมทำสมัยสภาพอากาศไม่เปลี่ยนแปลง วันนี้เมื่อโลกสภาพอากาศเปลี่ยน แปลง ฝนเลื่อนตกลงมาทางใต้มากขึ้น วันหน้าภาคเหนือฝนอาจไม่ตกก็ได้ จะเห็นได้ว่าเลื่อนมาตกนอกเขื่อน ใต้เขื่อนแล้ว แล้วเราไม่มีเขื่อนรองรับน้ำที่ตกใต้เขื่อน สร้างไม่ได้ นี้คือปัญหาน้ำท่วมบ้านเรา น้ำมากไม่มีที่กักเก็บ ไม่มีการะบายน้ำที่ดีเพียงพอ ได้แต่ทิ้งไปไหลท่วมเหมือนปี 54 พอบริหารจัดการน้ำไม่ดีไปกันใหญ่เลย ที่ผ่านมา 3 ปีต้องอย่าลืมว่ารัฐบาลคุมเรื่องนี้ไว้ได้พอสมควร ใช้วิธีการการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งต้องดูว่าจะอะไรไม่ใช่เข้า กทม.ท่วมทุกที

นายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องร่วมมือกับรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร สิ่งที่กังวลคือเกือบทุกจังหวัดวันนี้ฝนตก แต่จะเริ่มตกน้อยลงเพราะฝนมาเร็ว หากปีไหนฝนมาเร็วตกเป็นระยะสั้นๆ ซึ่งเตรียมความพร้อมหรือยัง หรือระบายน้ำทิ้งไปหมดแล้ว เพราะกลัวน้ำท่วมนา พอวันหน้าก็แล้งแล้วให้รัฐบาลช่วยอีก ตนทำให้ฝนตกไม่ได้ หลายอย่างเป็นปัญหาพันกันหมด ตัดไม้ทำลายป่า และปลูกพืชในที่ไม่ควรปลูก ทั้งนี้ต้องมีการสมดุลการพัฒนา การใช้พื้นที่ ร่วมกับการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ใช้การบริหารบริหารประเทศแบบตะวันตกคือต้องเร็ว และแบบตะวันตกคือแบบยั่งยืน ไม่ใช่ทำการเกษตรอย่างเดียวแล้วประเทศอยู่ได้ ต้องมีอุตสาหกรรมที่ไม่สร้างมลพิษ ที่แก้ปัญหาได้ เคารพซึ่งกันและกันในเรื่องสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสังคม จะปล่อยให้รัฐบาล ประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ ภาคธุรกิจต้องดูแลตัวเองและประชาชนด้วย ไม่ใช่ทำตามกฎหมายอย่างเดียว


กำลังโหลดความคิดเห็น