xs
xsm
sm
md
lg

“ประยุทธ์” ถก กอร.รส. ขอบคุณ จนท.-จิตอาสาอำนวยความสะดวก ปชช. แนะทำงานเชิงรุก อย่ายึด กม.อย่างเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นายกรัฐมนตรีประชุม กอร.รส. ขอบคุณเจ้าหน้าที่-จิตอาสาทำงานเต็มที่ อำนวยความสะดวกประชาชนอย่างดี พร้อมให้ทำงานเชิงรุก อย่ายึดกฎหมายอย่างเดียว เน้นทำความเข้าใจ เตรียมแผนรับมือในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แนะระบุชื่อผู้เข้าสักการะพระบรมศพ ป้องกันแทรกคิว ขณะเดียวกันช่วยกันชี้แจงสกัดพวกบิดเบือนทางโซเซียลฯ เจอ ปชช.ร้องช่วยราคาข้าว รับปากดูแล แต่ให้ไม่ได้ 15,000 บาท/เกวียน ด้านเลขาฯ คสช.สั่งรับมือปัญหาจราจร จากโรงเรียนเปิดเทอม

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ณ บริเวณท้องสนามหลวง วันนี้ (31 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการ กอร.รส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาเข้าเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่งนั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ศตส. พล.ท.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ ได้ขอบคุณพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทุกคน พร้อมสอบถามว่า “เหนื่อยไหม ทำให้ประชาชนนะ เหนื่อยไม่ได้ ขอให้ช่วยกันทำงาน”

โดยที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณอีกครั้งสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกส่วน ตนเข้ามาในครั้งนี้ได้เห็นความแตกต่างจากเดิม เรียบร้อยมากขึ้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลงานอย่างเต็มที่ ขอให้การทำงานร่วมกันโดยไม่มีข้อขัดแย้ง หากมีข้อขัดแย้งให้ทำความเข้าใจกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอื่นๆ และเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการระพระบรมศพเป็นไปอย่างเรียบร้อย ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ 2 จะมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนอย่างดี ทั้งในช่วง 50 วัน 100 วัน หรือ 1 ปี จะต้องอยู่ในแผนล่วงหน้าทั้งสิ้นว่าจะสามารถรองรับคนได้เท่าไหร่ และขอให้ทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้า ไม่ใช่แก้ปัญหาไปวันๆ พร้อมกันนี้ต้องมีแผนเผชิญเหตุเพื่อพร้อมรับมือในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติ ใครทำความผิดก็ต้องจับกุมให้ได้

ส่วนของ ศตส.ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมี นายสุวพันธุ์ดูแลอยู่ จึงขอให้ กอร.รส.รายงานทุกสถานการณ์มายัง ศตส.ซึ่งตนได้ติดตามอยู่ตลอด และขอให้มีการดูแลในส่วนของสถานที่พักให้แก่ประชาชนที่เข้ามาจำนวนมาก ทั้งนี้หลายคนบอกให้ตนกำหนดว่าเป็นที่พักของคนที่มาจากต่างจังหวัดซึ่งคงทำไม่ได้เพราะทุกคนต่างตั้งใจที่จะมา ตนขอให้จัดพื้นที่พักคอยให้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การต่อคิวเข้าแถวสักการะพระบรมศพนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้โปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพในช่วงพิธีได้ เรื่องแบบนี้เราจะคิดเองไม่ได้ เพราะเป็นระเบียบของสำนักพระราชวังที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว และขอประชาชนอย่าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ไปดูเรื่องการจัดคิวว่าจะมีการระบุรายชื่อได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการแทรกคิว และขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทาง หากพบคนขับรถมีอาการมึนเมาก็ให้ลงจากรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยจะให้มีการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์มากขึ้น ต้องเน้นย้ำเรื่องการปลอดภัยและแก้ปัญหาโดยการร่วมมือกันภายใต้ความพอใจและความสุขของประชาชน ขอให้ชี้แจงว่าบ้านเมืองเดินหน้าไปอย่างไร ในโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือนจึงต้องทำความเข้าใจ อยากให้ กทม.ไปดูว่าจะสามารถนำพระราชกรณียกิจของและผลงานของรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลมาเปิดฉายผ่านจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มารับของแจกโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาถวายสักการะก็อย่าไปไล่เขา เพราะถือว่าเป็นการทำงาน แต่คนเหล่านี้ก็ขอให้เบาๆ ลงหน่อย ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องตรวจสอบว่ามีการเข้าออกกันคนละกี่ครั้ง ต้องลงทะเบียนทุกครั้งที่เข้าออก ส่วนเรื่องของแจกหรืออาหารการกินซึ่งมีมากก็ขอให้เอาไปช่วยคนจน หรือหาสถานที่ตามวัดเปิดเป็นโรงทาน ส่วนของแห้งก็ขอให้เอาไปช่วยเหลือน้ำท่วม และต้องมีการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม เหล่าศิลปินดาราสามารถมาแจกของได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม และวันนี้อยากให้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องของพระราชพิธีต่างๆ ให้มากขึ้น โดยอาจมีการแถลงข่าวเป็นรายชั่วโมง หรือ 3 ชั่วโมง สื่อออกไปให้คนได้รู้เพื่อที่ชาวต่างชาติจะได้เข้าใจมากขึ้น และเห็นภาพของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนไทย

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวแนะนำว่า ขอให้ใช้กฎหมายให้น้อยที่สุดในการดูแลประชาชนที่เดินทางมา แต่ใช้ความเข้าใจและการชี้แจง ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้ประชาชนรักสถาบันฯ รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา ที่มุ่งเน้นการใช้กฎหมาย ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลและคัดกรองประชาชนที่จะเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ เหมือนเช่นที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงทีสำหรับผู้ที่เป็นเส้นเลือดอุดตัน และเป็นลมชัก รวมถึงดูบุคคลที่มีโรคประจำตัว จิตไม่ปกติต้องช่วยกันดูแล ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้งได้ ต้องช่วยกันคัดกรอง

ทั้งนี้ นายกฯ ได้สอบถามพร้อมแนะนำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ดูแลปัญหาโรคซึมเศร้า ขณะที่จากรายงานยังไม่พบประชาชนที่เป็นโรคซึมเศร้าอันเนื่องมาจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น นายกฯ พร้อมคณะได้เดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทักทายประชาชน พร้อมถามถึงการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ โดยระหว่างที่นายกฯ เข้าเยี่ยมเต็นท์โรงพยาบาลสนาม นายกฯ ได้เข้าสวมกอดนางพาส บัวแสง อายุ 61 ปี ชาวบ้าน จ.ขอนแก่น หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพซึ่งนั่งรถเข็นมารอพบนายกฯ โดยทันทีที่นายกฯ เข้าสวมกอด นางพาสถึงกับหลั่งน้ำตาร่ำไห้ พร้อมระบายความโศกเศร้าเสียใจกับนายกฯ ว่า คิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่นายกฯ ได้ถามถึงสารทุกข์สุกดิบและให้กำลังใจ ขอให้ต่อสู้ต่อไป ขอให้อดทนแล้วจะผ่านอุปสรรคทั้งหลายได้

ทั้งนี้ ระหว่างพบปะได้มีประชาชนส่วนหนึ่งขอให้นายกฯ ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ ซึ่งนายกฯ กล่าวอธิบายว่า เมื่อเช้าวันเดียวกันได้ประชุม นบข.และสั่งการไปเรียบร้อยแล้ว แต่จะให้รัฐบาลนำเงินไปให้ 15,000 บาทต่อตันเหมือนที่ผ่านมาคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้ข้าวที่ค้างสต๊อกจากการรับจำนำข้าวยังอยู่อีกจำนวนมาก ระบายไม่ได้ ยิ่งนานคุณภาพยิ่งเสื่อม หากระบายออกมาตอนนี้จะกระทบต่อราคาข้าวที่ออกมาในฤดูกาลนี้ ทำให้เจ๊งและประเทศก็จะล้มละลาย เพราะเป็นภาษีจากประชาชน แล้วใครที่รับจำนำข้าวไว้ ส่วนราคาข้าวหอมมะลิรัฐบาลได้ช่วยเหลือในฤดูกาลแรกไปแล้วจึงต้องรอการประชุมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนปลูกพืชอื่นๆ ทดแทนด้วย ยืนยันตนเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ขอให้เห็นใจตนด้วย เพราะต้องดูแลคนทั้งประเทศ และเกษตรกรทุกประเภท และวันนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์มารับเรื่องแล้วและรับปากจะช่วยดูแลให้

ด้าน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิต รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของ กอร.รส.ว่า นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีความขัดแย้ง ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน และจิตอาสา โดยเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการดูแลความสะอาด

นายกฯ ยังชื่นชมการทำงานของหน่วยแพทย์จากองค์กรต่างๆ จากกรณีมีประชาชน 3 ราย มีอาการเส้นเลือดในสมองแตก แต่ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตได้อย่างทันท่วงทีจนทำให้อาการปลอดภัย และชื่นชมจิตอาสาที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่อยากให้การแบ่งกลุ่มจิตอาสาให้ชัดเจนซึ่งทาง กอร.รส.ก็พยายามที่จะจัดระเบียบอยู่

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ กอร.รส.เตรียมแผนรองรับเชิงรุกในช่วงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน และ 100 วัน รวมถึงเตรียมการสร้าวพระเมรุมาศฝั่งทิศใต้ของสนามหลวงซึ่งจะทยอยเคลื่อนย้ายเต็นท์ต่างๆ มายังฝั่งทิศเหนือ หรือฝั่งถนนราชดำเนิน ขณะเดียวกันทางกรุงเทพมหานครก็จะติดตั้งเต็นท์ 30 กว่าหลัง เพื่อเป็นจุดพักคอยของประชาชนและจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า นายกฯ เป็นห่วงประชาชนจากต่างจังหวัดที่ตกค้าง ไม่สามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยกำชับให้กรุงเทพมหานครจัดหาที่พักค้างคืนซึ่งขณะนี้ทาง กอร.รส.ได้ดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเรื่องการแซงคิว หลังจากยกเลิกการแจกบัตรคิว เป็นใช้ระบบคิวกลุ่ม กลุ่มละ 70 คน ซึ่งนายกฯ เสนอให้มีหัวหน้ากลุ่ม โดยเสาร์-อาทิตย์จะใช้นักเรียนเตรียมทหาร นักศึกษาวิชาทหาร ส่วนวันราชการจะใช้จิตอาสา ทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดปัญหาแซงคิว

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ได้เน้นย้ำจิตอาสาที่มาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยประชาชนที่จะเข้าไปถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ห้ามสกัดกั้นหรือดึงประชาชนที่แต่งกายไม่สุภาพออกจากแถว เพราะทางสำนักพระราชวังได้เตรียมชุดสุภาพไว้ให้ประชาชนเปลี่ยนอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีจิตอาสากลุ่มต่างๆ นำเสื้อผ้าและรองเท้ามาให้ยืมฟรี

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์เปิดเผยว่า ทางศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เห็นชอบแนวคิดการจองคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพทางออนไลน์ โดยมอบหมายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เบื้องต้นอาจจะกำหนดสัดส่วนตัวเลขคนที่จะจองคิวออนไลน์กับคนที่เดินทางมาด้วยตัวเองให้เกิดความเหมาะสม

ทางด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการ คสช.เป็นประธาน ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วน รวมถึงจิตอาสาต่างๆ ที่ทุ่มเทปฏิบัติงานตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพฯ ทำให้ทุกกิจกรรมในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม ที่สำคัญต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างดียิ่ง และมีการแสดงออกอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ อาจยังมีข้อติดขัดบ้างในเรื่องปัญหาการจราจรซึ่งเลขาธิการ คสช.มีความห่วงใยในเรื่องนี้เนื่องจากในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเริ่มเปิดภาคเรียนของโรงเรียนต่างๆ ได้มอบหมายให้กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) พิจารณาปรับข้อจำกัดและลดผลกระทบในด้านการจราจรให้น้อยที่สุด เช่น ปัญหาจุดจอดรถส่งของของจิตอาสา การจราจรจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมายังสนามหลวง ที่จำเป็นต้องมีการปิดการจราจรเป็นห้วงๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ กอร.รส.ปรับเพิ่มการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มารอเข้าคิวเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพฯ ให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องยืนรอเป็นเวลานานในสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมทั้งการปรับปรุงสถานที่ทำงานของจิตอาสาไม่ให้เกิดความแออัด และมีสุขอนามัยที่ดี ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานก็ขอให้มีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างเหมาะสมด้วย

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยซึ่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ กทม.ได้ร่วมกันปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง และสนามหลวง รวมทั้งพื้นที่รอบนอกนั้น เนื่องจากขณะนี้จำนวนพสกนิกรที่หลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 04.00-23.00 น.มีจำนวนมากถึง 40,000 คนต่อวัน โดยเลขาธิการ คสช.ได้กำชับให้ กอร.รส.ปรับเพิ่มมาตรการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมในทุกมิติและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้เพิ่มเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้าทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความปลอดภัย และป้องปรามอาชญากรรมที่แอบแฝงมาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการจัดชุดลาดตระเวนตามจุดเชื่อมต่อการสัญจร เช่น ท่าเทียบเรือ ท่าน้ำ ทางเดินตามตรอกซอยต่างๆ เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...