xs
xsm
sm
md
lg

กกต.ติวเข้มบุคลากร เคร่งกม.เป็นกลาง ย้ำคำวินิจฉัยศาลไม่กระทบ ประกวดราคาแจงได้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กกต.จัดอบรมบุคลากรภาคกลาง เตรียมรับประชามติ แนะเคร่งยึดหลัก กม.เป็นกลาง "ศุภชัย" ย้ำคำวินิจฉัยศาลวันนี้ไม่กระทบ ขออย่าเน้นที่ปริมาณ เพื่อให้การใช้งบคุ้มค่า รับภาพรวมดีมาก ไม่กังวลโพลชี้ ปชช.ไม่ทราบวันใช้สิทธิ เร่งพีอาร์ เมินเยี่ยม นศ.ในคุก เหตุไม่ใช่หน้าที่ ผู้ตรวจฯ กกต.ยัน แจงได้ประกวดราคาวิธีพิเศษ เผยประหยัดงบ ไม่ดำเนินการเองเหตุศักยภาพ-เวลาไม่พอ

วันนี้ (30พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้จัดโครงการอบรมบุคลากรของสำนักงาน กกต.ในเขตพื้นที่ภาคกลางเพื่อเตรียมการออกเสียงประชามติ โดยมีคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง และผู้อำนวยการเขตออกเสียงประจำเขตออกเสียงในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 547 คนร่วมอบรม โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่าเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคือ วันนี้เวลา 13.30น.เป็นเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 หรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้จะไม่กระทบกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ โดยกกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าต่อไป หากคำวินิจฉัยออกมาว่ามาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ การกระทำที่เคยเกิดขึ้นและมีการแจ้งความ ก็จะไม่ถือเป็นความผิดและต้องรับโทษ ขณะเดียวกันยังมีมาตรา 61 วรรคสาม ที่ยังใช้บังคับอยู่ หากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายก่อความวุ่นวาย หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามยังถือเป็นความผิดตามกฎหมายเหมือนเดิม

“มีเรื่องหนึ่งที่คนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆต้องเฝ้าระวังคือการแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญทางโซเชียลมีเดีย ว่าจะขัด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ หากเป็นการมุ่งหวังไม่ให้ไปออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นก่อความวุ่นวายให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หากแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ผิดกฎหมาย เขาก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ”

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ขอให้ตระหนักว่าการออกเสียงประชามติเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และยังสัมพันธ์กับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและทิศทางการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมือง บริบทแวดล้อมในการทำประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนการทำประชามติเมื่อปี 50 โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ นั้น ที่จ้องจับผิดกันอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีความพยายามทำให้เกิดเหตุการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หลายรูปแบบ และหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานทุกคนจะต้องยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และวางตัวเป็นกลาง

นอกจากนั้นต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือก แต่งตั้ง รวมทั้งการจัดประชุมฝึกอบรมต่างๆ อย่าเน้นที่ปริมาณ โดยเฉพาะหน่วยออกเสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจุดที่เกิดการร้องคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนั้นที่ผ่านมาสำนักงาน กกต. กกต.เขต คณะอนุกรรมการประจำอำเภอ และหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้ง ต่างก็ถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทักท้วงและมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายเรื่อง ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้ไปไปดัวยความประหยัด คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด จึงอยากให้ ผอ.กกต.จังหวัดทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน

นายศุภชัย ยังให้สัมภาษณ์หลังกล่าวมอบนโยบายอีกถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติ ในวันวันที่ 7 ส.ค.59 ว่า ภาพรวมของการดำเนินการนับว่าดีมาก โดยคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง (กอส.เขต) ที่กกต.ตั้งขึ้นส่วนใหญ่เป็นอดีตกกต.จว. และอดีตผู้บริหารของกกต.จว. ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นอย่างดี จึงคิดว่าการทำประชามติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของหาดใหญ่โพลระบุว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 98 ไม่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.คือวันลงประชามติ ทางกกต.ไม่กังวล เนื่องจากขณะนี้มีการเร่งประชาสัมพันธ์การทำประชามติอย่างเต็มที่ ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสำรวจประชาชนเพียงไม่กี่คน ดังนั้น จะมาสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้วันลงประชามติไม่ได้ ทั้งนี้ เท่าที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมความพร้อมในการทำประชามติตามจังหวัดต่างๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.เป็นวันลงประชามติ โดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคใต้

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัย มาตรา 61 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ประชามติ ขัดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือไม่ ในช่วงบ่ายวันนี้ กกต.ก็ไม่กังวล เพราะการออกเสียงประชามติจะดำเนินการต่อไป และมีการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.แน่นอน แต่หากศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองขัดรัฐธรรมนูญก็จะมีผลแค่วรรคดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้เท่านั้น แต่ยังมีกฎหมายอื่นๆ ใช้บังคับอยู่ ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่าสามารถทำได้ หากไม่ขัดพ.ร.บ.ประชามติ แต่กรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เชิญ 5 กกต.ไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น กกต.คงไม่ไปตามคำเชิญ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ เพราะกกต.มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทำประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม

ด้านพีระพงษ์ ไพรินทร์ ผู้ตรวจการ กกต.ในฐานะประธานกรรมการจัดจ้างการผลิตสื่อและเผยแพร่การออกเสียงประชามติของสำนักงานกกต. กล่าวว่า การจัดประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ โครงการผลิตสื่อและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ภายในวงเงิน 5.9 ล้านบาท และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อดังกล่าว ภายในวงเงิน 24.7 ล้านบาท ซึ่ง บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาดังกล่าว โดยเป็นบริษัทที่ตรงวัตถุประสงค์ที่ กกต. ต้องการ ทั้งทางด้านเทคนิค และด้านราคา ซึ่งบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ถูกคัดเลือกมาจาก 6 บริษัท ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา กกต.สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ทุกคำถาม เพราะสิ่งที่ กกต.ทำไปนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำ และขอย้ำว่ากกต.ได้ประหยัดงบประมาณ 2 ล้าน 1 แสนบาท

" ปกติแล้ว กกต.ไม่เคยทำเกี่ยวกับการประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ ในจำนวนเงินที่มากขนาดนี้ แค่ในขอบเขตอำนาจของระเบียบ และเหตุผลที่จะต้องดำเนินการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษ ก็คือ ต้องการเร่งรัดเอาผู้เสนอราคามาดำเนินการให้ทันระยะเวลา ซึ่งเนื้อหาในการเสนอก็ต้องตรงกับคอนเซ็ปของ กกต.ด้วย ในส่วนนี้ กกต.เองก็มีความกังวลเรื่องนี้ว่าจะออกมาแบบดีที่สุดและราคาถูกที่สุดหรือไม่ แต่ปรากฎว่าบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นบริษัทที่ กกต.ต้องการที่สุด เราประหยัดงบไปประมาณ โดยบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เสนอราคาอยู่ที่ 28.5 ล้านบาท ถือว่าเป็นการเสนอราคาที่ถูกที่สุดแล้ว เป็นการรักษาผลประโยชน์ของราชการแล้วหากถามว่าทำไม กกต.ไม่ดำเนินการเอง เนื่องจากคณะกรรมการ กกต.อนุมัติงบประมาณมาแล้ว ในส่วนที่ กกต.ทำได้ก็ดำเนินการอยู่ แต่บางส่วนศักยภาพของ กกต.ไม่เพียงพอ เช่น สปอร์ตโทรทัศน์และวิทยุ ทาง กกต.ไม่มีเครื่องมือและเครือข่ายมากพอที่จะไปทำเอง จึงจำเป็นต้องให้ต้องหาผู้ที่มีวิชาชีพมาช่วยงาน กกต.ในส่วนนี้

ยืนยันกกต.สามารถตอบทุกคำถามเลยว่าผลกำไรที่รัฐได้รับนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำเกินคุ้ม และนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ที่กกต.จัดโครงการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษขึ้นมา และขอย้ำว่าทำไม กกต.ทำไม่ได้ คือระยะเวลารวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการดำเนินการไม่เพียงพอ ถ้า กกต.ทำเองก็ไปจ้างคนอื่นอยู่ดี"

นายพีระพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการลงทุนในภาพกว้างของประเทศ ส่วนภาพแคบลงมา กกต.ก็ดำเนินการอยู่ โดยการเชิญชวนและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ การที่เอาสื่อมาช่วยในส่วนนี้ เพราะอยากจัให้ช่วยกระจายในหลายๆ ด้านเพื่อให้คลุมทั่วประเทศ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...