xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กจิ๋ว” ขอให้ปากท้องมาก่อน รธน. ลิดรอนสิทธิ ปชช.กินอยู่ดีก็ยอม ยังเชื่อมั่นผู้นำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
“ชวลิต” เปิดบ้านทำบุญวันเกิด ยังเชื่อมั่นผู้นำปรับแก้ปัญหาต่อ ชี้ลิดรอนสิทธิ 10 เท่า ปชช.อยู่ดีกินดีไม่เป็นไร แนะให้ความสำคัญปากท้องก่อน รธน. เปรียบ รธน.เหมือนคาน อธิปไตยปวงชน-เสรีภาพ ต้องสมดุล มอง รธน.40 ดีสุด ขออย่าห้ามนักการเมืองลงพื้นที่ ย้ำภารกิจสุดท้ายแก้ความยากจน แย้มบอกวิธีแค่บางคน ปัดเชลียร์ คสช. เตือนถูกโจมตีเรื่องเปลี่ยนผ่าน รับห่วงปัญหาพุทธศาสนา

วันนี้ (13 พ.ค.) ที่บ้านพัก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา เปิดบ้านบุญถวายสังฆทานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 84 ปี ในวันที่ 15 พ.ค. 2559 ทั้งนี้ พล.อ ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ได้มอบหมายให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็นตัวแทนมอบกระเช้าดอกไม้และอวยพร

โดย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากเห็นมานานแล้วแต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่จบ จึงได้บอกกับประชาชนว่าภารกิจสุดท้ายยังมีอยู่ ไม่ว่าทุกคนจะทำงานในด้านไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญก็คือทำให้ประชาชนมีความสุข อยู่ดีกินดี ซึ่งการแก้ไขปัญหาของประเทศที่ยังไม่เสร็จสิ้นอาจจะเป็นเพราะเราแก้ไม่ถูกต้องหรือตามสถานการณ์ไม่ทัน เพราะฉะนั้นจะต้องให้โอกาสผู้บริหารประเทศ ที่ต้องพยายามปรับแก้กันต่อไป

“ผมยังเชื่อในตัวผู้นำซึ่งในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาท่านพยายามแก้ไขปัญหาและมีคนดีๆ อยู่ข้างตัวท่านเยอะ แต่จะแก้ปัญหาถูกหรือไม่นั้นพวกเราต้องมาช่วยกันดู ทั้งนี้ หากแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็อย่าไปโทษท่าน เพราะคนก่อนๆ หน้านี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องรู้ว่าอะไรที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานั้นได้ถูกต้อง ส่วนที่ต่างชาติแสดงความกังวลว่าคนไทยถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพนั้น ผมมองว่า ถึงแม้จะถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ 10 เท่า แต่ถ้าประชาชนอยู่ดีกินดี ก็ไม่เป็นไร” พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิตกล่าวต่อว่า ขณะนี้โครงสร้างประชากรของไทยก็ยังเหมือนเดิม คือมีคนรวยกับคนจน ซึ่งจะต้องให้ความสนใจในเรื่องของเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนให้มากขึ้น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือปากท้องของประชาชน เพื่อให้คนอยู่ได้ ส่วนการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ทำให้เศรษฐกิจดีหรือไม่นั้นต้องไปถามประชาชนว่ากินอิ่มนอนหลับหรือไม่ ถ้าหากประชาชนยังไม่มีกินก็ต้องไปแก้ปัญหาตรงนี้ จะไปเสียเงินแก้รัฐธรรมนูญทำไม มีรัฐธรรมนูญตั้ง 20 ฉบับก็ไม่ดีอะไร ทะเลาะกันประจำ ในเรื่องการลงประชามตินั้นตนก็ไม่ได้ว่าเพราะถือเป็นต้นแบบในการร่างรัฐธรรมนูญ ต่อให้มีร่างรัฐธรรมนูญดีขนาดไหน ถ้าประชาชนไม่มีจะกินก็แย่ ตนมองว่าประชาชนควรจะได้รับการศึกษาในเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากกว่านั้นก็คือความเจ็บปวดของประชาชนเนื่องจากไม่มีกินไม่มีใช้ เราต้องระวัง จะไปโทษประชาชนก็ไม่ได้ โทษผู้บริหารก็ไม่ได้ ต้องโทษพวกเรากันเองที่อยู่ตรงนี้ที่ทำความเข้าใจให้ประชาชนและผู้บริหารไม่ได้ เพราะตนพูดอะไรก็ไม่ค่อยดี พูดอะไรก็ไม่ได้

พล.อ.ชวลิตกล่าวอีกว่า เพราะเหตุใดเราจึงสนใจร่างรัฐธรรมนูญกันมากนัก หรือแค่เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ใครเป็นคนบอก ต่อให้มีรัฐธรรมนูญสัก 50 ฉบับ หากบ้านเมืองอยู่ดีกินดีจะไม่ว่า แต่ในขณะนี้มีร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรกจนฉบับสุดท้ายก็ยังไม่ดี

“ยืนยันได้หรือไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเสียเงินเท่าไหร่ หรือทะเลาะกันอย่างไร มาพนันกันได้หรือไม่ ว่าหลังจากนี้จะไม่มีรัฐประหาร ยึดอำนาจ ไม่มีทหารเข้ามาฉีกรัฐธรรมนูญอีกซึ่งผมก็ไม่ได้ว่า เพราะทหารที่เข้ามาก็เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดี ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง เเต่ความมั่นคงของชาติเป็นกฎหมายสูงสุด อะไรก็แล้วแต่ จะมีกฎหมายนิรโทษกรรมหรือกฎหมายอื่นๆ ก็ยังทะเลาะกันต่อ ทำไมถึงไม่บอกว่ากฎหมายสูงสุดของประเทศคือความสงบสุขการอยู่ดีกินดีของประชาชน” พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิตกล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญควรนำเรื่องหลักๆ มาบรรจุไว้ ก็คืออำนาจอธิปไตยหรือความเป็นประชาธิปไตยซึ่งมีปัจจัยสำคัญ 1. อธิปไตยเป็นของปวงชน 2. เสรีภาพบุคคล ซึ่งเป็นของคู่กันในเสรีภาพบุคคล รัฐธรรมนูญก็เปรียบเหมือนคาน ที่ข้างหนึ่งเป็นอธิปไตยปวงชน อีกข้างเป็นเสรีภาพบุคคล ถ้าหาก ข้างที่เป็นอธิปไตยปวงชนสูง หมายถึงว่าผู้ปกครองสามารถทำอะไรต่างๆ ได้ คานก็จะกระดก ความเป็นเสรีภาพบุคคลก็จะตกลง และถ้าขึ้นถึงสูงสุดก็จะเรียกว่าเผด็จการ ความเป็นเผด็จการมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับตรงนี้ ถ้าตรงกันข้าม เสรีภาพของบุคคลมากขึ้นก็จะเกิดความวุ่นวายเช่นกัน

พล.อ.ชวลิตกล่าวต่อว่า ตนยังมองว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2540 เป็นฉบับที่ดีที่สุด เพราะมาจากความคิดของประชาชน และเมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศและรู้จักใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ และพยายามทำให้ประเทศชาติสงบ ส่วนจะมีอะไรแอบแฝงตนไม่รู้ สนใจแต่ในเรื่องหลักการ แต่พอมาเปลี่ยนมาใช้รัฐธรรมนูญปี 50 คานก็กระดกขึ้น ซึ่งตนอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมาเป็นฉบับที่ดีที่สุด เพียงแต่กฏเกณฑ์และความเป็นจริงเป็นอย่างนี้ ตนคิดว่ารัฐบาลก็น่าจะเข้าใจ และขอให้พวกเราช่วยกันให้กำลังใจ ในขณะเดียวกันก็บอกท่านให้ระวัง และต้องดูให้ดีว่าคนจนอยู่ได้หรือไม่ เพราะมีรายงานเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งทุกวันนี้ตนก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เดินทางลงพื้นที่เพื่อเป็นเพื่อนประชาชน ซึ่งการที่นักการเมืองจะลงพื้นที่ เข้าไปเป็นเพื่อนประชาชน ก็อย่าไปห้ามเขาเลย

“เราต้องช่วยกัน ช่วยผู้ปกครองประเทศ ผมไม่ได้มาเชียร์และไม่ได้หวังจะเป็นอะไร เพราะในชีวิตนี้ก็ไม่ได้ต้องการจะเป็นอะไร ต้องการเพียงอย่างเดียวให้ภารกิจสุดท้ายในชีวิตมีความสำเร็จ คือเรื่องความยากจน ถือเป็นการแสดงออกในเรื่องอธิปไตย ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ยากเลย วิธีการแก้ปัญหาจะทำอย่างไรนั้น ผมจะบอกแค่บางท่านเท่านั้น ในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกันในทางการเมืองซึ่งผมพูดมากไม่ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงมีหนังสือพิมพ์ออกมาด่าบิ๊กจิ๋วว่าเชลียร์ คสช. ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ตราบใดที่ผมในสิ่งที่ถูกต้อง” พล.อ. ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิตยังกล่าวเตือนรัฐบาลว่า มีคนพยายามหยิบยกประเด็นเรื่องระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน 5 ปีมาโจมตี ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือและความอยู่รอดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกด้วย

พล.อ.ชวลิตยังได้กล่าวแสดงความเป็นห่วงว่าปัจจุบันนี้เราเสียความเป็นไทยไปมากโดยเฉพาะในเรื่องพระพุทธศาสนา เพราะไม่มีใครเคยคิดว่าพระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างนี้ ต้องระวัง เพราะมีการปฏิบัติของคนไทยซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนโดยอ้างหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการที่จะนำหลวงพ่อองค์นี้องค์นั้นออกมา ซึ่งความเคารพและหัวใจที่จะมีในเรื่องพระพุทธศาสนาไปอยู่ตรงไหน

“จะเอากฎหมายอะไรเป็นหลักเพราะสิ่งที่เราเคารพและยึดถือในหัวใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่ากฎเกณฑ์และกฎหมาย แต่มาบอกว่าองค์นี้ต้องออกไป องค์ที่ป่วยหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่จะเข้ามา ผมไม่ได้พูดเชียร์ใคร ซึ่งแต่ละองค์ก็มีเรื่องเหมือนกัน ซึ่งพวกเราต้องเข้าใจในสิ่งนี้และทำให้ความน่านับถือยังคงอยู่” พล.อ.ชวลิต กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...