xs
xsm
sm
md
lg

คำต่อคำ : “สุขุมพันธุ์” ขู่ฟ้องดะใครที่ว่าผิดกรณีไฟประดับ กทม.39 ล้าน ชี้คนดูอื้อ-สร้างรายได้ กระบวนการเพิ่งเริ่ม [ชมคลิป]

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online - ผู้ว่าฯ กทม.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวหลัง สตง.ชี้เข้าข่ายทุจริต-ฮั้วประมูลโครงการไฟตกแต่ง Motif of Light ช่วงปีใหม่ที่ใช้งบ 39.5 ล้านบาท แจงอยากทำมาหลายปีแล้วแต่โอกาสไม่เอื้อ ชี้คนเข้าชมเกือบ 1.7 ล้าน ตกหัวละ 20 กว่าบาท แถมสร้างโอกาส-รายได้อีกนับสิบล้าน อัด สตง.ชี้ว่าผิดตั้งแต่งานยังไม่จบ ขู่ฟ้องสื่อ-คนที่กล่าวหาว่าทุจริต ยันปกป้องลูกน้องเพราะกระบวนการเพิ่งเริ่ม ขอปรึกษาทีมงานเรื่องฟ้องกลับ สตง. แขวะ ปชป.เรียกร้องให้นายกฯ สั่งปลด ไหนบอกไม่ชอบ ม.44

จากกรณีที่วานนี้ (3 พ.ค.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมข้าราชการอีก 9 คน ว่าอาจกระทำผิดทุจริตและฮั้วประมูลในโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) ของกรุงเทพมหานคร ที่ใช้งบประมาณเกือบ 40 ล้านบาท

โดยช่วงสายวันนี้ (4 พ.ค.) เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริบริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีดังกล่าวที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีรายละเอียดการแถลงแบบคำต่อคำ ดังนี้

“เนื่องจากการที่ สตง.ได้มีมติเมื่อวานนี้นะครับ ในเรื่องไฟประดับของกรุงเทพมหานครที่ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2559 นะครับ ผมก็ขอเรียนอย่างนี้ครับ อันดับแรกคือต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ สตง.เป็นองค์กรที่มีความสำคัญมากในการที่จะดูแลให้บ้านเมืองมีการใช้จ่ายเงินของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ดังนั้นที่ สตง.ได้ให้ความสนใจต่องานนี้ซึ่งมีมูลค่าตามทีโออาร์ (ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง) 39 ล้านบาท แต่เป็นงานขององค์กรระดับท้องถิ่น เช่น กทม. ในขณะที่มีภารกิจมากมายในการดูแลหน่วยงานอื่นของรัฐ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ เดี๋ยวจะกลับมาเรียนให้ทราบว่าเราได้ร่วมมือกับ สตง.ยังไง ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และก็ขอขอบคุณด้วย

เพราะว่าสิ่งที่ผมได้ตอกย้ำมาโดยตลอด ในช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมา คือ กทม.ต้องทำงานอย่างโปร่งใส ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบทุกอย่าง กระผมได้พูดมาตลอด ผมไม่เคยสั่งให้ใครทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แม้แต่ครั้งเดียวครับ ดังนั้นสิ่งที่ สตง.ได้ทำไปก็สอดคล้องกับหลักการในการบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ที่ผมได้ยึดมั่นในช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ขอเรียนเบื้องต้นดังนี้นะครับ

ประการที่ 2 ผมขอยืนยันว่า นโยบายในการที่จะสร้างมหานครแห่งความสุข นโยบายในการที่จะสร้างมหานครแห่งโอกาส เป็นนโยบายที่ถูกต้องครับ เป็นนโยบายที่ถูกต้อง และที่สำคัญ คือในช่วงเวลาก่อนปีใหม่ปีที่แล้วเนี่ย ได้เกิดปัญหาในหลายด้านด้วยกัน รวมถึงเหตุการณ์ที่ได้มีผลกระทบต่อทั้งการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญคือจะต้องหาวิธีที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมให้มีการสร้างรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับรากหญ้า แต่จะทำยังไงครับ กระบวนการงบประมาณได้เป็นไปเกือบจะเรียบร้อยแล้วภายในเดือนสิงหาคม 2558 งบประมาณปี 2559 นะครับ งบการท่องเที่ยวถูกตัดครับ เราเสนอไป 241 ล้านได้มา ถ้าจำไม่ผิด 50 ล้าน ผมเคารพครับ การปรับลดงบประมาณโดยองค์กรที่ถูกต้องผมเคารพครับ แต่คำถามสำหรับผมในฐานะผู้บริหารคือจะทำยังไง ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ ก็จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ ไม่ได้คิดขึ้นวันนี้แล้วทำพรุ่งนี้ครับ อยากทำมาหลายปีแล้ว อยากทำมาหลายปีแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองมันยังไม่เหมาะสม แต่ว่ามันถึงเวลาแล้วเนื่องจากงบการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ ผมก็ใช้อำนาจผมครับ ถูกต้อง ผมถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำ ตามอำนาจผมครับ

นี่คือนโยบาย ถามว่านโยบายนี้สัมฤทธิผลหรือไม่ ผมคิดว่าคงจะต้องไปถามคนอื่น แต่ผมขอเรียนอย่างนี้ได้ครับ ว่ามีคนเข้าชมงานไฟเนี่ยเเกือบ 1.7 ล้านคน และการใช้จ่ายในพื้นที่ที่เราได้จัดไว้ในระยะเวลา 33 วันนั้น 10 ล้านกว่าบาทครับ อันนี้ยังไม่ได้นับร้านค้าที่อยู่บริเวณพื้นที่โดยรอบนะครับ ลองไปถามดูสิว่าช่วงนั้นขายเป็นยังไง สิบล้านครับ สมมติถ้าโครงการนี้จ่าย 39 ล้าน หนึ่งล้านหกแสนเจ็ดหมื่นกว่าคนเนี่ยมาชมงานหากออกมาตกหัวละ 20 กว่าบาทครับ แล้วไม่นับที่ส่งต่อไปทางโซเชียลมีเดียต่อไปนะครับ ถ้าหนึ่งคนแชร์สิบคน ก็คูณไปครับ 16 ล้าน 17 ล้าน อันนี้มันนับลำบากครับ แต่ทุกท่านที่ไปงานไฟเนี่ยก็จะเห็นว่าชาวต่างชาติเนี่ยไปมากมาย ดังนั้นผมจึงยืนยันเรื่องนโยบายครับ

และไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่กรุงเทพมหานครใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนให้มีรายได้ งานต่างๆ ที่คลองผดุงกรุงเกษม เราทำเต็มที่ครับ ใช้ไป 20 กว่าล้าน งานไฟนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรก และผมเชื่อว่าจะไม่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มีรายได้ ดังนั้นผมขอยืนยันครับ ขอยืนยันว่านโยบายเป็นนโยบายที่ถูกต้อง ตามความเห็นของผม และถ้า สตง.มีปัญหาเรื่องนี้ก็ควรจะให้คำแนะนำตั้งแต่ต้นครับ อย่าลืมนะครับว่า ในอันดับแรก สตง.ต้องให้คำแนะนำเรื่องการใช้งบประมาณ แต่ไม่มีการให้คำแนะนำ แล้วผมถือว่าเป็นเรื่องนโยบาย ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อไม่ทำอะไรเลย อยู่นิ่ง ยอมรับสภาพ ยอมให้การท่องเที่ยวมีปัญหา ยอมให้พี่น้องประชาชนไม่มีโอกาส (ชูนิ้วชี้) ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อการนี้ครับ และใครที่คิดว่าผมจะมาอยู่ตรงนี้่เพื่อการนี้ผมก็ช่วยไม่ได้ครับ ผมช่วยไม่ได้จริงๆ ครับ

ประการที่ 3 ผมได้พูดมาตั้งแต่ต้นว่ากรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับ สตง. ร่วมมือตั้งแต่งานยังไม่จบครับ มีที่ไหนครับงานยังไม่จบ งานกำลังจัดอยู่ เราให้หมดนะครับ แล้วที่บอกว่าผมไม่ไปชี้แจง ไม่ร่วมมือเนี่ย ขอเรียนอย่างนี้ครับ ผมได้มอบหมายตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบราชการกรุงเทพมหานครปี 2528 ได้กำหนดไว้ว่า ให้มีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำนวนไม่เกิน 4 คนตามลำดับที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจัดไว้ ช่วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการบริหารราชการของกรุงเทพมหานครตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีคำสั่งมอบหมาย เป็นเรื่องปกติครับที่ผมจะให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปชี้แจงต่อองค์กรตรวจสอบในเรื่องที่ตนกำกับดูแล เป็นเรื่องปกติครับ ผมเชิญมาก็ต้องเชิญผมสิครับ จะไปเชิญใคร ก็ต้องเชิญผู้บริหารสูงสุด แต่เป็นเรื่องปกติครับที่ผมมอบหมาย ไม่ได้หนีครับ เป็นเรื่องปกติมาก ผมถือว่าการไปให้ข้อมูลนั้นเป็นเรื่องเทคนิค เป็นเรื่องรายละเอียด ซึ่งผู้ที่รู้ดีที่สุดก็คือรองผู้ว่าฯ และข้าราชการอาวุโสที่เกี่ยวข้อง คือ จะบอกว่าไม่ร่วมมือก็ไม่ได้ ร่วมมือตั้งแต่งานยังไม่เสร็จเลยครับ มีที่ไหนบ้าง งานยังไม่เสร็จนะครับ แต่บอกว่าผิดแล้ว ผมก็นึกแปลกใจครับ นึกแปลกใจว่า แต่ไม่เป็นไรครับ ผมก็ร่วมมือ และเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าผมจะร่วมมือต่อไปในเรื่องของข้อมูล เอกสาร ซึ่งเราก็จะทำต่อไป ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากครับ ขอให้หน่วยงานตรวจสอบอ่านเอกสารให้ครบก็แล้วกัน แค่นั้นเองครับ เราส่งเอกสารทั้งหมดแล้ว

ผมมีความเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าตรงไหนมีปัญหาอะไรก็บอกมาครับ นี่สรุปมานานแล้วครับว่า กทม.ผิด ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากครับ สรุปมานานแล้ว ทั้งๆ ที่งานนี้ยังไม่ครบถ้วน ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ในเรื่องของงานเอกสารครับ ผมก็ไม่ทราบว่านี่เป็นวิธีปฏิบัติที่จะใช้ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป สำหรับ กทม.หรือไม่ ถ้าเป็นวิธีปฏิบัติที่ใช้กับ กทม. ผมก็หวังว่าจะใช้กับหน่วยงานอื่นด้วยนะครับ ไม่เป็นไรครับ เราไม่มีอะไรจะปิดบังครับ ไม่มีจริงๆ และก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อไป

ก็ต้องขอเรียนนะครับ ขอเรียนให้ทราบว่ามติเมื่อวานนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไป ยังไม่มีใครผิดใครถูกนะครับ ตามกฎหมาย ใครเขียนอย่างนี้ต้องระวังเรื่องกฎหมายนะครับ ต่อจากนี้ไปผมไม่ไว้หน้านะครับ เห็นๆ กันอย่างนี้ ถ้าใครบอกว่าผมผิด ผมฟ้องละนะครับ ผมลองปรึกษาคณะนักกฎหมายดูว่าในเรื่องของกฎหมายจะทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ให้ความคุ้มครองผม ผมไม่สนใจครับ ผมมาอยู่ตรงนี้ผมรู้ว่าอัตราความเสี่ยงเป็นยังไง ผมเป็นห่วงลูกน้องผมครับ ลูกน้องผมต้องได้รับความเป็นธรรม และผมจะไม่ยอม ใครเขียนว่าลูกน้องผมผิด ผมจะให้ฟ้องทันทีครับ ดังนั้นขอความเป็นธรรมเถอะครับ ถ้าไม่ชอบหน้าผมก็ไม่ชอบหน้า ไม่เป็นไรครับ แต่ให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องผม ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ และขอให้องค์กรตรวจสอบทุกองค์กรให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องผมด้วยครับ ถ้าเขาทำผิดอะไรตรงไหน ก็บอกมา เราก็ต้องที่จะตรวจสอบในส่วนของเราเองอยู่แล้ว แล้วก็ตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาครับ จริงๆ นั่งอยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครก็มี สตง. ตัวแทน สตง.นั่งอยู่ครับ แต่ไม่มีคำแนะนำแม้แต่คำเดียวครับว่างานนี้เนี่ยมันไม่ถูกต้อง ไม่มีครับ พอมีคำกล่าวออกมาก็ผิดแล้วนะครับ ผมขอเรียนแค่นี้ครับ ส่วนการชี้แจงจะทำไปอย่างต่อเนื่องครับ

ผู้สื่อข่าว : จะฟ้อง สตง.หรือเปล่าคะ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ผมขอปรึกษาทีมงานของผมก่อนนะครับ ผมไม่มีข้อสรุปในขณะนี้ แต่ผมขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนเท่านั้นครับ เมื่อกี้นี้

ผู้สื่อข่าว : แล้วในส่วนที่มีคนร้องเรียน ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุก่อนหน้านี้ ...
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ไม่ใช่มติของพรรค ผมไม่รู้จะฟ้องใครครับ ไม่ใช่มติของพรรค เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีการเชิญประชุม ไม่มีการลงมติ ดังนั้นผมไม่ถือว่าเป็นมติของพรรคครับ

ผู้สื่อข่าว : ล่าสุดวันนี้ก็คือเขามีการเสนอเรียกร้องให้ท่านนายกฯ ใช้มาตรา 44 กับท่านผู้ว่าฯ ค่ะ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : อ้าวเหรอ! นึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบมาตรา 44

ผู้สื่อข่าว : ตรงนี้จะมีการฟ้องตัวบุคคลหรือเปล่าคะ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ผมไม่ทราบ ผมไม่ทราบ ผมไม่ได้นั่งฟังอยู่ ผมนึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบมาตรา 44 เท่านั้นเองนะครับ ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้

ผู้สื่อข่าว : ท่านผู้ว่าฯ คะ แล้วอนาคตต่อจากนี้ไปของท่านจะเป็นยังไง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ผมก็ทำงานต่อไปครับ ผมได้พูดไปแล้วว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกระบวนการตรวจสอบต่อไปครับ ผมทำงานต่อไปครับ

ผู้สื่อข่าว : ถ้า (ป.ป.ช.) มีผลชี้มูลว่ามีความผิดจริง ท่านจะพิจารณาลาออกหรือไม่ครับ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ก็ให้ถึงจุดนั้นก่อนสิครับ

ผู้สื่อข่าว : ถ้าหมดวาระผู้ว่าฯ ท่านจะลงเล่นการเมืองในเวทีใหญ่อีกไหมคะ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ผมขอพักผ่อนได้ไหมครับ ผมมีอยู่พัก(พรรค) เดียวครับ คือพักผ่อนครับ”














กำลังโหลดความคิดเห็น