xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปกครองกลาง นัด 17 มี.ค.ไต่สวนคดี “ชุมชนซอยสายลม” ฟ้องผู้ว่าฯ กทม.เพิกถอนสร้างคอนโดฯ หรู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เมื่อวันที่15 ต.ค.2557 สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยชาวบ้านที่พักอาศัยในซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) ถ.พหลโยธิน ประมาณ 100 คน ได้เข้ายื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (แฟ้มภาพ)
ศาลปกครองกลางนัดไต่สวน 17 มี.ค.คดีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน-ชาวบ้านซอยสายลม ฟ้องผู้ว่าฯ กทม.-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดมีเนียมหรู พร้อมเพิกถอนความเห็นเกี่ยวกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของบริษัทฯ ที่เป็นเท็จ

วันนี้ (11 มี.ค.) มีรายงานว่า สำนักงานศาลปกครองได้แจ้งกำหนดนัดพิจารณาคดีที่น่าสนใจของศาลปกครอง โดยวันที่ 17 มีนาคม 2559 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดไต่สวน ในคดีหมายเลขดำที่ ส.53/2557 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 22 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย, คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ (ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง)

“สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ ๑ กับพวกรวม ๒๒ คน ฟ้องว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๑ กับ พวกรวม ๔ คน ละเลยให้มีการก่อสร้างโครงการ ดีเมมโมเรีย พหลโยธิน ๘ ซึ่งการก่อสร้างโครงการดังกล่าวทำให้บ้านพักอาศัยบริเวณใกล้เคียงที่ลงเสาเข็มลึกเพียง ๕ เมตร แตกร้าว และทรุดตัวลง อีกทั้งยังมีการขุดดินที่มีความลึกไม่ต่ำกว่า ๓ เมตรขนาดกว้างเท่าตัวอาคารเพื่อทำเป็นชั้นใต้ดินอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขุดและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันโดยปกติของคนในชุมชน โดยไม่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ ปิดกั้นทางลม กรณีจึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเดือดร้อนเสียหาย) ณ ห้องไต่สวน ๑ ชั้น ๒ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร”

มีรายงานว่า เมื่อวันที่15 ต.ค. 2557 สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยชาวบ้านที่พักอาศัยในซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) ถ.พหลโยธิน ประมาณ 100 คน ได้เข้ายื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพญาไท เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชนภายในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้สั่งผู้ถูกฟ้องคดีระงับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดดิเมโมเรีย-พหลโยธิน 8 ของบริษัท ดีเวล แกรนด์เอสเสท จำกัด

รวมทั้งสั่งเพิกถอนความเห็นเกี่ยวกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของบริษัทฯ ที่เป็นเท็จ และให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องจัดให้มีวิธีการที่ให้ประชาชนในพื้นที่และผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวก่อนที่จะมีการดำเนินโครงการต่อไป โดยในระหว่างพิจารณาคดีขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาสั่งให้บริษัท ดีเวลฯ หยุดการดำเนินการก่อสร้างโครงการไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณระบุช่วงนั้นว่า การขออนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียมดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยพื้นที่ที่จะก่อสร้าง ขนาด 1 ไร่ 95 ตารางวา เป็นอาคาร 8 ชั้น ขนาด 128 ห้องอยู่บริเวณกลางซอยพหลโยธิน 8 ซึ่งถนนซอยมีความกว้างเพียง 7 เมตรเท่านั้น และยังเป็นถนนส่วนบุคคลไม่ใช่ถนนสาธารณะ จึงเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 อย่างชัดเจน อีกทั้งตามที่โครงการระบุเมื่อสร้างแล้วเสร็จอาคารจะสามารถรองรับรถยนต์ของผู้พักอาศัยได้เพียงประมาณ 60 คัน หากทุกห้องมีรถส่วนตัวที่จอดรถย่อมไม่เพียงพอ ต้องมีการนำมาจอดริมถนนในซอยซึ่งปัจจุบันการจราจรในซอยก็ติดขัดอยู่แล้วเพราะถนนซอยเล็กและแคบ

นอกจากนี้ การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อ้างว่ามีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่เมื่อสอบถามประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกลับไม่มีใครทราบเรื่องว่าจะมีก่อสร้างโครงการดังกล่าว โดยที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนแล้ว แต่ก็กลับนิ่งเฉย

ด้าน น.ส.ริรินดา พูนพิพัฒน์ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวตอนนั้นว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยในซอยส่วนใหญ่จะอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรษ นับเริ่มโครงการชาวบ้านพยายามติดต่อไปยังบริษัทที่ก่อสร้างเพื่อสอบถามว่าจะทำโครงการอะไร รวมทั้งขอให้บริษัทเชิญประชุมชาวบ้าน เพราะชาวบ้านไม่มั่นใจกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการก่อสร้างโครงการ อีกทั้งที่โครงการอ้างว่ามาสอบถามความเห็นชาวบ้านแล้ว เจอบ้านร้าง เจ้าของบ้านไปทำงานต่างจังหวัด ก็ไม่เป็นความจริง เวลานี้โครงการเริ่มมีการตอกเสาเข็มแล้วก็สร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยและโรงเรียนอนุบาล 3 แห่งในบริเวณใกล้เคียงอย่างมาก ทั้งเรื่องเสียงรบกวนเพราะคนงานเริ่มทำงานตั้งแต่ 07.00-22.00 น. โดยไม่มีวันหยุด ฝุ่นละออง และแรงสั่นสะเทือน ซึ่งที่บ้านฝ้าเพดานห้องเคยหล่นลงมาแล้ว




กำลังโหลดความคิดเห็น