xs
xsm
sm
md
lg

เคลียร์ให้หมดจด-ส่อเค้าลากยาวทูลเกล้าฯพระสังฆราชองค์ที่20 !!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา


แม้ว่านาทีนี้"สมเด็จช่วง" หรือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะเป็นหนึ่งในรายชื่อทูลเกล้าฯเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 หากพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายที่เป็นอยู่ในเวลานี้ อีกทั้งที่ผ่านมาก็ได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุมมหาเถระสมาคม(มส.)เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการประชุมนัดพิเศษเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมาเพื่อมีมติแต่งตั้งดังกล่าว และมีการประชุมเมื่อวันที่ 11 มกราคมอีกครั้งเพื่อลงมติรับรองมติการประชุมเมื่อวันที่ 5 มกราคม จากนั้นมติก็ส่งมาตามขั้นตอนคือผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) และถึงมือ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนา ตามลำดับ

ตามขั้นตอนต่อไปก็จะมีการตรวจสอบ และส่งมติดังกล่าวให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

นั่นเป็นขั้นตอนและการพิจารณาตามกฎหมายที่มีอยู่ในเวลานี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ผ่านการแก้ไขใหม่ มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2547 ในสมัยที่ ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกฯ และมี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายในยุคนั้นมีบทบาทสำคัญในการยกร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ที่กำหนดให้มี"คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช"และตำแหน่ง"ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" โดยตำแหน่งดังกล่าวเป็นมติและแต่งตั้งโดย"ที่ประชุมมหาเถระสมาคม"

ดังนั้นหากพิจารณาจากขั้นตอนเป็นแบบนี้ ก็แน่นอนว่า "สมเด็จช่วง" หรือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็มีแนวโน้มมากที่สุด อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวก็ต้องถือว่า"ละเอียดอ่อนที่สุด" สิ่งไหนที่ว่าแน่มันก็อาจไม่แน่ได้เหมือนกัน เหมือนกับ"อนิจจังไม่เที่ยง"อะไรประมาณนั้น ล่าสุด สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ให้สัมภาษณ์วันที่ 19 มกราคมเผยท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะต้องตรวจสอบ"เหมาะสม"และ"ข้อกล่าวหา"ทุกอย่างให้ละเอียด

"ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้อำนวยการ พศ.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งได้สั่งให้ทาง พศ.ไปรวบรวมข้อมูลคำร้องคัดค้านและส่วนที่เห็นด้วยเพื่อส่งกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่ามีความครบถ้วนหรือไม่ ส่วนเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญนั้น จะต้องรอให้มีการสรุปก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะต้องรวบรวม รวมถึงกรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์อย่างไรหรือไม่ ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการเตะถ่วงอย่างเด็ดขาด"

ที่สำคัญยังมีคำพูดที่สำคัญของเขาบางอย่างที่ชวนสะกิดให้คิดเหมือนกันที่ว่า "นายกฯได้สั่งการให้ทำรายงานให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อที่จะใช้ในการตัดสินใจ"

ความหมายก็คือจะต้องมีการ"เคลียร์ทุกอย่างให้หมดจด"เสียก่อน ก่อนที่นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะเป็นเรื่อง"ละเอียดอ่อน"อย่างที่สุด

ขณะเดียวกันตามแบ็กกราวด์จากเส้นทาง และข้อมูลในอดีตย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า "สมเด็จช่วง"มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ "ธัมมชโย"เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอันอื้อฉาว ที่เคยถูกฟ้องในคดียักยอก แต่ถูกอัยการสูงสุดถอนฟ้องในชั้นศาลฎีกาก่อนวันพิพากษาเพียงไม่กี่วันในยุคของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร อย่างมีเงื่อนงำ อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยมีลิขิตสมเด็จพระสังฆราชให้ปราชิกมาแล้ว อีกทั้งปัจจุบันยังมีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงแบบน่าสงสัยกรณีเงินบริจาคจากอดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นที่กำลังถูกดำเนินคดีอาญาในหลายข้อหา

สำหรับ "สมเด็จช่วง" ก็ยังมีข้อครหามีเสียงนินทาในกรณีการครอบครองรถโบราณมิชอบและกำลังมีเรื่องร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เข้ามาตรวจสอบ แม้ว่าจะมีการอ้างว่ามีลูกศิษย์นำมาถวาย เป็นทรัพย์สินของวัด แต่ประเด็นคำถามก็คือ"ความเหมาะสม"กับพระสงฆ์ที่ต้องละกิเลส ไม่ใช่เป็นนักสะสม

ขณะเดียวกันกรณีที่เกิดขึ้นรับรองว่า"ไม่ใช่เป็นความขัดแย้งระหว่างนิกาย"แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม ข้อกล่าวหาในทางกฎหมาย และเรื่อง"กิเลสของสงฆ์" ซึ่งพระสงฆ์ทั่วไปก็ย่อมต้องบริสุทธิ์ แต่นี่สำหรับตำแหน่งสำคัญสูงสุดก็ยิ่งต้องละเอียดอ่อนกว่าเป็นหลายเท่า กว่าเรื่องการเมืองที่ต้องอ้างอิงกฎหมายและจริยธรรม เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของความถูกผิดอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเคารพศรัทธาสูงส่งงดงามแบบไม่มีที่ติ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ใช่

ดังนั้นเมื่อได้เห็นท่าทีของรัฐมนตรีประจำสำนักนายฯ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ก็พอมองออกว่าจะต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกพักหนึ่ง ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจาก"สถานการณ์พิเศษ"ที่อำนาจอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นั่นคือ มาตรา 44 ที่จะนำมาใช้อย่างไร เพราะมีการบอกใบ้มาแล้ว !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...