xs
xsm
sm
md
lg

“สุเทพ” ชี้กรณี “ตั๊น” ถอนตัวตำรวจโชคร้าย กีดกัน กปปส. ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ชี้ชัดไม่เกิดความปรองดองได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจากแฟ้ม
แกนนำ กปปส. ชี้กรณี “จิตภัสร์” ถอนตัวสมัครสารวัตร 191 ถือเป็นเรื่องแปลก ชี้ การเคลื่อนไหวต่อต้านไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เพราะคนไทยมีสิทธิ์เหมือนกันทุกคน ไม่ว่า กปปส. หรือเสื้อแดง ถือว่าใจแคบ เป็น กปปส. ต้องถูกตัดสิทธิ์ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ ชี้ชัดไม่เกิดความปรองดองได้ ย้ำต้องไม่แสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจเป็นคนละเรื่อง

วันนี้ (24 ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีการสมัครเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร อดีตแกนนำ กปปส. และถูกกระแสต่อต้านจนต้องออกมาแถลงขอถอนตัวระหว่างรอผลคณะกรรมการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก เพราะการรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับราชการตำรวจไม่ใช่เพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ทำกันทุกปี ปีละหลายร้อยคน ตัวอย่างหากตำรวจต้องการผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้าน ที่ตำรวจไม่สามารถผลิตได้เอง ก็ต้องเปิดรับสมัครทุกปี แต่ปีนี้เมื่อมี น.ส.จิตภัสร์ สมัครกลับมีการเคลื่อนไหวต่อต้าน คัดค้าน จึงคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะคนไทยมีสิทธิ์เหมือนกันทุกคน จะเป็น กปปส. หรือ นปช. ก็มีสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการเท่ากัน ส่วนเขาจะเอาหรือไม่ก็ต้องว่ากันตามกฎเกณฑ์กติกาที่กำหนดไว้

“คุณจิตภัสร์ ตั้งใจสมัครเป็นตำรวจ ความจริงตำรวจน่าจะดีใจ เพราะคุณจิตภัสร์ เป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของประชาชนหลายล้านคน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็น กปปส. ที่คิดว่าคุณจิตภัสร์เป็นคนที่กล้าหาญ พร้อมเสียสละเพื่อส่วนรวมถึงขนาดยอมเปลี่ยนนามสกุลเพื่อทำงานตามอุดมการณ์เพื่อบ้านเมือง ซึ่งสมควรได้รับการพิจารณาด้วยซ้ำ ส่วนการสมัครจะได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ เพราะตำรวจก็ต้องคัดเลือกตามกระบวนวิธีการของเขา การออกมาต่อต้านออกมาขัดขวางถือว่าใจแคบไปหน่อย ควรทำใจกว้าง อย่าไปสร้างปัญหาขึ้นมาอีกเลย” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้คุยกับ น.ส.จิตภัสร์ แต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นโชคร้ายของ น.ส.จิตภัสร์ ที่มาอยู่ในสถานการณ์นี้ ทั้งที่วันนี้ไม่ใช่ว่าเมื่อพวกตนเป็น กปปส. แล้วจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทำอะไรไม่ได้ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ ใครมาตั้งข้อรังเกียจอย่างนี้ก็ผิดแล้ว เพราะคนที่จะมาเป็นตำรวจ หรือเข้ารับราชการที่ไหนก็แล้วแต่ ก็ต้องมีคุณสมบัติของผู้สมัคร และต้องเปิดโอกาสให้ใครก็สมัครได้ จะเป็น กปปส. นปช. หรือใครก็แล้วแต่ ถ้าคุณสมบัติควรก็ไม่ใช่จะมาตั้งข้อรังเกียจ เพราะหากคุณสมบัติไม่ครบก็เป็นไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ก็เป็นตัวอย่างว่าการกีดกันอย่างนี้ไม่ใช่ความถูกต้อง ทั้งที่ น.ส.จิตภัสร์ เคยแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะรับใช้บ้านเมือง ทั้งการลงสมัคร ส.ส. หรือร่วมการต่อสู้กับประชาชน และยังเป็นคนที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดีมาก และพอตำรวจต้องการใช้คนที่มีความสามารถด้านภาษาขึ้นมา น.ส.จิตภัสร์ ก็ไปสมัคร ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ก็เข้าใจว่าจะมีกระบวนการต่อต้านเป็นธรรมดา

“การแสดงออกอย่างนี้ มันไม่ใช่ความสวยงาม ไม่เกิดความปรองดองได้ เพราะเราต้องไม่แสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องให้ความเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ส่วนถ้าเขาทำไม่ถูกต้องก็ว่ากันไป แต่กฎเกณฑ์กติกาต้องเปิดกว้าง เสมอภาคทุกกลุ่มทุกฝ่าย หากมีการตั้งข้อรังเกียจว่า กปปส. เป็นอะไรไม่ได้ ก็แย่เลย ยุ่งไปใหญ่” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจกับการสมัครเป็นตำรวจของ น.ส.จิตภัสร์ เป็นคนละเรื่อง และไม่อยากจะเปรียบเทียบกับยุคสมัยอื่นที่รับคนมาเป็นตำรวจ มีชื่อนั้น ชื่อนี้ แต่อยากขอความเป็นธรรมในกรณี น.ส.จิตภัสร์ ให้มองด้วยใจที่เปิดกว้าง เพราะคงคิดว่ามีช่องทางที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ ก็อยากจะทำ


กำลังโหลดความคิดเห็น