xs
xsm
sm
md
lg

“หัสวุฒิ” บุกทวงความเป็นธรรม จี้ ก.ศป.ให้กลับปฏิบัติหน้าที่ ปธ.ศาลฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

หัสวุฒิ  วิฑิตวิริยกุล (แฟ้มภาพ)
ประธานศาลปกครองสูงสุด บุกทวงความเป็นธรรม จี้ ก.ศป.คืนความถูกต้องให้กลับปฏิบัติหน้าที่ หลัง คกก.สอบวินัยจดหมายน้อยมีมติเสียงข้างมากไม่มีมูล ชี้ยอมอดทน 5 เดือนไม่ออกมาพูด ทั้งที่กระบวนการสอบสวนทั้งหมดไม่ชอบ พุ่งเป้าเลื่อยขาให้พ้นตำแหน่ง มีปัจจัยภายนอกแทรกคดีใหญ่ บอกเป็นตุลาการยังไมได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรศาล ก็ยากที่ชาวบ้านจะได้รับความเป็นธรรม พร้อมเปิดปากครั้งแรกยันไม่เกี่ยวจดหมายน้อย ด้านศาลฯมาแปลก ห้ามสื่อทำข่าว อ้างเขตอำนาจศาล



นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงข่าวก่อนเข้าพบนายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ไม่ยอมดำเนินการตามกฎหมายหลังคณะกรรมการสอบวินัยกรณีจดหมายน้อยมีมติเสียงข้างมากว่านายหัสวุฒิไม่มีความผิดว่า หลัง ก.ศป.เสียงข้างมากมีมติเมื่อวันที่ 30 มี.ค. และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ตนยอมเข้ารับการสอบสวนทั้งที่เห็นว่ากระบวนการสอบสวนและการตั้งข้อกล่าวหาที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อคณะกรรมการสอบวินัยสอบแล้วเสร็จ โดยมีมติเสียงข้างมากว่าตนไม่มีมูลความผิด เหตุใด ก.ศป.จึงไม่ยึดตามเสียงข้างมากของคณะกรรมการสอบสวนวินัย กลับดำเนินการในลักษณะประวิงเวลา ทั้งไม่พิจารณาเรื่องดังกล่าว และไปมีความเห็นตามเสียงข้างน้อยให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วเมื่อผลสอบตนไม่มีความผิด ก็ต้องให้ตนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุด

นายหัสวุฒิกล่าวว่า นอกจาก ก.ศป.จะไม่คืนตำแหน่งให้ตนแล้ว การประชุมในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ยังจะมีการลงมติว่าตนมีความผิดในประเด็นความไม่โปร่งใสในการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเป็นประธานพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำลูกแก้วมงคลนิมิต ประดิษฐานบนพระธาตุเจ้าจอมล้านนา วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ในช่วงเวลาเดียวกับการไปปฏิบัติราชการที่ จ.พิษณุโลก เชื่อว่า ก.ศปจะมีมติว่าตนผิด สั่งพักราชการและตั้งกรรมการสอบตนซ้ำอีก และเมื่อเรื่องนี้จบก็จะมีการนำเรื่องจากบัตรสนเท่ห์มาเป็นประเด็นสอบตนเพื่อพักราชการต่อๆ ไปอีก

“พยายามหาเรื่องผมไม่หยุด ตั้งข้อหามากมาย แล้วก็ตั้งคนกลุ่มเดียวกันขึ้นมาเป็นกรรมการสอบอีก จึงเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อที่จะหาเรื่องผมไม่จบ ทั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าผมยอมเข้าสู่กระบวนการโดยสงบ 5-6 เดือนที่มีการสอบ ผมไม่เคยออกมาพูดอะไร แต่กลับมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อบางสำนักออกมาในลักษณะชี้นำ แต่เมื่อวันนี้ผลสอบคณะกรรมการกรณีจดหมายน้อยบอกว่าผมไม่ผิด ผมก็ต้องมาขอความเป็นธรรม คืนความถูกต้องให้ผม โดยให้ผมกลับเข้าสู่การปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม”

นายหัสวุฒิยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสอบสวนในกรณีจดหมายน้อยของ ก.ศป.ว่า มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก เพราะข้อกล่าวหาที่นำมาสู่การสอบวินัยและพักราชการไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายที่กำหนดว่าจะต้องเป็นกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ เรียกรับสินบน หรือเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญา มีติให้พักราชการ ก.ศป.ก็ดำเนินการโดยไม่มีการรับฟังความเห็นหรือเหตุผลของคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายกำหนด ระยะเวลาการสอบสวนก็ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน แต่กลับใช้เวลาสอบนานถึง 4 เดือน และเมื่อคณะกรรมการสอบสวนมีมติ ก.ศป.ก็ถ่วงเวลา ไม่ยอมลงมติในผลการสอบสวน การดำเนินการทั้งหมดเกิดจากกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวกัน และขณะนี้กลุ่มคนดังกล่าวก็พยายามมีการแก้ไขระเบียบ เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาเป็นกรรมการสอบสวน

“ผมมาครั้งนี้ไม่ได้มาขอความเป็นธรรมให้ตัวเอง แต่มาขอความเป็นธรรมให้สังคม เพราะในเหตุการณ์นี้ผมเป็นตุลาการ ถ้ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรนี้ ประชาชนก็คงไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรต่างๆ เพราะคนที่เป็น ก.ศป.ล้วนแต่เป็นนักกฎหมายระดับสูงทั้งนั้น จึงอยากขอให้ทำเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย”

นายหัสวุฒิยังกล่าวยืนยันเป็นครั้งแรกในประเด็นจดหมายน้อยว่า ยืนยันว่าไม่รู้ และไม่เกี่ยวข้อง โดยรู้เรื่องนี้ในวันที่สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าว และเมื่อรู้ก็ได้เรียกเลขาธิการศาลปกครองมาตำหนิ รวมถึงตั้งคณะกรรมการสอบ และมีการลงโทษแล้ว เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการถูกสั่งพักราชการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ นายหัสวุฒิกล่าวว่า แน่นอน บางคนบอกว่าเขาเลื่อยขาเก้าอี้ตน เพราะตนเหลือวาระอีก 3 ปี แต่ตนไม่เคยทำผิดแม้แต่น้อย ทุจริตคดโกงก็ไม่เคย และเมื่อเวลานี้คณะกรรมการสอบสวนบอกว่าตนไม่ผิดก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ ส่วนจะกลับได้เลยหรือต้องรอมติ ก.ศป.นั้น ตรงนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายซึ่งสามารถถกเถียงกันได้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ตอน ก.ศป.มีมติพักราชการตนนั้นได้อ้างว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมีมติเสียงข้างมากว่ามีมูล แต่ทำไมเมื่อมีการสอบสวนวินัยตนแล้ว และคณะกรรมการสอบสวนเสียงข้างมากบอกว่าตนไม่ผิด ก.ศป.กลับไปเชื่อเสียงข้างน้อย และให้มีการสอบสวนเพิ่ม เหตุใดจึงไม่ยึดมติตามเสียงข้างมา ซึ่งตนยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับคนกลุ่มนี้ อาจจะเป็นความขัดแย้งจากการทำงานที่ตนเป็นคนทำงานจริงจัง และมีการกำหนดกรอบเวลาในการทำงาน ทำให้เขาอาจไม่พอใจ

“6 เดือนที่ถูกพักราชการนั้น เงินเดือนก็ไม่ได้ มีความเดือดร้อน และผมไม่สบายต้องไปรักษาตัว ก็มีการโทรศัพท์ไปบอกกับโรงพยาบาลว่าขณะนี้ตนถูกระงับค่าเบิกจ่ายในการรักษาพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลต้องเรียกรับเงินค่ารักษาจากผมโดยตรง ทำถึงขนาดนี้ถามว่ามีมนุษยธรรมหรือไม่ ชื่อเสียงผมก็เสียหาย และผมก็ฟ้องคดีอาญาไว้แล้วถึง 6 คดี”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวมีการเมืองภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายหัสวุฒิกล่าวว่า ไม่อยากพูดเพราะพูดไปก็ไม่มีหลักฐาน แต่สื่อก็คงรู้ดี ไปตรวจสอบจากคดีใหญ่ๆ ก็ได้ ซึ่งในขณะที่ตนถูกพักราชการ มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีใหญ่ๆ ซึ่งมีหลายคดี แต่จะเป็นคดีใดที่ทำให้ถูกภายนอกเข้ามาแทรกแซงขอให้ผู้สื่อข่าวไปสืบเอง ส่วนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อคดีอย่างไรตนไม่ทราบเพราะถูกพักราชการมา 6 เดือนแล้ว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นวิกฤตศาลปกครองสูงสุดหรือไม่นั้น นายหัสวุฒิขอให้นักข่าวคิดเอาเองและภาพลักษณ์ขององค์กรที่ได้รับผลกระทบนั้นต้องไปถามฝ่ายที่เล่นงานตนด้วย ถามตนคนเดียวไม่ได้ ในขณะนี้ตนได้ดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 6 คดี ทั้งนี้หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ถ้าได้กลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดแล้วจะสามารถบริหารองค์กรได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ต้องให้ความเป็นธรรมคืนตำแหน่งให้ตนก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของนายหัสวุฒิได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและข้าราชการศาลปกครองจำนวนมาก แต่ก่อนหน้าที่จะมีการแถลงข่าวนั้น เจ้าหน้าที่ศาลปกครองได้มีการแจ้งเตือนสื่อมวลชนว่าไม่ให้ถ่ายภาพและบันทึกเสียงการแถลงข่าวของนายหัสวุฒิภายในบริเวณจุดบริการประชาชน ชั้น 1 อาคารศาลปกครอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการห้ามมาก่อน โดยอ้างว่าเป็นเขตอำนาจศาลจะละเมิดไม่ได้ และถ้าจะมีการบันทึกภาพและเสียงต้องไปสัมภาษณ์นอกบริเวณศาล โดยเจ้าหน้าที่ศาลก็ได้มีการนำข้อกำหนดประธานศาลปกครองสูงสุดเรื่องการรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาลมาแจกแก่สื่อมวลชนที่รอทำข่าวด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...