xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องวัดกัลยาณมิตรขอถอนคำสั่งห้ามรื้อโบราณสถาน ทายาทลั่นแจ้งจับสมภารแน่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ศาลปกครองสูงสุด” ไม่รับคำฟ้องวัดกัลยาณมิตรฟ้องกรมศิลป์ขอเพิกถอนคำสั่งห้ามรื้ออาคาร 3 หลังที่ถูกขึ้นเป็นโบราณสถาน ชี้เป็นการขอให้ดำเนินการพิจารณาซ้ำ ด้านตัวแทนวัดยังยื้อ ขอรวมข้อมูลก่อนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนทายาทตระกูลกัลยาณมิตร จี้ตำรวจฟันอาญาเจ้าอาวาสทำลายทรัพย์ชาติ ขู่มหาเถรสมาคมจุ้นเจอด้วยแน่

วันนี้ (18 มิ.ย.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้องของวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ที่ยื่นฟ้องกรมศิลปากรเพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนคำสั่ง วธ 0403/1035 ลว.8 เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2555 เรื่องห้ามวัดกัลยาณมิตรรื้อถอนทำลายอาคาร 3 หลังภายในวัดที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประกอบด้วย อาคารหมายเลข 20 ค 4/4 หมายเลข 20 ค 4/5 และหมายเลข 21 ตามแผนผังโบราณสถานวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีพิพาทดังกล่าว ศาลปกครองกลางเคยพิจารณาชี้ขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 2044/2553และคดีถึงที่สุดแล้วว่า วัดกัลยาณมิตรฯ เป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วตามกฎหมาย รวมทั้งได้มีคำพิพากษาให้กรมศิลปากรสั่งให้ทางวัดระงับการซ่อมแซม แก้ไขเปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือปลูกสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายในเขตของโบราณสถานวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารโดยเด็ดขาด

ดังนั้น การที่วัดกัลยาณมิตรฯ ยื่นฟ้องกรมศิลปากรในคดีนี้จึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินการพิจารณาซ้ำซึ่งเป็นข้อต้องห้ามมิให้กระทำ ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2556 นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

ด้านนายเสมือน ขุนสุนทร ผู้รับมอบอำนาจจากวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กล่าวภายหลังรับทราบคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ต้องเคารพคำสั่งศาล หลังจากนี้ต้องไปรวบรวมข้อมูลก่อนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ในฐานะทายาทตระกูลกัลยาณมิตร กล่าวว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางก็เท่ากับว่าคดีนี้สิ้นสุดแล้ว และอยากร้องขอให้ตำรวจผู้รับผิดชอบเดินหน้าดำเนินคดีอาญาจำนวน 4 คดีค้างเก่าต่อเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ในความผิดฐานร่วมกันทำลายโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนไว้แล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปที่ สน.บุปผาราม นำสำนวนคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินคดีอาญาทั้ง 4 คดีต่อไป และหากทางมหาเถรสมาคมเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวตนก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย








กำลังโหลดความคิดเห็น...