xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ไล่ดูเผด็จการรัฐสภา ขออย่าเพิ่งอคติ พ.ร.บ.ยางฯ เล็งถกศักยภาพอาเซียน ลาว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ประยุทธ์” แจงเยือนลาว หารือเชื่อมโยงไฟฟ้า แย้มมี 2 แบบ ซื้อตรงหรือส่งต่อที่อื่น ชัดเจนอยากให้มาร่วมลงทุน พร้อมร่วมมือสร้างศักยภาพอาเซียน แนะสื่อต้องรู้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสาร ตปท. ไร้กังวลสถานการณ์ไทย ชี้ พ.ร.บ.การยางฯ อยู่ชั้น กมธ. ปรับแก้ได้ ขอชาวสวนอย่าเพิ่งตีความ รับมีเดือดร้อนบ้าง ลั่น ปชต.ต้องมีขอบเขต ไม่ทำวุ่นวาย ย้อนเผด็จการตรงไหน ไล่ดูเผด็จการรัฐสภา ขอให้ดูเจตนา

วันนี้ (26 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่จะมีการหารือกันระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับที่ไทยจะซื้อไฟฟ้าจากลาวว่า มีสัญญาระหว่างประเทศร่วมกันอยู่แล้ว คงจะต้องมีความเชื่อมโยงเรื่องไฟฟ้าเพราะเรายังมีความจำเป็น อาจจะมีสองลักษณะ คือ ซื้อโดยตรง หรือให้เขาส่งต่อไปที่อื่น ซึ่งเราจะมีผลประโยชน์ในเรื่องการส่งด้วย ถือเป็นความร่วมมือระหว่างกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้นายกฯขยายความการชักชวนให้นักธุรกิจในลาวมาตลาดทุนในไทย นายกฯ กล่าวว่า ถ้าไม่อยากให้เขามาลงทุนก็บ้าแล้ว และสิ่งที่ตนพูดทุกวันขอให้สื่อนำสิ่งดีๆไปขยายให้ตน การไปลาวครั้งนี้เน้นหารือเรื่องความร่วมมือว่าจะทำอย่างไรให้อาเซียนเข้มแข็ง เพื่อเพิ่มศักยภาพของประชาคมอาเซียนให้ได้ โดยเอาพื้นฐานความได้เปรียบของเราเป็นประโยชน์ นำในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการค้า การลงทุน เพื่อสร้างศักยภาพของอาเซียนให้ได้ เราต้องพูดในฐานะอาเซียนไม่ใช่พูดแค่ไทย ดังนั้นสื่อต้องไปเชื่อมโยงกับสื่อต่างประเทศด้วย ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อพูดคุยเพื่อจะได้ไปด้วยกัน ทุกประเทศอยากให้เป็นอย่างนั้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องความร่วมมือชายแดน เขตเศรษฐกิจพิเศษและความร่วมมือด้านอื่นๆ ในอนาคต และส่วนใหญ่เราช่วยเหลือเขามาตลอดในฐานะที่เขาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน อะไรที่จะร่วมมือกันได้ก็ร่วมและสร้างความเชื่อมต่อ ซึ่งขณะนี้มีการออกแบบสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแห่งที่ 5 เพื่อให้มีเส้นทางที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงความเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟด้วยที่จะคุยร่วมกันว่าแต่ละฝ่ายมีแผนอย่างไร

เมื่อถามว่าโอกาสที่จะพบกับนักลงทุนไทยด้วยจะขอความร่วมมืออะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะบอกว่าความต้องการของประเทศลาวเป็นอย่างไร รวมถึงความต้องการของประเทศไทยด้วย เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจ เห็นช่องทางในการลงทุนมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าเดินทางไปต่างประเทศหลายวันกังวลสถานการณ์ภายในประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่กังวล จะกังวลเรื่องอะไร จะเป็นอะไรไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต เวียงจันทน์ เพื่อเยือนสาธารณรัฐประชาธิไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย. 2557 จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ช่วงเย็นของวันที่ 27 พ.ย.และเดินทางกลับไทย ช่วงเที่ยงของวันที่ 28 พ.ย.นี้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางเรียกร้องให้ถอน พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศ ออกจากสภานิติบัญญัติ (สนช.) ว่า ยังไม่ถึงเวลาและยังสามารถปรับแก้ได้ เพราะยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ ซึ่งจะต้องมีการมารับฟังความคิดเห็นร่วมกัน สามารถปรับแก้ได้หมด อย่าเพิ่มคิดว่าสิ่งที่เข้าไปในสนช.แล้วจะออกมาอย่างนั้น มันไม่ใช่บางอย่างต้องไปตีความกันอีก พอเสนอกลับมาที่คณะรัฐมนตรีจะมีข้อเสนอเข้าไปอีก เราต้องฟังทุกฝ่าย แต่บางครั้งต้องเห็นใจว่ากฎหมายเหล่านี้มีการเตรียมการไว้นานแล้ว และยังไม่ได้เข้าพิจารณา แต่พอถึงเวลาก็เร่งเอาเข้าไปก่อนเพื่อให้ทันการพิจารณา แต่จะออกมาหรือไม่อย่างเพิ่งไปตีความว่าจะไปเสียหาย เรามีแต่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น อะไรที่ทำให้ถอยหลังเราไม่ทำ สิ่งไหนที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากๆไม่ทำ เดือดร้อนน้อยๆต้องมีบ้าง ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียไม่เช่นนั้นเดินหน้าไม่ได้ ถ้าเอาใจทุกคนก็ทำอะไรไม่ได้เลยอยู่บ้านนอนดีกว่า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขยายความถึงกรณีที่พูดว่ารัฐบาลนี้เป็นประชาธิปไตยมากกว่ารัฐบาลที่มาตามปกติว่า ที่พูดแบบนั้นไม่ได้อึดอัดใจแต่เห็นว่าทุกคนเรียกร้องประชาธิปไตย เราพยายามใช้หลักการประชาธิปไตยให้มากที่สุด การดำเนินการให้มีส่วนร่วม แต่ต้องอยู่ในขอบเขตบ้าง และต้องยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยที่ต้องมีกติกา

“ที่ผ่านมามีประชาธิปไตยเต็มใบ เสรีภาพอยากจะทำอะไรก็ทำแล้วเกิดความวุ่นวาย เห็นไหมหละผมไม่ได้ปฏิเสธนะ แต่อย่าให้เกิดขึ้นอีก ในวันหน้าเมื่อผมไม่อยู่แล้วก็ทำกันไป แต่วันนี้ผมต้องขอกติกาตรงนี้เพื่อผมจะแก้ไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกในวันหน้า” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯคิดว่าตนเองไม่ได้เผด็จการเกินไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เผด็จการตรงไหน คำว่าเผด็จการคือการยึดอำนาจ ผลประโยชน์การค้าการลงทุนหยุดหมด เอาเป็นสินทรัพย์ของตัวเองของผู้นำ ของประเทศ ผมทำอะไรสักอันหรือยัง มีอะไรเป็นของผมสักชิ้นไหม สลึงนึงได้สักอย่างไหม และผมต้องมาหงุดหงิดบ้างอารมณ์เสียบ้าง ต้องตอบคำถามบางที ที่มันไม่แต่ก็ต้องตอบ แต่ผมทำเพื่ออะไรเพื่อใครดูเจตนาผมหน่อย แล้วจะมาบอกอย่างนี้ อย่างนั้น มันไม่ใช่ ผมไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นก็ไปว่ามา ส่วนการที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูด ถือว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องการทุจรติคอรัปชั่นในรัฐบาลนี้ถ้ามีก็ไปหามา ทุจริตตรงไหน”

เมื่อถามว่า ใจของนายกฯ อยากให้การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายของประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปสนใจว่าจะรัฐประหาร รัฐบาลจะทำอย่างไรที่ประเทศชาติจะไม่มีความวุ่นวาย มันก็ไม่มีใครหาเหตุที่จะเข้ามาแก้ปัญหาหรือทำอย่างอื่นได้ เข้าใจไหม ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็เข้ามาได้ แต่เข้ามาแล้วต้องทำให้มีธรรมมาภิบาล ไม่มีทุจริต โปร่งใส และเห็นว่าเผด็จการมีสองอย่าง คือยังมีเผด็จการรัฐสภา ไปทบทวนดูว่าเผด็จการรัฐสภาคืออะไร ไปหามา เมื่อถามว่ากฎหมายใหม่จะไม่มีเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไปทำบุญได้แล้ว









กำลังโหลดความคิดเห็น